ค่ำคืนสุดท้าย Happily Ever After Magic Kingdom Walt Disney World

วันสุดท้ายแห่งการอยู่ Walt Disney World ได้เริ่มต้นขึ้น

เหมือนเป็นวันชิลๆ วันเก็บตก วันเรื่อยๆ เพื่อปิดท้ายทริป

วันนี้แฟนเราไม่ได้เรียนละ เลยเหมือนเป็นวันที่พาแฟนเที่ยว

ส่วนใหญ่ก็เป็นการเล่นอะไรเดิมๆที่เมื่อวานเล่นไปแล้ว เล่นซ้ำอีกรอบก็ยังสนุก

S__36544516

ต้องลอง มันคือไอติมเนสเล่นั่นเอง

S__36544517

S__36544518

ไปหลอนเพลง It’s small World อีกรอบ

S__36544519

ต่อด้วยกินนักเกต ที่ร้านพินอคติโอ

S__36544520

แล้วไปยืนตากแดด ที่ Seven Dwarfs Mine Train อันนี้ก็ต่อคิวยาวนานมาก แถมจอง Fast Pass ไม่ได้ด้วย เป็นการยืนรอคิวที่เบื่อกว่าอวตาร์อะ

S__36544521

เป็นรถไฟเหาะเวอร์ชั่นเบาะๆ เสียวท้องน้อยหน่อยๆ แต่ก็สนุกดี

S__36544522

S__36544523

S__36544524

มื้อเย็นกับนาโช่ รีบๆกินเพราะฝนจะตก แต่อร่อยดี เครื่องเคียงพวกผักตักได้ไม่อั้น

s__36544525.jpg

เกมยิงปืน อันนี้เหมือนต้องเสียตังเพิ่ม

S__36544526

S__36544527

S__36544528

อยากจะดูพลุปิดท้ายดิสนีย์ตอนกลางคืน ก็เลยถ่วงเวลาตัวเองด้วยการไปรอคิวถ่ายรูปกับมิกกี้ ฟินตามเคย มิกกี้มินนี่น่ารักมาก ไม่รู้สึกเลยว่าเค้าเป็นคน รู้สึกว่าเค้าเป็นมิกกี้มินนี่ ตอนกอดแล้วอบอุ่นมาก มีเสียงจี๊ดๆด้วย รักมาก

S__36544529

ออกมาเจอขบนพาเหรด เลยยืนดูไปเพลินๆ

S__36544530

S__36544531

S__36544533

S__36544534

ตอนจะรอคิวดูโชว์ ไม่รู้ว่าคนมาจากไหนกันเยอะแยะเต็มไปหมด คนแน่นมาก แทบไม่มีที่ยืน เหมือนต้องไปนั่งจองคิวกันตั้งแต่เนิ่นๆ

S__36544535

จริงๆไม่ต้องไปยืนใกล้ๆปราสาทก็ได้ เพราะเป็นการแสดงแสงสีเสียงกับปราสาท อยู่ไกลๆก็เห็น

S__36544536

พลุอลังการเวอร์วังมาก

S__36544537

จบปิดแบบสวยงามประทับใจ เพลงอาจจะไม่ใช่เพลงที่คุ้นหูมากเหมือนโชว์ที่ Hollywood Studio แต่ก็เลือกเพลงมาได้ดี และเพราะแปลกหูดี

S__36544538

ถึงเวลากลับ หมดเวลา

S__36544539

ต้องตื่นตี 4 เพื่อไปรอ รถกลับไปสนามบิน

S__36544540

ยืนรอแบบเงียบๆ

S__36544541

อาหารเช้าขากลับไป ฮุสตัน เป็นซีเรียลกับนม

s__36544542.jpg

S__36544543

แล้วก็กินต่อมาตลอดทาง

S__36544544

s__36544545.jpg

s__36544546.jpg

S__36544547

S__36544548

S__36544549

แทบไม่ได้นอนเลยตลอดการเดินทาง Jetlag ไปอีก กว่าจะปรับตารางชีวิตให้เป็นปกติได้ เกือบ 2 วีค

แต่ก็เป็นทริปที่ประทับใจ และสนุกมากจริงๆ

Magic Kingdom & Disney Spring Tour

เช้าวันนี้เราไปกันที่ Magic Kingdom วันที่  3 ตอนแรกกะว่าจะไปสวนน้ำ แต่ฮอร์โมนไม่เอื้ออำนวย

