getty_rm_photo_of_woman_eating_strawberries

เนื่องจากจะไปผ่าฟันคุดอาทิตย์หน้าเป็นรอบที่ 2 ค่ะ เลยมีไอเดียในการเขียนบล็อคนี้ขึ้นมา

สุขภาพฟัน ใครคิดว่าไม่สำคัญ

โดยปกติแล้วเรามีวิธีการดูแลสุขภาพอื่นๆเยอะแยะเต็มไปหมด

แต่อวัยวะที่เรามักจะลืมจนกว่ามันจะแสดงอาการนั่นคือสุขภาพในช่องปากของเรานั่นเอง

สมัยก่อนตอนเด็กๆไปหาหมอฟันบ่อยมากค่ะ เพราะแปรงฟันไม่ค่อยสะอาดแล้วฟันผุแต่เด็กๆ

จะเห็นฟันกรามเป็นสีเงินๆตั้งแต่เด็กเลย เลยต้องไปหาหมอฟันบ่อยๆส่วนใหญ่จะเป็นการอุด และขูดหินปูน

สมัยก่อนน้องชายเคยฟันผุแล้วไปหาหมอฟัน แล้วน้องก็โวยวายว่าเจ็บมาก ตัวเราไม่เคยถอนเลยไม่รู้ว่าเจ็บแค่ไหน

พอโตมาหลังจาก 10 กว่าขวบก็ไม่ได้ไปหาหมอฟันอีกเลย เพราะคิดว่าฟันแข็งแรงแล้ว

หินปูนที่เราสะสมมาเป็นสิบๆปีก็สะสมมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่สนใจเพราะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรนี่

สมัยเด็กๆก็ต้องขอสารภาพว่าขี้เกียจแปรงฟันตอนกลางคืนด้วย กินขนมเสร็จก็นอนเลย

ช่วง 2-3 ปีที่แล้ว อยู่ดีๆก็เกิดอาการปวดเหงือกขึ้นมา ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าปวดฟันหรือปวดหัวเพราะมันร้าวไปหมดทั้งข้าง

ตั้งแต่หัวสมอง ยันกราม หน้า และแก้ม

ก็เลยคิดว่า ไม่ได้ละ ยังไงก็ต้องไปหาหมอฟัน เลยนัดหมอตรวจสุขภาพฟันเลย

ผลปรากฏว่าหมอบอกว่าฟันกรามมันผุไปหมดแล้ว มี 2 วิธีคือ อุด กับรักษารากฟัน

หมอบอกลองอุดไปก่อนแล้วกัน เพราะถ้ารักษารากฟันมันก็เสียค่าใช้จ่ายอีกเยอะ วันแรกก็เลยอุดไป

พอกลับบ้านมา โอ๊ย ปวดหัวสุดๆ ปวดแบบไม่เคยปวดมาก่อนในชีวิต เหมือนเส้นเลือดในสมองมันเต้นดุ๊บๆๆ

เลยรีบโทรหาหมอ หมอเลยบอก พรุ่งนี้เช้ามาหาหมออีกรอบละกัน

รู้ซึ้งถึงการที่บอกว่าการปวดฟันมันทรมานขนาดไหนก็วันนี้ คิดในใจว่าต่อไปจะรักษาฟันแบบสุดๆๆๆแล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมาก็ไม่ปวดฟันปวดหัวแล้ว แต่ก็ไปทำให้มันเรียบร้อย

ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจหรอกว่ารักษารากฟันคืออะไร

ว่าแล้วก็โดนจับไป x-Ray ฟันในห้อง โดยให้กัดแผ่นกระดาษเล็กๆแล้วก็มีเครื่องอะไรใส่ปากเรา

หมอถามว่าเคยโดนฉีดยาชามั้ย ไม่ค่ะ ฉีดเข้าไป ก็ดีไม่รู้สึกเจ็บตอนทำ แต่ยังได้ยินเสียง อี่ๆๆๆๆ เสียวๆหูอยู่

จากนั้นหมอก็จัดการกรอเอาฟันออกไปเรียบร้อย จนเป็นรูโหวเลย ตอนนั้นรู้สึกอะไรขาดหายไป

แล้วก็เหมือนโดนโบกปูนทับเข้าไป ใช้เวลาทำนานเหมือนกัน พอเสร็จหมอก็บอกว่า เดี๋ยวมาดูอาการอีกระยะนะ

หลังจากทำเสร็จยาชาก็ทำให้รู้สึกหน้าอูมๆ จะกินน้ำจะอ้าปากอะไรก็ไม่ได้ ไม่ชอบการฉีดยาชาเลย >.<

ช่วงนั้นเลยไปหาหมอฟันตลอด เสียค่าใช้จ่ายไปเป็นหมื่นเลยมั้ง เบิกค่าทำฟันได้อยู่ 3,000

แต่ก็ต้องยอมแหละนะ เพื่อสุขภาพฟันของเราเอง และไม่ทรมานมาก

จากนั้นทุกปีก็เลยพยายามไปหาหมอฟันทุกปี เพื่อไปเช็คฟัน และขูดหินปูน

การขูดหินปูนนั้นช่วยลดกลิ่นปากได้ด้วย

ช่วงเดือนสองเดือนที่แล้วก็ตัดสินใจไปผ่าฟันคุด หลังจากที่ไม่กล้าไปผ่าอยู่นาน เพราะโดนคนนู้นคนนี้ขู่ไว้เยอะว่าทำให้ปวดหัวมาก

