ตอนนี้ไม่เหยินแล้วนะ !!

จะมาเล่าประสบการณ์ดัดฟังของตัวเองให้ฟัง หลังคนถามเข้ามาเยอะ ว่าดัดยังไง แพงมั้ย

อารัมภบทมานิดนึงก่อน ว่าโดยปกติก่อนหน้า สภาพฟันของตัวเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากเท่าไหร่ (อันนี้คิดในใจเอาเอง)

มีแต่ปัญหาฟันหน้าเหยินออกมามากกว่าปกติไปหน่อยนึง

ตามความเข้าใจของตัวเองตอนแรกก็คิดว่าน่าจะเป็นฟันกระต่าย เหมือนสาวญี่ปุ่น คิเรเนะ

แต่ดูไปดูมา มันไม่น่าจะเป็นฟันกระต่ายแล้วเนอะ เวลาถ่ายรูปออกมาฟันจะดูเหยินๆ

แต่ถ้าใครไม่ได้สังเกตดูจริงๆ ก็จะไม่รู้สึกอะไรแต่คนเป็นเจ้าของฟัน เราจะรู้เองว่าฟันเราเหยินนะ

ก่อนหน้านี้ปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีบ่อย อย่างเช่น ฟันคุด อาจจะเป็นเพราะฟันคุดนี้ด้วย ที่ค่อยๆดันฟันออกมาให้เหยิน และอีกอย่าง คือเป็นคนนอนกัดฟัน จนฟันแตก แล้วรากฟันมีปัญหา

ปวดฟันจนปวดหัว เพราะเส้นประสาทฟันกับหัวมันเชื่อมกันอยู่ ต้องกินยาแก้ปวดทุก 4 ชั่วโมงอยู่เป็นอาทิตย์ ไม่งั้นดำรงชีวิตประจำวันไม่ได้เลยจนต้องรักษารากฟันอยู่เป็นเดือนๆ แล้วหมอก็ให้ใส่ที่ครอบฟันนอนตอนกลางคืนทุกวัน

แรกๆก็ทำตามที่หมอสั่ง ใส่ไปทุกคืน แต่บางวันพอง่วงๆก็หลับไปเลยลืมใส่ ลืมไปลืมมา ฟันที่เคยอุดอยู่ แตกแสดงว่ากัดฟันหนักหน่วงมาก

หลังจากทนไม่ไหวกับอาการฟังเหยินของตัวเอง ถ่ายรูปแล้วขาดความมั่นใจ

ได้มีโอกาสลองหาข้อมูลเรื่องดัดฟันอยู่พอสมควร และได้ทราบว่า การดัดฟันแบบติดเหล็กเวลากินแล้วต้องระวัง เดี๋ยวเศษอาหารนู่นนี่ จะไปติดเหล็ก แล้วเอาออกลำบาก ด้วยความที่เป็นคนชอบกิน เลยอยากที่จะกินแบบง่ายๆสะดวกๆ

และมีความรู้สึกว่าบางที ถ้าสมมติว่าเราจะไปออกงาน ไม่อยากให้มีเหล็กอยู่ในปาก

หาข้อมูลไปหลายที่ บางที่อ่านรีวิวไปรีวิวมา คนไปใช้บริการด่ากระจายในเรื่องความช้า หรือการไม่ดูแลลูกค้า ก็เลยแอบกลัว

เปิดเฟสไปมา ไปเจอการดัดฟันแบบใสอยู่ที่นึง ราคาไม่แพงมาก ซึ่งเราเห็นเค้าเสียค่าใช้จ่ายกันแสนกว่าบาท แต่อันนี้ถูกกว่าครึ่งนึงเลยสอบถามไปทาง Facebook Page ของร้าน แอดมินก็ตอบคำถามได้เข้าใจดี

ร้านนั้นชื่อ Bangkok New Smile Dental Clinic อยู่ตรงลาดพร้าว 42

ปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2016 วันที่ไปถึงคลินิค เจ้าหน้าที่รับเรื่องให้เรากรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว แล้วนั่งรอ