เลยเปลี่ยนใจไป  Magic Kingdom แทน เราเปลี่ยนจากการขึ้น Monorail เป็นการเดินจาก Contemporary Resort แทน ทางเดินสบายๆ มีกลิ่นเหม็นเขียวของต้นไม้ข้างทาง แต่เดินง่ายและถึงไวกว่า เค้าจะมีจุดเช็คกระเป๋าจุดนึงก่อน ที่ไม่ต้องไปออกับคนอื่นหน้าปาร์ค

S__36536333

ก้อนอิฐตลอดทางนี่เป็นลายมิกกี้ทุกก้อนนะจ๊ะ ดีเทลมาก

S__36536334

เป้าหมายแรก คือการพบปะทิงเกอร์เบล Tinkerbell ตัวละครดิสนีย์ที่ชอบที่สุดตั้งแต่เด็กๆ

S__36536335

S__36536336

ทิงเกอร์เบล น่ารักมาก จริงๆ พลังเยอะมาก แล้วชวนคุยเหมือนเป็นเพื่อนเลย ขอบคุณด้วย

S__36536338

จบจากทิงเกอร์เบลก็ออกไปดูตาม Shop ต่างๆ จะมีร้านที่ขาย แอ๊ปเปิ้ล เคลือบคาราเมล Caramel Apple ราคาก็จะแพงขึ้นไปตามการตกแต่ง อยากลองแต่ไม่ได้ลอง

S__36536339

S__36536340

S__36536341

S__36536342

S__36536343

S__36536344

มีร้านขายมงกุฎเจ้าหญิงด้วย

S__36536345

สตาร์บัคที่นี่ เป็นร้านที่เนียนที่สุดในบรรดาสตาร์บัคทั่วโลกแล้วมั้ง ถ้าไม่สังเกตดีๆ คือไม่รู้เลยว่าเป็นสตาร์บัค

S__36536346

S__36536347

S__36536348

S__36536349

เข้าไปดู Monster Inc Laugh Floor ก็ฮาดี อารมณ์แซวคนดู หยิบคนดูมาเล่นกับจอสกรีน ทำให้คนดูหัวเราะกันไป

S__36536350

เหลือบเข้าไปเห็น Carousel of Progress เลยเข้าไปนั่งเล่นดู จะเป็นห้องหมุนๆไปเรื่อยๆ ดูวิวัฒนาการของแต่ละสมัยตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน อันนี้เพลงก็จะหลอนหูเหมือนกัน ฮาๆ

S__36536351

S__36536352

แต่ก็ว่าดีนะ นี่ก็เข้าไปดู 2 วันเลย ถ้าไปก็ควรเข้าไปดู

S__36536353

S__36536354

มีเพนท์หน้า

S__36536355

S__36536356

ไปเดินเล่นแถวๆ The Barnstormer

S__36536357

S__36536358

แล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ

S__36536359

S__36536360

S__36536361

S__36536362

S__36536363

S__36536364

ร้อนๆ เลยซื้อไอติมกิน ไม่ผิดหวัง อร่อยม๊ากกกกกก รสชาติเปรี้ยวๆสะใจ

S__36536365

S__36536366

S__36536367

S__36536368

เข้าไปดู Mickey’s PhilharMagic ซึ่งตอนแรกไม่คิดจะเข้า เพราะคิดว่ามันเป็นโชว์ธรรมดา อันนี้ไม่ต้องจอง Fasspass ที่นั่งเยอะ สรุปเข้าอันนี้มากสุดเลย เข้าไป 3 รอบ เพลินมาก เป็นการดูการ์ตูน 3 มิติ ที่ดีเลย

S__36536373

S__36536369

S__36536370

หิวๆ เลยกลับไปร้านเดิมของเมื่อวาน แต่เปลี่ยนเมนู เหมือนไม่ได้อร่อยเท่าเมนูของหวาน แต่ก็โอเค

S__36536371

Sweet and Spicy Chicken and Waffle Sandwich

S__36536372

S__36536374ไปเล่น Buzz Lightyear’s Space Ranger Spin สีสดใสดี สนุกๆ ยิงๆเก็บแต้ม

S__36536375

S__36536376

S__36536377

S__36536378

S__36536379

ออกมายืนดูโชว์ ท่ามกลางแดดร้อนระอุ อากาศร้อนมาก แต่ทุกคนก็ยืนตากแดดดูกัน

S__36536382จะเห็นเจ้าชายตามโชว์ต่างๆ ปกติเหมือนเจ้าชายจะไปอยู่ตามร้านอาหารที่เป็นธีม หรือโชว์ เลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่