เนื่องจากมีฟันคุดอยู่ด้านบน เลยโดนจับ x-Ray  และฉีดยาชาด้านบน ไม่รู้สึกบวมๆอึนๆเหมือนอยู่ด้านล่างละ

พอทำจริงๆก็รู้สึกสบายๆนะ ไม่ทรมานเหมือนตอนรักษารากฟัน

ตอนทำมีเสียงดังคร่อบๆ เพราะหมอบีบฟันให้แตก อันนี้รู้สึกกึกๆไปหน่อย ฟันมันแข็งมากนะ

แล้วหมอก็บอกว่า เดี๋ยวจะเย็บแผลนะคะ เราเป็นคนชอบเห็นเวลาหมอทำอะไร มองลอดผ่านผ้าปิดตาไป

เห็นเข็มและเส้นด้ายผ่านปาก ดึงๆๆ ผู้ช่วยหมอแซวว่าคุณหมอเย็บแผลนานกว่าผ่าอีก ฮาๆ

ผ่าฟันคุด ราคาก็ตกอยู่ที่ประมาณ 5000-6000 (ร้านหมอฟันที่ห้าง)

เสร็จแล้วหมอให้กัดผ้าก็อตไว้ 2 ชม. ถ้ายังเลือดไหลอยู่ให้เปลี่ยนผ้าก๊อตกัดใหม่

ปรากฏว่าถึงตอนกลางคืน เลือดก็ยังไม่ยอมหยุดไหลนะ ก็เลยนอนหลับไป

หมอบอกห้ามแปรงฟัน 2 ครั้ง กลับมาก็กินอะไรอ่อนๆ น้ำๆไป แอบหิวนะ แต่ก็ถือซะว่าลดน้ำหนักละกัน

วันแรกหลังจากที่ผ่ามานี่ต้องกินแต่อะไรน้ำๆ เพราะแผลยังไม่หายดี ร้อนเกินไปก็ไม่ได้

พอวันที่ 2 ก็ซ่า กินข้าวได้ตามปกติ จนใครๆก็เป็นห่วงว่ากินอะไรอ่อนๆดีกว่ามั้ย จัดหนักเชียว

แต่ที่เสียใจนิดหน่อยคือข้างปากที่คุณหมอง้างเป็นแผลทั้งอาทิตย์เลย T T (ทนไม่สวยอาทิตย์นึงเนอะ)

อีกสัปดาห์นึงไปหาหมออีกรอบให้หมอตัดไหม ใช้เวลาเร็วมาก แทบจะ 2 วินาทีเอง

พอผ่าฟันคุดมาแล้ว แรกๆคงต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เพราะเหงือกเราจะเป็นรูโหว แล้วเวลาเรากินข้าว เศษอาหารมักจะไปติดตรงนั้น

ตอนแรกๆยังตกใจว่าถ้าเหงือกเป็นรูโหวอย่างนี้แล้วเศษอาหารจะเข้าไปติดตลอดรึเปล่า ปรากฏว่าพอเวลาผ่านไป รูนั้นก็จะค่อยๆสมานเข้าไปเอง

อาทิตย์หน้าจะไปผ่าฟันคุดอีกข้างแล้ว เพราะเศษอาหารชอบไปติดในซอกนั้น กลัวว่านานๆไปแล้วจะทำให้ฟันผุจนต้องรักษารากฟันอีก

อีกอย่างคือการมีฟันคุด พอมันใหญ่ขึ้น จะทำให้มันดันฟันซี่อื่น กินเนื้อฟันซี่อื่นเข้าไป ทำให้ฟันซี่อื่นๆอาจจะเกเรได้

ยังไงๆก็อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพฟันอย่างต่อเนื่องนะคะ ไม่ใช่ปวดฟันก่อนแล้วค่อยไปหาหมออาจจะสายเกินไป

วิธีดูแลสุขภาพฟันและช่องปากของเราก็มีหลายวิธี เลยลองคิดบัญญัติ 10 ประการของตัวเองมาแนะนำกันค่ะ

1. ตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน – 1 ปี

2. ขูดหินปูนทุก 6 เดือน – 1 ปี

3. แปรงฟันให้สะอาด เช้า-เย็น

4. เลือกแปรงสีฟันที่ซอกซอนและเข้าถึงซอกฟันของเราได้มากที่สุด ไม่เลือกที่แข็งเกินไปจะบาดเหงือก และไม่แปรงฟันรุนแรงจนเกินไปจะเป็นแผลได้ สามารถแปรงให้ถูกวิธีได้ ตามที่ตอนเด็กๆคุณครูเคยสอนไว้

5. เลือกยาสีฟันที่เหมาะสม แปรงแล้วไม่แสบปาก (บางทียาสีฟันบางอย่างใช้แล้วทำให้เกิดสิวรอบปากอีกด้วย) หากเป็นยาสีฟันสมุนไพรได้จะยิ่งดี

6. หลังกินข้าวแล้ว บ้วนปาก

7. อย่าลืมแปรงลิ้นด้วย ลิ้นจะได้ชมพู ไม่เป็นสีขาว และมีกลิ่นปาก

8. ใช้ไหมขัดฟัน เผื่อแปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ซอกเล็กซอกน้อย

9. การใช้น้ำยาบ้วนปากที่แรงเกินไปบางครั้งทำให้ฟันกร่อนได้

10. อมน้ำเกลือก็ช่วยให้ลดกลิ่นปาก แก้ร้อนใน แก้การเป็นแผลในปากได้ด้วย

อย่าลืมรักษาสุขภาพฟันของคุณให้ดีนะคะ ด้วยความรักนะ จุ๊บๆ 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s