แพ้ฟักข้าว : เพราะฟักข้าวอาจไม่ได้มีแต่ประโยชน์อย่างที่คุณคิด

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นปี 2559 ค่ะ ได้เคยเขียนไว้ใน Pantip วันนี้เอามาลงบล็อคเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคน
อยากจะแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้ทุกคนได้อ่านกัน
เพราะตอนที่เกิดเหตุการณ์นี้ ลองเสิชหาในเนตดู แทบจะไม่มีข้อมูลนี้เลย

เริ่มจากที่เราไปรู้จักสิ่งที่เรียกว่าฟักข้าวทั้งใน Pantip และได้ยินจากที่อื่นมาด้วยว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์
น้ำมาทำเป็นพวกครีมบำรุงผิว หรือบางคนก็เอาไว้กิน ซึ่งมันมีประโยชน์
เรารู้จักฟักข้าวนี่มาประมาณหลายปีแล้วค่ะ เคยซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ทำมาจากฟักข้าว ก็ถือว่าใช้ดี
แต่ยังไม่เคยลองทาน เคยเห็นลูกมันหลายครั้ง หน้าตามันจะออกเป็นสีส้มๆ แดงๆแบบนี้
รูปนี้ขอเอามาจาก Google เพราะลืมถ่ายรูปเต็มไว้

o1gsvaformufH498B5B-o

จนมีอยู่วันนึงไปแถวตลาดอตก. แล้วเห็นเค้าขาย เลยไปซื้อมา 1 ลูก
หลังจากกลับจากทำงาน ก็ลองผ่าทานดู โดยเอามีดมาหั่นแบ่งครึ่ง แบ่งกับแม่ทานคนละครึ่งลูก
หน้าตาใกล้ๆลูกฟักข้าวจะเป็นแบบนี้

o1gt35h7K1j1qZQzmU-o.jpgข้างในหน้าตาเป็นแบบนี้ ดูไม่ค่อยหน้ากินเท่าไหร่เลย
ด้วยความที่เป็นคนชอบลองอะไรใหม่ๆ อยากรู้ว่ารสชาติของแต่ละอย่างเป็นยังไง
และด้วยความที่เป้นคนไม่เคยแพ้อาหารอะไรเลย ก็เลยลองได้แบบไม่กังวล คิดว่าเป็นพืชผักผลไม้ธรรมดา
รสชาติมันๆหวานๆ  สีแดงๆ มีเมล็ด ที่กัดถูกแล้วมีรสขม เรากินแบบทั้งที่ผ่าสดๆแบบนี้