S__36536381

ที่พีคสุด ชอบมาก คือเอลซ่าออกมาเสกหิมะ ท่ามกลางอากาศร้อน ประทับใจ 555

9833909311543

เดินกลับโรงแรม แบบเหงื่อซ่กๆ สังเกตป้าย Welcome Home แล้วรู้สึกอบอุ่น

S__36536383

เป็นอีกวันที่ไปกินมื้อเย็นที่ Disney Spring

S__36536384

เจอคนไทยที่ไปทำงานที่ Disney มาเป็น 10 ปี เพราะตามหา Passion แล้วเค้ากำลังจะกลับไทยในปีนี้ คุยยาวเลย สนุกดี

S__36536385

เค้าบอก Starbuck ที่นี่วิวดีมาก

S__36536386

S__36536387

ดูวิธีทำ Apple Pie Candy

S__36536388

S__36536389

S__36536390

ติดใจร้าน Morimoto แล้ววันนี้อยากหาไรกินถูกๆด้วย เลยได้สิ่งนี้มา เป็นโซน Street Food หน้าร้านนั่นแหละ

S__36536391

ในส่วนของราเมง เฉยๆมาก

S__36536393

และที่เค้า Recommend ว่าต้องกินที่นี่อีกอย่างคือ Morimoto Spare Ribs – Top 3 Ribs ก็อร่อยดีนะ แต่น้อยนึง หลังจากนั้นก็เดินย่อยแล้วก็กลับ

S__36536394

 

 

Valentine 2019 Magic Kingdom Walt Disney World

เช้าสดใสในวันวาเลนไทน์ ไปเก็บตกวันที่ 3 ที่ Magic Kingdom เช้าวันใหม่

S__36487177

ไปดูโชว์เปิดปาร์คพอดี

S__36487178

วันนี้ฟ้าใสมาก

S__36487179

S__36487180

S__36487181

S__36487182

เดินถ่ายปราสาทซินเดอเรล่า มุมไหนก็สวย

S__36487183

เดินๆแล้วก็แอบหิว เลยเดินตามหาสิ่งที่ต้องกิน

S__36487184

เจอแล้วร้านนี้ Sleepy Hollow

S__36487185

S__36487186

เมนูขึ้นชื่อของที่นี่ Fresh Fruit Waffle Sandwich

S__36487187

Waffle ทำสดๆ ร้อนๆ เค้าจะถามชื่อเราตอนจ่ายตังด้วย พอจะรับอาหารก็เรียกชื่อเราไปรับ แป้งวัฟเฟิล อร่อยมาก สตรอเบอรี่ฉ่ำมาก นั่งกินท่ามกลางแดงแดดแผดเผา

S__36487188

อิ่มแล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นกันต่อ

S__36487189

พ่อหนุ่มสุดหล่อ หน้าปราสาท นี่มันเจ้าชายชัดๆ

S__36487190

S__36487191

เข้าไปเล่น The many adventure of winnie the pooh ต่อคิวยาวนาน เพราะไม่มี  Fast Pass แต่น่ารักดันะ

S__36487192

S__36487193

S__36487194

เข้าไปถ่ายรูปกับราพันเซล และเจ้าหญิงกบ ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ เหมือนถ่ายๆ จบๆ

S__36487195

S__36487196

S__36487197

S__36487198S__36487199

ออกมาเจอปีเตอร์แพน โอ๊ย น่ารักมาก

S__36487200

อยากกิน Dolewhip อีก เลยไปซื้อกินคนเดียวเลย หมดด้วย สะใจ

S__36487201

จอง Fast Pass It’s Small World ไว้ เพลงหลอนหูหนักมาก 555 แต่มันดีนะ คือรายละเอียดเยอะมาก

เด็กๆเข้าไปน่าจะชอบ ฟังเพลินๆ แต่ถ้าผู้ใหญ่เข้าไปจะหลอนกับเพลงมากจริงๆ

S__36487202

S__36487203S__36487204

S__36487205

ต่อด้วย Peterpan’s Flight ที่ไม่ได้จอง Fastpass เป็นการยืนคอยที่ยาวนานมาก ระหว่างรอมันก็มีอะไรให้ดูไปตลอดทาง แต่ส่วนตัวคิดว่าข้างในมันไม่ได้คุ้มค่าแก่การรอขนาดนั้น เพราะฉะนั้นถ้าจอง Fastpass ได้ ก็ควรจองไว้ก่อน

