ถ้าจะให้ไป Disney ที่แรกในชีวิต ก็คงจะเป็นอเมริกาแหละ ที่ดูจะเป็น Original สุด

จริงๆแล้วดิสนีย์ที่แรกเลย คือ Disneyland LA แคลิฟอเนีย ที่เปิดเมื่อ 17 กรกฎาคม 1955 ซึ่ง มี 2 ปาร์ค คือ

  1. Amusement Park
  2. Theme Park

เคยไปญี่ปุ่นมาหลายครั้ง เคยไปฮ่องกง ฝรั่งเศส แต่สุดท้ายก็เลือกไม่เข้าดิสนีย์ เลือกที่จะไปที่อื่น และ Walt Disney World , Orlando เป็นดิสนีย์ที่แรกที่มา

Walt Disney World เป็นดิสนีย์ที่สร้างหลัง Disneyland เปิดเมื่อ 1 ตุลาคม 1971 ในปี 2021 ก็จะครบรอบ 50 ปี เค้าบอกว่าคนมาเที่ยวดิสนีย์เวิลด์ต่อปี ประมาณ 50 ล้านคน หูยยยยยย

นี่เป็นหนังสือที่อ่านเมื่อ 24 APR 2561 แล้วรู้สึกว่า อยากไปจังเลย แต่ตอนนั้นก็คิดนะ ว่าคงไม่มีโอกาสได้ไปหรอก อย่างที่เคยบอกไว้ใน EP.1 อธิบายย่อๆของหนังสือเล่มนี้ Magical Moments คือมีน้องคนนึง ที่เค้าพยายามไปฝึกงานที่ Walt Disney World แล้วเค้าก็เล่าให้ฟังว่ามันใหญ่มาก มันเยอะมาก อ่านจบแล้วก็ตามที่เขียนในแคปชั่นนั่นแหละ ว่าอยากไป และทำให้มีแรงบรรดาลใจ ลองไปหาอ่านกันดู

S__33644623

โห ไปดิสนีย์เป็น 10 วัน ต้องเบื่อแน่เลย เพราะมันอยู่แต่ในนั้นแค่นั้น เป็นคำพูดที่เราได้ยินตอนก่อนจะไปจากคนรอบตัว และเหมือนตัวเราก็ห่างหายจากดิสนีย์เพราะความโตขึ้น ความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาเยอะแล้ว แต่เราเองก็โตมากับเจ้าหญิงดิสนีย์ ก็คิดว่าคงน่าจะอินได้อยู่แหละ

Walt Disney World ก่อตั้ง เมื่อ  1 ตุลาคม 1971 โดยคุณ วอลเตอร์ เอเลียส ดิสนีย์ (Walter Elias Disney)

เช้าวันแรกของการเที่ยว ที่ไม่ได้นอนเลย และหิวมาก เลยรีบแต่งตัว รอสว่าง จอง Fastpass เพื่อให้เล่นเครื่องเล่นที่ต้องต่อคิวนานๆได้ก่อน ใน Application Disney World

ชื่อแอพ My Disney Experience by Disney

สำหรับ IOS : https://itunes.apple.com/th/app/my-disney-experience/id547436543?mt=8

แอพนี้รูปกลาง คือมีแอพนี้แอพเดียวก็จบ ส่วนอีกแอพนึงชื่อ Play Disney ไว้สำหรับเล่นระหว่างรอคิว มีเพลงดิสนีย์

S__33652755

ซึ่งจริงๆแล้วเค้าจองล่วงหน้าได้ ผ่านแอพเลย ถ้ามีตั๋วเข้าแล้ว จองได้ก่อน ประมาณ 60 วัน มั้ง แต่ด้วยความที่งงๆเรื่องที่พัก และตั๋ว เลยทำให้ต้องจองในวันที่เราไปถึงเลย ซึ่งมันก็เหลือให้ Fastpass ได้อยู่ไม่เยอะ

การเข้า Park ของเรา เป็นแบบ 8 วัน เข้าวันนึงได้หลายปาร์ค เข้าสวนน้ำได้ 1 ที่ (แพคเกจของเราคือซื้อรวมไปกับที่เรียนแล้วเลยราคาถูกกว่าปกติ ซึ่งก็แพงอยู่ดี 55) แฟนเราให้สิทธิ์ของแฟนเรากับเรา แล้วของเค้าซื้อแค่วันที่เหลือ ที่ไม่ได้เรียนเพื่อเข้าไปเล่น

Ticket

การขายตั๋วเข้าปาร์ค ของดิสนีย์เวิลด์มีหลายแบบด้วยกัน ไม่รู้ว่าเข้าใจถูกหมดมั้ย แต่ประมาณนี้ (ใครอ่านแล้วจะไปลองเช็คจากเว็บอีกที