o1gt4yg253Y2SQL911g-o.jpg

หลังจากกินเสร็จ นั่งอ่านมือถือเล่นไปประมาณไม่ถึง 20 นาที รู้สึกเวียนหัว ก็คิดว่าง่วงนอน
ซักพักใจสั่น เริ่มผะอืด ผะอม หลังจากผ่านไปประมาณ ครึ่งชั่วโมง เริ่มไม่ไหวแล้ว วิ่งไปอาเขียนรอบแรก
อาหารที่กินเข้าไปออกมาหมดเลย แม่บอกว่าเราคงจะเหนื่อย พักผ่อนน้อยมานาน
หลังจากอาเจียนรอบแรกไป ออกมานั่งหายใจเหนื่อยใจสั่นอยุ่ เอะใจว่าเกี่ยวกับสิ่งที่กินเข้าไปเมื่อกี๊รึเปล่า
ไม่น่าจะเป้นเพราะอย่างอื่น เพราะอย่างอื่นกินปกติหมด ยกเว้นเจ้าตัวฟักข้าวนี้
เลยลองเสิชหาในเนตดู เค้าบอกว่าฟักข้าวควรเอาไปทำให้สุกก่อน คือเอาไปต้มก่อนกิน และไม่ควรกัดถูกเมล็ด เพราะเมล็ดมันมีพิษ
แย่ละ อาการผะอืดผะอม เริ่มมา วิ่งไปอาเจียนอีกรอบ รีบหันไปถามแม่ว่ามีอาหารอะไรรึเปล่า แม่บอกไม่เป็นไร
ออกมานั่งเหนื่อยอีกรอบ ไม่รู้จะทำยังไง ลองเสิชพี่ Google อีกหน่อย ส่วนใหญ่มีบอกแต่ว่ามันมีประโยชน์
ไปอ่านเจอคอมเมนท์ของแค่คนสองคนในทั้งหมดที่เสิช Google ว่ามีอาการอาเจียน ถ่ายท้อง
นั่งไปอีกประมาณ 20 นาที วิ่งไปอาเจียนอีกรอบ แน่ชัดละ ถ้าเป็นอย่างอื่นไม่น่าจจะมีอาการเร็วขนาดนี้ แพ้ฟักข้าวชัวร์ๆ
หลังจากนั้นเข้าห้องน้ำถ่ายท้องไปอีก 4 รอบ ยังไม่ทันออกจากห้องน้ำก็เข้าไปอีกแล้ว มีอาการถ่ายคล้ายๆท้องร่วง เป็นน้ำๆเลย
เค้าบอกว่าถ้าคนมีปัญหาท้องเสีย ไม่ควรกินยาอะไรให้หยุดถ่าย หลังจากหายปวดไปหน่อยนึง เลยพยายามหลับ
โชคดีมากที่หลับได้ และไม่ปวดท้องมากตอนกลางคืน แค่เหนื่อยใจสั่น และหมดแรง
ตื่นเช้ามา หิวน้ำมาก เหมือนร่างกายขาดน้ำ แท้จริงต้องกินผงเกลือแร่ เพราะถ่ายหลายรอบมา แต่ก็คิดว่ายังไหวอยู่
เข้าห้องน้ำไปอีก 3 รอบที่บ้าน เริ่มหมดแรง แต่ก็ยังไปทำงาน ไปเข้าห้องน้ำที่ทำงานอีก 3 รอบ
สรุปรวมแล้ว 10 รอบภายในข้ามวัน น้ำหนักจากปกติ 48 กว่าๆ เหลือ 46 กิโลภายในคืนเดียว
เพราะกินอะไรไม่ลง และกลัวว่ากินอะไรเข้าไปจะออกมาหมด เลยไปซื้อนมะพร้าวอ่อนมากินไป 2 ลูก
เค้าบอกว่าน้ำมะพร้าวเป็นสิ่งธรรมชาติที่ช่วยแก้อาการท้องเสียได้ดีเยี่ยม และมันก็ทำให้มีเรี่ยวแรงและหยุดถ่ายจริงๆ
และกินน้ำส้มเกลือแร่เพิ่มขึ้นไปแทน เพราะกลัวเสียเกลือแร่
กลางวันกินข้าวต้มไปได้หน่อยนึง แล้วท้องไส้รวนๆ มวนๆ แต่ไม่ถ่ายแล้ว
พอตอนเย็น เกิดอาการหิว เลยต้องหาอะไรทาน กระเพาะขลุกขลักๆเหมือนเดิม
แต่พอวันต่อมาก็อาการดีขึ้นแล้ว ถามแม่ว่ามีอาการอะไรรึเปล่า แม่บอกว่าปวดท้องมวนๆเหมือนจะถ่ายตลอดเวลาเหมือนกัน แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้แพ้แบบเรา

เขียนบันทึกไว้เป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ และเตือนตัวเองด้วย ว่าอย่ากินอะไรที่ไม่เคยกินเยอะๆขนาดนี้
ยังโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านี้ และถ้าจะกินฟักข้าว เอาไปต้มก่อนนะจ๊ะ และอย่าให้เมล็ดมันแตก เพราะมันมีพิษจ้าน้ำหนักลดก็จริง แต่ซูบรวดเร็วแบบนี้ ไม่ต้องเลียนแบบกันนะ

วิธีการแกะสละแบบง่ายๆ

เมื่อวันก่อน มีคนเอาสละมาฝากทั้งกล่องเลย ปกติก็แกะกินแค่ 1-2 ลูก แต่เมื่อได้มาเยอะ ก็ต้องแกะเยอะค่ะ

เลยแกะทีเดียวทั้งกล่องใหญ่ๆ พอแกะเยอะเข้า ถ้าไม่รู้เทคนิคการแกะ จะมีความแกะยาก สละจะช้ำได้