S__36487206

S__36487207

S__36487208

ออกมาเดินเล่นด้านนอก

S__36487209

S__36487210

เข้าไปถ่ายรูปเล่น กับ Mermaid

S__36487211

ด้วยความที่วันนี้อาจจะต้องกลับเร็ว ไปฉลองวาเลนไทน์ เหลือเวลาอีกนิด เลยไปขึ้น Tomorrowland Transit Authority People Mover เหมือนอารมณ์นั่งรถไฟช้าๆ ชมภาพจากด้านบนรถไฟ เห็นบรรยากาศโดยรอบ

S__36487212

หลังจากนั้นก็กลับโรงแรม แล้วนั่งรถบัสไปที่ Disney Spring ซึ่งเป็นเหมือน Outlet ที่ขายทั้งอาหาร และของแบรนด์เนมต่างๆ แต่จุดประสงค์หลัก คือไปกินข้าว เราเลือกร้าน Morimoto เป็นร้านเอเชีย เพราะแอบคิดถึงอาหารเอเชีย

S__36487213

ร้านบรรยากาศดี

S__36487214

มีพนักงานมาบริการ แนะนำดีมาก และราคาก็แพงมากเช่นกัน

S__36487215

ข้าวผัด อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

S__36487216

อันนี้เป็นไก่ เหมือนซอสส้มอะไรซักอย่าง จีนๆ กินไม่หมด เอากลับห้องไปกินเป็นมื้อเช้าของอีกวัน

S__36487217

จานนี้ออกแนวไก่มัสมั่น เหมือนอาหารไทย ออกฟิวชั่นหน่อยๆ

S__36487218

อิ่มแล้วก็ไปเดินย่อย

S__36487219

ร้านอาหารที่ข้างในมีธีม ถ้าได้อยู่ต่อคงได้เข้า

S__36487220

เข้าร้านช้อปปิ้งของฝาก

S__36487221

S__36487222

S__36487223

S__36487225

S__36487224

S__36487226จบวาเลนไทน์แบบฟินๆกันไป ^^

 

Walt Disney World – ข้อมูลทั่วไป

ถ้าจะให้ไป Disney ที่แรกในชีวิต ก็คงจะเป็นอเมริกาแหละ ที่ดูจะเป็น Original สุด

จริงๆแล้วดิสนีย์ที่แรกเลย คือ Disneyland LA แคลิฟอเนีย ที่เปิดเมื่อ 17 กรกฎาคม 1955 ซึ่ง มี 2 ปาร์ค คือ

  1. Amusement Park
  2. Theme Park

เคยไปญี่ปุ่นมาหลายครั้ง เคยไปฮ่องกง ฝรั่งเศส แต่สุดท้ายก็เลือกไม่เข้าดิสนีย์ เลือกที่จะไปที่อื่น และ Walt Disney World , Orlando เป็นดิสนีย์ที่แรกที่มา

Walt Disney World เป็นดิสนีย์ที่สร้างหลัง Disneyland เปิดเมื่อ 1 ตุลาคม 1971 ในปี 2021 ก็จะครบรอบ 50 ปี เค้าบอกว่าคนมาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์ต่อปี ประมาณ 50 ล้านคน หูยยยยยย

นี่เป็นหนังสือที่อ่านเมื่อ 24 APR 2561 แล้วรู้สึกว่า อยากไปจังเลย แต่ตอนนั้นก็คิดนะ ว่าคงไม่มีโอกาสได้ไปหรอก อย่างที่เคยบอกไว้ใน EP.1 อธิบายย่อๆของหนังสือเล่มนี้ Magical Moments คือมีน้องคนนึง ที่เค้าพยายามไปฝึกงานที่ Walt Disney World แล้วเค้าก็เล่าให้ฟังว่ามันใหญ่มาก มันเยอะมาก อ่านจบแล้วก็ตามที่เขียนในแคปชั่นนั่นแหละ ว่าอยากไป และทำให้มีแรงบรรดาลใจ ลองไปหาอ่านกันดู