  1. Park per Day Ticket คือตั๋วที่เข้าได้ 1 ปาร์คต่อวัน ซึ่งเข้าวันไหนก็ได้  มีอายุประมาณ 14 วัน ตั๋วอันนี้คือจะถูกสุด
  2. Disney Park Hopper จะเข้าได้ทั้ง 4 ปาร์ค ต่อวัน (แต่เอาจริงๆคือเข้าหลายปาร์คต่อวันนี่มันเหนื่อยมากเหอะ อันนี้เราไม่ค่อยแนะนำ ถ้าไม่ได้เป็นคนที่อยู่อเมริกา หรืออยู่เมืองนั้นอยู่แล้ว)
  3. Disney Park Hopper Plus จะเข้าได้ทั้ง 4 ปาร์ค ต่อวัน และสามารถไปสวนน้ำ ได้อีก 2 ที่ และเข้าพวกสนามกอล์ฟได้
  4. Annual Pass จะเป็นตัวรายปี ซึ่งก็จะเข้าได้หมด มีสิทธิ์พิเศษเวลาจะเข้าปารืคก่อน มีส่วนลดร้านค้า ร้านอาหาร
  5. ซึ่งนอกเหนือจากนี้ เค้าจะมีสิ่งที่เรียกว่า Extra Magic Hours คือสามารถที่จะจ่ายตังเพิ่ม เพื่อเล่นในปาร์คนอกเหนือเวลา เหมือนจะได้ ประมาณ 3 ชั่วโมง 125 usd เช่นในช่วงเช้า หรือหลังจากที่ปาร์คปิดสำหรับคนทั่วไปแล้ว
  6. ไม่รู้มีนอกเหนือจากนี้อีกรึเปล่า ลองดูเว็บ Official เอา

** ที่สำคัญเลย คือ ไม่ซื้อตั๋วมือสองเพราะคิดว่าถูกนะจ๊ะ เพราะการเข้าปาร์ค คือต้องใช้นิ้วเราในการแสกนด้วย

Park

Walt Disney World แบ่งเป็น 4 ปาร์ค 2 สวนน้ำ

4 ปาร์ค

  1. Magic Kingdom
  2. Animal Kingdom
  3. Hollywood Studio
  4. Epcot

2 สวนน้ำ – ซึ่งตอนที่เราไป มีสิทธิ์เข้า 1 สวนน้ำ แต่กลัวหนาว เลยไม่ได้ไป

  1. Disney Typhoon Lagoon เปิดเมื่อ 1 June 1989 มาในธีมพายุทำลายอ่าว ที่นี่เค้าบอกว่าเป็น Waterpark ที่ฮิตที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก
  2. Disney Blizzard Beach เปิดเมื่อ 1 Apr 1995 มาในธีม Ski Resort

และยังมีส่วนที่เป็นที่ช้อปปิ้งกินข้าว และเข้าฟรีอีก 2 ที่ คือ

  1. Disney Spring (สามารถเดินทางโดยรถบัสจาก Resort หรือ ปาร์ค)
  2. Disney Boardwalk เปิดเมื่อ 1 July 1996 (อยู่ตรงกลางระหว่าง Epcot กับ Hollywood Studio เดินไปได้ หรือไปทางเรือ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไป) เป็นที่ช้อปปิ้งกินข้าวเย็นแนว Night Life การดีไซน์ เป็นแนว Mid-Atlantic seaside Village ยุค 1990

การเดินทางใน Disney World

  1. Monorail – เป็นรถไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อระหว่าง Disney Resort กับ Magic Kingdom และ Epcot คือโรงแรมที่มี Monorail ก็จะมีสถานีของมันที่สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้เลย
  2. รสบัส (Disney Bus System) – วิ่งฟรีไปกลับจากโรงแรมที่เราอยู่ ไปตามปาร์คต่างๆที่นอกเหนือจากที่ Monorail วิ่งถึง จะมีป้ายบอกเวลาชัดเจนว่าจะจอดรับเวลาใด
  3. เรือ – อันนี้ไม่ได้ลอง ไม่รู้ขึ้นยังไง
  4. เดิน – ถ้าโรงแรมอยู่ใกล้ๆ เช่น โรงแรมที่เราอยู่ เดินไป Magic Kingdom ไวกว่านั่งรถไฟฟ้า
  5. Minnie Van – เป็นรถเก๋งสีแดงลายมินนี่จุดๆ คนขับ เป็นพนักงานดิสนีย์ (Disney Cast Member) เช่าได้ทุกวัน 6.30- เที่ยงคืนครึ่ง ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับระยะทาง ก็จะประมาณ 25$ ซึ่งจะมีแอพ Lyft ให้เรียกได้ สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตได้ เหมาะกับครอบครัวที่บางทีมีเด็กเล็ก เพราะมี Carseat ให้ด้วย
  6. Uber – ราคาสูง
  7. Lyft – เป็นแอพเรียกรถ เหมือน Uber ราคาสูง
  • คือถ้าโดยสารทางอื่นได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้พวก Minnie Van, Uber หรือ Lyft เพราะเปลืองตัง แต่ข้อดีของมันก็อาจจะประหยัดเวลา และระยะทางในการเดินมากกว่าแหละ และสามารถเรียกได่เวลาที่การขนส่งอื่นๆหยุดแล้ว

การสื่อสาร

มีฟรี Wifi ที่โรงแรม และทุก Park ซึ่งเป็น Free Wifi ที่เร็วใช้ได้เลย คือของเค้าทั้งวันเลยอะ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ข้อมูลทั่วไปก็จะประมาณนี้ ถ้านึกอะไรออกก็จะมาอัพเดทเพิ่มเติม

** ข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของดิสนีย์ ผู้เขียนรวบรวมและไปมา อาจเปลี่ยนแปลงไปตามปี หรืออื่นๆ คนสนใจไปลองหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s