จากนั้นให้เราไป X-Ray ฟัน เครื่องดูอลังการกว่าที่เคยไปหาหมอฟันที่อื่น

หลังจาก X-Ray เสร็จ ก็ไปพบคุณหมอที่จะทำการรักษาให้ คุณหมอใจดีสุดๆ
(คิดในใจ โชคดีมากที่เจอหมอใจดี เพราะเค้าจะต้องอยู่กับชีวิตเราไปอีกซักพักใหญ่เลย)

หมอดูฟิล์มที่ X-Ray แล้วบอกว่า มาหาหมอเพราะฟันยื่นสินะ จากที่คิดว่าไม่ได้ยื่นมาก ดูจากฟิล์ม โอโห เหยินมาทั้งแถบเลย

ตัดสินใจถูกแล้วสินะที่มาดัด หมออธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดอย่างชัดเจน

ทั้งการดัดฟันแบบติดเหล็ก และการดัดแบบใส แบบใสจะมีสองแบบอีกคือแบบส่ง Lab เมืองนอก กับของไทยทำ

หมอบอกว่า ฟันของเรา ไม่ต้องจัดทั้งปาก จัดแค่ฟันส่วนหน้า จนไปถึงฟันเขี้ยว ไม่ต้องถอนฟันออก เพราะฉะนั้นไม่ผอมนะจ๊ะ

แล้วก็ชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดัดแต่ละอย่าง ดัดฟันแบบจัดเหล็ก ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท
ดัดแบบของไทยทำ ประมาณ 6 หมื่นกว่าบาท ดัดแบบ Lab เมืองนอก แสนสอง

เลยถามคุณหมอว่ามันต่างกันยังไงระหว่าง 6 หมื่อน กับแสนสอง เพราะคงไม่จัดแบบติดเหล็กเป็นแน่แท้
หมอบอกว่าแบบแสนสอง คือมันแพงกว่า รูปฟันอะไรมันก็คงจะสวยกว่าแหละ และไม่ต้องมาหาหมอเรื่อยๆ
คือพิมพ์ฟันครั้งเดียว แล้วเค้าจะส่งไปให้ที่บ้าน แล้วเราคอยเปลี่ยน Tray ฟัน ตามที่คุณหมอบอกได้เลย

แต่ส่วนแบบ 6 หมื่น คือต้องมาพบหมอเรื่องๆ วีคนึง สองวีคพบที เพื่อพิมพ์ Tray ฟันใหม่
แอบคิดในใจว่า ถ้ามันใกล้เคียงกัน ทำไมเราต้องไปจ่ายแพง ยอมไปหาหมอเรื่อยๆก็ได้
ไม่ได้มีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส ที่อาจจะมาหาหมอยาก เลยตัดสินใจทำแบบ Lab ไทย

เป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก เพราะถึงแม้ว่าจะแพงกว่า แต่ความสะดวกสบายมีมากจริงๆ

มีความรู้สึกว่าใช้เวลาในการดัดน้อยกว่าแบบเหล็กอีก

จากนั้นคุณหมอก็ให้เคลียร์ปาก มีฟันที่แตกอยู่ ก็ไปอุด และขูดหินปูน และพิมพ์ฟัน
การพิมพ์ฟัน เคยทำมาแล้วตอนทำครอบฟันกันกัด ก็เลยสบายมาก

เค้าจะใช้เจ้าตัวคล้ายๆดินน้ำมันเอามายัดใส่ปากเรา ทิ้งนิ่งๆไว้ซักพัก อาจจะหายใจอึดอัดหน่อย แล้วก็เอาออก
พิมพ์ทั้งฟันบน ฟันล่าง ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นก็เสร็จ แล้วก็ไปเสียค่าใช้จ่าย วันแรกโดนไป 19,200 บาท
อันนี้คือรวมพวกค่าอุด ค่าขูดหินปูนไปเรียบร้อย แอบขอใบประกันสังคมไปเบิก แต่ค่าดัดฟัน เบิกไม่ได้ นะ

หมอนัดอีก 1 วีค มารับ Tray ฟัน หลังจากครบกำหนด 1 วีค ก็ไปรับ Tray ฟัน

หน้าตาฟันก่อนจัด เป็นฟันกระต่าย ก็ดูไม่ได้แย่

001

หมอบอกว่าชุดแรก จะมี Tray ให้ 3 ชิ้น ให้เปลี่ยนทุกวีค อันแรกจะเป็นแบบอ่อน แล้วจะแข็งขึ้นเรื่อยๆ