S__33644623

โห ไปดิสนีย์เป็น 10 วัน ต้องเบื่อแน่เลย เพราะมันอยู่แต่ในนั้นแค่นั้น เป็นคำพูดที่เราได้ยินตอนก่อนจะไปจากคนรอบตัว และเหมือนตัวเราก็ห่างหายจากดิสนีย์เพราะความโตขึ้น ความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเยอะแล้ว แต่เราเองก็โตมากับเจ้าหญิงดิสนีย์ ก็คิดว่าคงน่าจะอินได้อยู่แหละ

Walt Disney World ก่อตั้ง เมื่อ  1 ตุลาคม 1971 โดยคุณ วอลเตอร์ เอเลียส ดิสนีย์ (Walter Elias Disney)

เช้าวันแรกของการเที่ยว ที่ไม่ได้นอนเลย และหิวมาก เลยรีบแต่งตัว รอสว่าง จอง Fastpass เพื่อให้เล่นเครื่องเล่นที่ต้องต่อคิวนานๆได้ก่อน ใน Application Disney World

ชื่อแอพ My Disney Experience by Disney

สำหรับ IOS : https://itunes.apple.com/th/app/my-disney-experience/id547436543?mt=8

แอพนี้รูปกลาง คือมีแอพนี้แอพเดียวก็จบ ส่วนอีกแอพนึงชื่อ Play Disney ไว้สำหรับเล่นระหว่างรอคิว มีเพลงดิสนีย์

S__33652755

ซึ่งจริงๆแล้วเค้าจองล่วงหน้าได้ ผ่านแอพเลย ถ้ามีตั๋วเข้าแล้ว จองได้ก่อน ประมาณ 60 วัน มั้ง แต่ด้วยความที่งงๆเรื่องที่พัก และตั๋ว เลยทำให้ต้องจองในวันที่เราไปถึงเลย ซึ่งมันก็เหลือให้ Fastpass ได้อยู่ไม่เยอะ

การเข้า Park ของเรา เป็นแบบ 8 วัน เข้าวันนึงได้หลายปาร์ค เข้าสวนน้ำได้ 1 ที่ (แพคเกจของเราคือซื้อรวมไปกับที่เรียนแล้วเลยราคาถูกกว่าปกติ ซึ่งก็แพงอยู่ดี 55) แฟนเราให้สิทธิ์ของแฟนเรากับเรา แล้วของเค้าซื้อแค่วันที่เหลือ ที่ไม่ได้เรียนเพื่อเข้าไปเล่น

Ticket

การขายตั๋วเข้าปาร์ค ของดิสนีย์เวิลด์มีหลายแบบด้วยกัน ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหมดมั้ย แต่ประมาณนี้ (ใครอ่านแล้วจะไปลองเช็คจากเว็บอีกที

  1. Park per Day Ticket คือตั๋วที่เข้าได้ 1 ปาร์คต่อวัน ซึ่งเข้าวันไหนก็ได้  มีอายุประมาณ 14 วัน ตั๋วอันนี้คือจะถูกสุด
  2. Disney Park Hopper จะเข้าได้ทั้ง 4 ปาร์ค ต่อวัน (แต่เอาจริงๆคือเข้าหลายปาร์คต่อวันนี่มันเหนื่อยมากเหอะ อันนี้เราไม่ค่อยแนะนำ ถ้าไม่ได้เป็นคนที่อยู่อเมริกา หรืออยู่เมืองนั้นอยู่แล้ว)
  3. Disney Park Hopper Plus จะเข้าได้ทั้ง 4 ปาร์ค ต่อวัน และสามารถไปสวนน้ำ ได้อีก 2 ที่ และเข้าพวกสนามกอล์ฟได้
  4. Annual Pass จะเป็นตัวรายปี ซึ่งก็จะเข้าได้หมด มีสิทธิ์พิเศษเวลาจะเข้าปารืคก่อน มีส่วนลดร้านค้า ร้านอาหาร
  5. ซึ่งนอกเหนือจากนี้ เค้าจะมีสิ่งที่เรียกว่า Extra Magic Hours คือสามารถที่จะจ่ายตังเพิ่ม เพื่อเล่นในปาร์คนอกเหนือเวลา เหมือนจะได้ ประมาณ 3 ชั่วโมง 125 usd เช่นในช่วงเช้า หรือหลังจากที่ปาร์คปิดสำหรับคนทั่วไปแล้ว
  6. ไม่รู้มีนอกเหนือจากนี้อีกรึเปล่า ลองดูเว็บ Official เอา

