สวัสดี วันสุดท้ายในตุรกี กับมื้อเช้าที่ไม่มีอะไรเป็นอาหารตุรกีเลย ตื่นมาแบบน็อคๆ จากเมื่อคืน

001

เช้านี้เราอยู่กันที่อิสตันบูล (Istanbul) ที่แรกในโปรแกรมคือการล่องเรือ ช่องแคบบอสฟอรัส ชมวิว 2 ฝั่ง ทั้งยุโรป และเอเชีย

DSC02212

DSC02214

DSC02217

DSC02218

DSC02219

DSC02230

DSC02252

DSC02259

DSC02282

DSC02284

DSC02344

DSC02294

DSC02296

DSC02297

DSC02298

DSC02321

DSC02334

DSC02335

DSC02344

DSC02346

DSC02347

DSC02348

DSC02349

ขึ้นจากเรือ ก็ไปต่อกันที่ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ที่มีขายหลายอย่าง ทั้งขนม Turkish Delight ที่เป็นขนมขึ้นชื่อของตุรกี ขายเครื่องเทศ งานเซรามิกต่างๆเครื่องประดับ เครื่องดูดบารากุ เครื่องประดับ เคร่องรางต่างๆ และอื่นๆ

DSC02350

เข้าไปจะเจอในส่วนของที่ร่มที่ขายพวกขนม เครื่องเทศ

DSC02352

เราซื้อกับร้านนี้ คนขายและพนักงานขี้เล่นเป็นกันเอง Turkish Delight เป็นขนมคล้ายๆแป้งๆ ผสมกับทับทิม ชาเขียว ช็อคโกแลต แล้วแต่รส และมีถั่ว ดอกไม้ หรือไส้ต่างๆอยู่ด้านใน รสชาติที่เราว่าอร่อยแล้วซื้อกลับมาเป็นรสทับทิม ชาเขียว แล้วก็กุหลาบ เราว่าแบบนี้มันอร่อยกว่าที่ขายเป็นกล่องๆสำเร็จรูป แต่นี่เค้าก็จะหยิบใส่กล่องให้เรา เราสามารถที่จะชิมเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ

008

อีกอย่างหนึ่งที่เราซื้อมากลับบ้านแล้วชอบบมาก คือถั่วพิตตาชิโอแบบแกะเปลือก อร่อยมาก เคี้ยวเพลินมาก ซื้อมาเป็นกิโลๆ หมดภายใน 1 เดือน ถ้าซื้อเยอะก็จะแถมกระเป๋าให้ แล้วก็อ้อนคนขายหน่อย ได้ชาทับทิมมาอีกกล่อง อร่อยดีรสชาติเปรี้ยวๆ ซื้อขนมอย่างเดียวก็หมดไปครึ่งหมื่นละ แต่อร่อยจริงและเก็บได้นาน ถ้าใครนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไงเหมือนของไทยจะมีขนมอันนึงที่เป็นสีขาว มีถั่วอยู่ด้านใน อันนั้นเหมือนเป็นออริจินอลที่เราไม่ต้องไปซื้อถึงตุรกีก็ได้ คนขายเค้ายังไม่แนะนำเลย 55 แต่ซื้อรสอื่นมาดีกว่า อร่อยกว่า

DSC02354

เดินลึกเข้าไปข้างใน ได้บรรยากาศประมาณสำเพ็ง ขายทุกอย่าง มีร้านขายของจุ๊กจิ๊กเหมือนของเกาหลีด้วย เราไม่ได้เดินเยอะมาก หมดเวลาซะก่อน

002

DSC02356

จากนั้นก็ไปกินข้าวกัน เป็นอาหารจีนที่กินแบบด่วนๆ ละแวกนั้นจะมีคนขายหมวกตลอดเส้นทางเป็นหมวกหนังๆ สวยดี ได้มา 2 ใบ ราคาไม่แพง ประมาณ 100 บาท

004

หลังจากกินข้าวก็เดินไปกันที่ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) มาฝนตกเฉอะแฉะเอาวันสุดท้าย

DSC02359

DSC02360

DSC02361

DSC02362

สังเกตว่าพรมจะมีแถบสีแดงเข้มอยู่ เพื่อแบ่งล็อคของการยืนเวลาทำพิธีละหมาด และก็จะเหมือนที่อื่นๆที่ผู้ชายจะได้ไปอยู่ด้านหน้าๆ และให้ผู้หญิงละหมาดอยู่ด้านหลัง เนื่องจากการลุกนั่งที่สะดวกกว่า

DSC02364

เข้าโบสถ์นี้ ค่อนข้างเคร่งจึงจะต้องสวมผ้าคลุมผม ถ้าไม่อยากใช้ร่วมกับผู้อื่นก็ให้เตรียมไปเอง แต่ถ้าไม่มีก็ยืมเอาได้ จริๆถ้าเดินด้านนอก จะเห็นผู้หญิงที่คลุมผ้าคลุมผมน้อยมาก เค้าบอกว่าเป็นประเทศที่ไม่ได้เคร่งเรื่องนี้ ยังสามารถที่จะปาร์ตี้ได้ กินเหล้า สูบบุหรี่อะไรได้หมด

DSC02368

DSC02371

DSC02373

DSC02374

DSC02375

 

DSC02376

DSC02377

ด้วยความที่ฝนตกเละเฉอะแฉะและเดินไกล ทำให้หลายคนไม่อยากเดินต่อ ส่วนเรามาแล้วก็ต้องไปให้สุดนะ ไปต่อกันที่ พระราชวัง ทอปกาปี (Topkapi Palace)DSC02380

ระหว่างทางจะเข้าไป อยู่ๆก็มีเด็กมัธยมมาขอถ่ายรูป กรี๊ดกร๊าดแล้วขอเซลฟี่ด้วยทุกคน นี่ก็งงไปอีก ตอนแรกนึกว่าจะให้ถ่ายรูปให้ สงสัยคิดว่าเป็นดาราเกาหลีมั้ง 55 เพราะตั้งแต่ไปตุรกี ไม่ค่อยเจอคนหน้าเอเชียเลย แทบไม่มียกเว้นกรุ๊ปทัวร์ที่เจอกันเอง

DSC02381

คำว่า ทอปกาปี (Topkapi) แปลว่าประตูปืนใหญ่ เหมือนสุลต่านที่สร้างที่นี่สร้างปุ๊บเค้าก็อยู่ไม่นาน ย้ายไปที่อื่นต่อ โดยพระราชวังนี้ก็จะติดกับทะเลส่วนนึง มีป้อมปราการเพื่อป้องกันข้าศึก โดยมีปินใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย 2 กระบอก

DSC02384

DSC02385

DSC02386

DSC02389

DSC02392

DSC02404

ได้เวลาอันควร ก็เดินทางไปสนามบินอตาเติร์กกลับบ้านกัน005

006

ก่อนกลับ หาของกินที่สนามบินก่อน เพราะกลัวอาหารบนเครื่องจะกินไม่ได้อีก ได้ไก่ทอดมาช่วยชีวิต

เป็นอีกทริปที่มีความประทับใจในทัศนียภาพ ผู้คน และแมว ^^

007

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s