002

ใส่เข้าไปอันแรก หมอเป็นคนใส่ให้ ด้วยความที่เคยใส่ที่กันกัดมาก่อนก็รู้สึกเฉยๆ รู้สึกแค่ตึงๆ

หมอบอกว่า ดัดฟัน เจ็บนะคะ สบ๊ายยย (เสียงสูง) หมอให้น้ำยาบ้วนปากมาเพื่อใช้สำหรับแปรง Tray ที่ราคา 200 (ตอนหลังไปดูที่ห้างไม่ถึง 100 แต่เอาเถอะค่ะ) เป็นสีใสๆ เข้าใจว่าจะได้ไม่ทำให้ Tray ฟันเปลี่ยนสีถ้าใช้ไปนานๆ

white-protection.jpg

แต่แอบหาซื้อยี่ห้อนี้ยาก ต้องไปซื้อตามโลตัส บิ๊กซี  คุณหมอไม่ให้ใช้ยาสีฟันแปรงนะ

ใส่แล้วถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็จะไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ แต่ปากมันก็จะแปลกๆอยู่นั่นแหละ

o5eg2ug1x7upKHZdJkh-o.jpg

วันต่อมาจะมีอาการพูดไม่ชัด พูดๆไปน้ำลายจะไหลมากอง ซึ่งจะเป็นอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์

แต่ประเด็นคือ น้ำลายไปกองในฟัน เห็นเป็นน้ำลายฟองๆ ทำให้ไม่กล้ายิ้ม หรือพูดกับใครใกล้ๆเท่าไหร่

ใส่ฟันแป๊บเดียว กลับบ้านไป พอเช้าวันรุ่งขึ้น เหมือนเหงือกเรายังไม่ชินกับสิ่งแปลกปลอมในปาก

เหงือกอักเสบ เหงือกบวมเลยจ้า อักเสบไปอยู่ประมาณ 4-5 วัน

พอถอด Tray ฟันออกมา จะรู้สึกเหมือนฟันโยก เหมือนฟันจะหลุด

กัดฟันหน้าไม่ได้เลย ตามที่มีคนเคยจัดฟันเล่าให้ฟัง ว่าต้องใช้ฟันกราม จะเคี้ยวอะไรทีก็ไม่กล้าเคี้ยว

เจ็บฟันอยู่ประมาณ 3 วัน จะระบมๆ ก็ดีขึ้น จากคนที่เคยแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ก็ต้องแปรงฟันวันละ 3 มื้อ

กินข้าวเช้า กลางวัน เย็นเสร็จแล้วค่อยแปรง และลดการกินจุบจิบลง เพราะขี้เกียจถอดฟัน

พบหมอครั้งต่อไป Tray อันต่อๆไป จะมีปุ่มๆ ดันให้ฟันออกมาข้างหน้า หมอบอกว่ามันจะต้องเอาออกมาจัดเรียงข้างหน้าก่อน

แล้วค่อยเอากลับเข้าไปทีเดียว เพราะฉะนั้นช่วงแรกๆที่จัดฟัน เหยินแน่นอน หน้าแปลกทันที

o5ehgkvar01uHywrzg5-o

พอครบกำหนด 1 วีค ก็เปลี่ยน Tray ฟันอันที่ 2 ฟันแน่นกว่าเดิม อาการเหมือนเดิม เจ็บฟันไป 3 วัน

เพิ่มเติมคือ Tray มันแน่นจนไปถูกกระพุ้งแก้มตอนใส่ เป็นแผลไปอีกหลายวัน

Tray 3 มีประสบการณ์แล้ว เลยระวังมากกว่าเดิม แต่ก็แน่นกว่าเดิม

พอครบกำหนด 3 วีค ก็ไปหาคุณหมอ พิมพ์ Tray ฟันชุดใหม่ หมอจับฟันแล้วโยก บอกว่าโยกดีแล้ว

ใช้เวลาพิมพ์ Tray ฟัน 5 นาที แล้วก็กลับบ้าน นัดมารับอีก 1 วีค

วีคถัดมา มารับ คุณหมอใส่ Tray ให้ บอกว่านี่ของจริงแล้วนะ คิดในใจ ผ่านมาได้เดือนนึง สบายมาก