** ที่สำคัญเลย คือ ไม่ซื้อตั๋วมือสองเพราะคิดว่าถูกนะจ๊ะ เพราะการเข้าปาร์ค คือต้องใช้นิ้วเราในการแสกนด้วย

Park

Walt Disney World แบ่งเป็น 4 ปาร์ค 2 สวนน้ำ

4 ปาร์ค

  1. Magic Kingdom
  2. Animal Kingdom
  3. Hollywood Studio
  4. Epcot

2 สวนน้ำ – ซึ่งตอนที่เราไป มีสิทธิ์เข้า 1 สวนน้ำ แต่กลัวหนาว เลยไม่ได้ไป

  1. Disney Typhoon Lagoon เปิดเมื่อ 1 June 1989 มาในธีมพายุทำลายอ่าว ที่นี่เค้าบอกว่าเป็น Waterpark ที่ฮิตที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
  2. Disney Blizzard Beach เปิดเมื่อ 1 Apr 1995 มาในธีม Ski Resort

และยังมีส่วนที่เป็นที่ช้อปปิ้งกินข้าว และเข้าฟรีอีก 2 ที่ คือ

  1. Disney Spring (สามารถเดินทางโดยรถบัสจาก Resort หรือ ปาร์ค)
  2. Disney Boardwalk เปิดเมื่อ 1 July 1996 (อยู่ตรงกลางระหว่าง Epcot กับ Hollywood Studio เดินไปได้ หรือไปทางเรือ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไป) เป็นที่ช้อปปิ้งกินข้าวเย็นแนว Night Life การดีไซน์ เป็นแนว Mid-Atlantic seaside Village ยุค 1990

การเดินทางใน Disney World

  1. Monorail – เป็นรถไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อระหว่าง Disney Resort กับ Magic Kingdom และ Epcot คือโรงแรมที่มี Monorail ก็จะมีสถานีของมันที่สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย
  2. รสบัส (Disney Bus System) – วิ่งฟรีไปกลับจากโรงแรมที่เราอยู่ ไปตามปาร์คต่างๆที่นอกเหนือจากที่ Monorail วิ่งถึง จะมีป้ายบอกเวลาชัดเจนว่าจะจอดรับเวลาใด
  3. เรือ – อันนี้ไม่ได้ลอง ไม่รู้ขึ้นยังไง
  4. เดิน – ถ้าโรงแรมอยู่ใกล้ๆ เช่น โรงแรมที่เราอยู่ เดินไป Magic Kingdom ไวกว่านั่งรถไฟฟ้า
  5. Minnie Van – เป็นรถเก๋งสีแดงลายมินนี่จุดๆ คนขับ เป็นพนักงานดิสนีย์ (Disney Cast Member) เช่าได้ทุกวัน 6.30- เที่ยงคืนครึ่ง ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับระยะทาง ก็จะประมาณ 25$ ซึ่งจะมีแอพ Lyft ให้เรียกได้ สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ เหมาะกับครอบครัวที่บางทีมีเด็กเล็ก เพราะมี Carseat ให้ด้วย
  6. Uber – ราคาสูง
  7. Lyft – เป็นแอพเรียกรถ เหมือน Uber ราคาสูง
  • คือถ้าโดยสารทางอื่นได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้พวก Minnie Van, Uber หรือ Lyft เพราะเปลืองตัง แต่ข้อดีของมันก็อาจจะประหยัดเวลา และระยะทางในการเดินมากกว่าแหละ และสามารถเรียกได่เวลาที่การขนส่งอื่นๆหยุดแล้ว

การสื่อสาร

มีฟรี Wifi ที่โรงแรม และทุก Park ซึ่งเป็น Free Wifi ที่เร็วใช้ได้เลย คือของเค้าทั้งวันเลยอะ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ข้อมูลทั่วไปก็จะประมาณนี้ ถ้านึกอะไรออกก็จะมาอัพเดทเพิ่มเติม

** ข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของดิสนีย์ ผู้เขียนรวบรวมและไปมา อาจเปลี่ยนแปลงไปตามปี หรืออื่นๆ คนสนใจไปลองหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

พาทัวร์ Epcot Walt Disney World

เช้านี้ที่ Epcot กับวันฟ้าครึ้ม ฝนตก พกเสื้อกันฝน ขึ้น Monorail อากาศเย็นเพราะความชื้น

เปิดปาร์คมาคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คงจะเพราะฝนตกนั่นแหละ

S__36347907

ถึงแล้ว Epcot ช่วงที่ไปเป็นช่วง International Festival of the Arts พอดี

DSC03250

มีแผ่นป้ายรูปหน้าคนเล็กๆอยู่บนแผงนี้

DSC03251

ตั้งกล้องถ่ายแบบเปียกๆ ทุลักทุเล กล้องแฉะ

DSC03252

DSC03253

เล่นชิ้นแรก เพื่อหลบฝน Spaceship Earth นั่งเฉยๆในรถไฟ แล้วมันก็จะวนขึ้นไปบนลูกกลมๆนั้นเรื่อยๆ

DSC03254

DSC03255

DSC03256

มันก็จะมีหน้าจอให้เราดูในรถไฟ ออกมาก็จะเหวอๆแบบนี้

DSC03257

DSC03258

DSC03260

ลงมาถึงก็จะมี Project Tomorrow ให้เดินเล่น

DSC03261

DSC03262

ออกมาแล้ว ฝนก็ยังตกอยู่ ก็เลยเข้าไปหลบฝนต่อ ที่ The Art of DisneyDSC03264

เป็นที่ขายผลงานศิลปะของดิสนีย์ทั้งหลาย ซึ่งก็แพงแหละ

DSC03265

DSC03266

S__36347908

S__36347909

S__36347910

หลบฝนต่อที่ The Seas ใจคอจะตกทั้งวันเลยมั้ย มันก็ลำบากแหละเวลาฝนตก ซึ่งดิสนีย์เวิลดิ์ ฝนคิดจะตกเมื่อไหร่ก็ตกอยู่แล้ว ตามปกติ

DSC03267

DSC03270

DSC03271

DSC03272

DSC03273

เดินมาฝั่ง The Land  เพื่อดูลาดเลา

DSC03274

เข้าไปนั่งเล่น Journey into Imagination with Figment เพลินๆดี

DSC03275

DSC03276

ถ่ายรูปเล่นกับวิบวับ

S__36347911

ที่นี่จะมีร้านอาหารชื่อ Garden Grill ที่เป็นร้านดัง และมีไฮไลท์ 2 สิ่ง คือ Soarin’s Around the World และ Living with the Land

DSC03277

แต่เรายังจะไม่เล่น เพราะมีจอง Fastpass ไว้ช่วงบ่าย

DSC03278

โรงอาหารทีนี่ก็จะเป็นพวกอาหารฝรั่งธรรมดา ซึ่งเดี๋ยวเราจะเข้าไปกินด้านในกัน ซึ่งมีอาหารอีกเยอะ

DSC03279
DSC03280

DSC03281

DSC03282

บางส่วนก็ปิดซ่อมแซม ต่อเติมอยู่

DSC03283

จะมีเป็นซุ้มๆ ขายอาหารแบบนี้ตลอดทุกๆโลเคชั่นของแต่ละประเทศ

Epcot มันจะแบ่งเป็นโซนๆ แต่ละประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศ จะมีขายทั้งอาหาร และมีสิ่งก่อสร้างที่สร้างเหมือนกับว่าเราอยู่ประเทศนั้นจริงๆ ทั้งบรรยากาศและทุกอย่าง

DSC03284

ในช่วงของเทศกาล Epcot International Festival of the Art  บางทีจะมีเมนูอาหารพิเศษที่ทำมาเฉพาะปีนั้นๆเท่านั้น อย่างเมนูล่างสุดที่เป็นสีชมพู Cute มากเลย แต่เรากลัวอิ่มก่อนก็เลยไม่ได้สั่ง

DSC03285

DSC03286

DSC03287

DSC03288

ตรงจุดกึ่งกลางก็จะเป็นแอ่งน้ำให้เดินวนรอบใหญ่

DSC03291

โซนแรกเป็นโซนแคนาดา ก็จะมีเป็นแนวน้ำตกDSC03292

DSC03297

DSC03298

DSC03306

DSC03308

ตามด้วยโซนอื่นๆ

DSC03309

เป็นร้านขายของ ที่น่าเดินมากๆ เพราะการตกแต่งของแต่ละร้านที่แต่งได้เข้าธีม

DSC03312

DSC03313

DSC03314

DSC03315

DSC03316

DSC03317

DSC03320

DSC03322

โซนนี้ก็จะเจออลิสด้วย นางน่ารักสดใส และคุยเก่งมาก

S__36347912

DSC03325

DSC03326

DSC03327

DSC03328

DSC03329

DSC03332

DSC03333

S__36347913

S__36347914

DSC03334

DSC03336

มาในส่วนของโซนญี่ปุ่น ยังกับไม่ใช่ดิสนีย์ ยังกับอยู่ญี่ปุ่นเลย

DSC03337

DSC03338

DSC03339

DSC03340

DSC03341

หิวข้าวมาก ยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้า แต่อยากกินอาหารญี่ปุ่น เลยเดินมาถึงโซนญี่ปุ่น