หมอกรอเนื้อฟันออกให้เท่ากัน และสวยงาม และจากนั้น หมอก็ช่วยใส่ tray ฟันให้ จ๊ากกก น้ำตาร่วง มันเจ็บมาก เห็นดาวเห็นเดือน

ทิ้งปากไว้นิ่งๆประมาณ 10 ทีค่อยหายเจ็บหน่อย เสียค่าใช้จ่ายไป 15,000

แต่ตึงมาก และหิวมาก ไปนั่งกินข้าว ถอดฟันก็ยาก มันติดไปหมด จะกินข้าวก็เจ็บ

โอดโอยตอนจะใส่ฟันใหม่นี่แหละ ใส่ปุ๊บปรี๊ดอีกแล้ว อีก 10 นาที หายเจ็บ

จะถอดจะใส่ตอนแปรงฟัน น้ำตาร่วง เชื่อหมอแล้วค่ะ T T เจ็บไปอีก 3 วัน

พอครบกำหนดอีก 1 วีค ก็เปลี่ยน ใหม่ คราวนี้ไม่แน่นเหมือนเดิม พอจะรับได้

ช่วงดัดฟันตอนที่ฟันยื่นๆนี่แทบไม่อยากจะยิ้มเลย เพราะฟันมันออกจะเหยินๆ เหมือนแก้วหน้าม้า

รูปปากจะแปลกมากๆ ยิ่งใส่ Tray ปากจะยิ่งยื่น แต่ยังกินอาหารได้เอร็ดอร่อยเหมือนเดิม

ทุกการเปลี่ยน Tray จะเจ็บฟันอยู่ประมาณ 3-4 วัน แล้วก็จะดีขึ้น

การนัดพบหมอระยะหลังๆก็จะเป็น 2 สัปดาห์ครั้ง หรือเดือนละครั้ง

หลังจากที่เอาฟันออกมาจัดเรียงกันสวยงามแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาค่อยๆผลักฟันเข้าไป

ขาเข้าไม่เจ็บมากเท่าขาออก ค่อยๆเอาฟันเข้าไปเรื่อยๆ หมอจะค่อยๆกรอฟันเราให้ดูสวยงาม

พอจัดฟันเสร็จ ก่อนครั้งสุดท้าย หมอจะนัดพิมพ์ฟันเรา แล้วนัดเราไปขูดหินปูนอีกครั้ง

หมอจะให้เลือกว่ารีเทนเนอร์ จะใส่เป็นแบบเหงือก หรือแบบใสเหมือนที่เราดัดฟัน

ด้วยความที่เป็นคนนอนกัดฟันหนักหน่วง เลยเลือกเป็นแบบใส

หมอบอกว่ากัดฟันกับที่กันกัด ยังดีกว่ากัดฟันตัวเอง แล้วแตก จะมีปัญหาอีก

จะต้องใส่รีเทนเนอร์ทั้งวันไปเป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นให้ใส่เฉพาะตอนนอน

แต่เวลาใส่รีเทนเนอร์แล้ว ก็ต้องระวังว่าจะเอาไปลืมไว้ที่ไหน เช่นห่อทิชชู่ไว้

ลืมไว้ที่ร้านอาหาร หรือเผลอเอาไปทิ้งขยะ

เคยมีประสบการณ์ ตอนกินข้าว เอารีเทนเนอร์ ทิ้งขยะไป แล้วต้องไปต่างประเทศ ทำให้ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ประมาณครึ่งเดือน

พอไปหาหมออีกที หมอให้เอา Tray เก่ามาใส่ โอ้โห เจ็บมาก ปวดหัวนอนไม่ได้เลย

ต่อไปจะไม่ลืมนานๆอีกแล้ว สรุปแล้วใช้เวลาในการดัดฟันรวมๆประมาณ 8-9 เดือน

สำหรับความผอม ไม่ได้ผอมลงแต่อย่างใด การดัดฟันไม่ได้เป็นอุปสรรค์ต่อการกิน และหน้าตอบเหมือนคนอื่น แต่ความเจ็บมีเท่ากัน

เค้าว่าคนเราดัฟันแล้วหน้าเปลี่ยนนิดหน่อยมันก็จริงนะ

ลองมาดูวิวัฒนาการความหน้าเปลี่ยนกัน

Ching teeth

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s