DSC03342

มันก็เป็นซูชิที่ธรรมดามากๆแหละ

DSC03343

DSC03344

ไม่อิ่มเลยต้องมาต่อคิวซื้อ Turkey Leg

DSC03345

Turkey Leg คือกินคนเดียวมันเยอะไปจริงๆ

S__36347915

DSC03346

DSC03347

DSC03348

DSC03350

DSC03351

DSC03352

ถึงโซนเยอรมัน
DSC03353

DSC03354

จุดเด่นของโซนนี้คือ Grapefruit Beer  มันดีงามมากจริงๆ จนลืมว่ามันทำให้เมาได้

ก็จิบไปเรื่อยๆ แล้วบรรยากาศมันดีมาก ในวันที่ฝนตกเปียกๆนิดหน่อย

S__36347916

เดินไปโซนนอร์เวย์ มี Frozen ให้เล่น ต่อคิวยาวหน่อย แต่มันดีมากจริงๆ อันนี้ต้องเข้าเลย

DSC03355

ตอนยืนรอก็เมาๆ นิดหน่อย เลยได้เพื่อนเป็นคุณแม่สอนไวโอลิน มา 1 คน นางเล่าให้ฟังว่าหนีลูกมาเที่ยวคนเดียว แล้วก็มาบ่อยๆ มีตั๋วรายปี เห็น Frozen เปิดใหม่ ยังไม่เคยเข้า เลยได้นั่งเล่นด้วยกัน คุณแม่ใจดีมาก ชวนคุยสนุกเลย

S__36347918

S__36347917

DSC03356

อันนี้เค้า Recommend ว่าต้องกิน Troll Horn  ที่นอร์เวย์

S__36347919

แต่กินแล้วก็เฉยๆนะ ไม่ได้รู้สึกว่าว้าวอะไร

S__36347920

เดินดูขนมรายรอบ คือน่ากินมาก แต่ไม่สามารถยัดอะไรเข้าไปอีกได้แล้ว

S__36347921

เข้าไปเล่นในส่วนของ Gran Fiesta Tour Starring the Tree Caballeros

DSC03357

DSC03358

DSC03360

DSC03361

DSC03363

DSC03364

DSC03365

DSC03366

DSC03367

ไปโซน The Land ใหม่ เข้า Living with the Land เป็นเหมือนการทดลองปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา ในโลกอนาคต มันเจ๋งมากเลยนะ

DSC03369

DSC03370

DSC03372

DSC03371

DSC03373

DSC03374

DSC03375

DSC03376

DSC03377

ต่อด้วยการไปเล่น Soaring Around The World ไม่ได้ถ่ายไว้แต่ก็เจ๋งดี เป็นเวอร์ชั่นเบาๆเสียวๆ ของPandora Avatar

เดินออกมาเก็บให้ครบ ในจุดที่เค้าบอกว่าชิมน้ำอัดลมฟรี จะกินแค่ไหนก็ได้

DSC03378

DSC03379

หละงจากที่ชิมมาหมดทุกรส รสที่อร่อยจะเป็นสตรอเบอร์รี่ กับรสแตงโมของไทย ซึ่งจากการเห็นคนอื่นคุยกัน เค้าก็ชอบรสของไทยกันอยู่นะ

DSC03380

ถ่ายกับ Baymax ก่อนกลับ

S__36347924

นี่คือคนจริงๆ ที่แสดงศิลปะอยู่

DSC03381

DSC03382

วันนั้นก็แอบฝนตก เหนื่อยๆ ก็เลยกินร้านชั้นล่างสุดในโรงแรม Comtemporary

S__36347925

โดนหลอกล่อด้วยการสั่งแก้วน้ำที่มีไฟทิงเกอร์เบลมา 5555

S__36347926

DSC03383

ด้วยความที่อยากกินข้าว เลยให้เค้าแนะนำเมนูมา ได้เมนูนี้มา เค็มๆ อร่อยดี

DSC03384

DSC03385

จบวันด้วยความหมดแรง กลับห้องนอน