วันนี้เลยมีวิธีการแกะสละง่ายๆมาฝากค่ะ

P1260718

ขั้นตอนแรกคือเด็ดสละออกจากก้านก่อนเลยค่ะ

P1260719

ต่อมาก็ตัดตรงส่วนหัว หรือหาง

P1260720

ฉีกเป็นแนวไปตามทาง มันจะร่อนให้เอง

P1260721

ท้าดาาา ได้ผลสละสวยงาม

P1260722

ช่วยลดอาการเจ็บมือ เพราะหนามตำไปเยอะค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็เคาะๆหนามออกจากผลก่อนก็จะช่วยได้เยอะกว่าด้วยค่ะ แกะออกมาได้เพียบ เอาไปทำสละลอยแก้วดีมั้ยนะ

P1260724

ดูขั้นตอนในยูทูบได้เลยค่ะ

อาหารกุ้ยหลิน: จืดๆ สไตล์จีน แต่แซ่บด้วยพริก

สัปดาห์ที่ผ่านมา หลบไปพักผ่อนที่เมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีนมา

กลับมาถึงคำถามแรกที่ทุกคนถามกัน คือ อาหารกินได้มั้ย อาหารรสชาติเป็นยังไงบ้าง

กลับมากินส้มตำไปรึยัง ไม่ได้ถามถึงเรื่องสถานที่เที่ยวเท่าไหร่เลย ทั้งที่เป็นเมืองที่สวยงาม

คงจะเห็นว่าข้าพเจ้าเอาดีทางด้านของกินสินะ ตอนแรกว่าจะเขียนบล็อคไว้เป็นวันๆ

แต่คิดไปคิดมา แยกเป็นเรื่องๆ ไปดีกว่า บล็อคแรกตามคำเรียกร้องพูดถึงเรื่องของกินเลยละกัน

อาหารกุ้ยหลินส่วนใหญ่มีรสชาติจืดๆ ด้วยความที่ตัวเองชอบอาหารรสจัด

พอกินอาหารจืดปุ๊บ เลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ อาหารจืดของไทย ยังรสจัดกว่าที่กุ้ยหลินอีก

พอมาทานอาหารจีนที่กุ้ยหลิน มีความรู้สึกว่า อาหารที่ไต้หวัน ที่คราวก่อนไปอร่อยกว่าเยอะ

หรือว่ามันอยู่ที่ร้านที่เค้าพาไปกินรึเปล่าไม่รู้ แต่ถามใครต่อใครที่เคยไปมาก็บอกว่ารสชาติไม่ถูกปากเหมือนกัน

อย่างนี้คงเป็นเหมือนกันหมด ที่คนบ้านเค้ากินรสชาติอาหารแบบนี้

ไปคราวนี้ตอนแรกคิดว่าน้ำหนักต้องขึ้นแน่ๆ เพราะอาหารจีนตามที่ทุกคนก็รู้กันอยู่ มันๆ แป้งๆ

แต่แปลกที่ไปวันแรกๆ กางเกงยังฟิตอยู่ พอวันหลังๆ กางเกงหลวมขึ้น

บล็อคนี้เลยขอรวมรวมรูปอาหารที่รับประทานตลอดระยะเวลา 6 วัน 5 คืนมาฝากกัน

ภาพอาหารอาจจะไม่ได้แจ่มมาก รูปเบลอบ้างอะไรบ้าง เพราะรีบถ่าย เกรงใจเพื่อนร่วมโต๊ะที่ทานด้วยกัน

ครั้งนี้ส่วนใหญ่กินในโรงแรม กับร้านอาหารพื้นเมือง ซึ่งไม่ว่าที่ไหนก็คงเหมือนกัน

ที่อาหารพื้นเมืองรสชาติจะดีกว่าอาหารในโรงแรมแน่ๆ อยู่แล้ว

ก่อนขึ้นเครื่องจากกรุงเทพ เริ่มหิว เลยซื้อข้าวเหนียวมะม่วงที่สนามบินกล่องละ 180 มาหม่ำรองท้องก่อน

อร่อยดี แต่น่าจะมีถั่วเหลืองกรอบโรยซะหน่อยเพื่อความสวยงามด้วย

IMG_3705

ครั้งนี้บินไปกับ Go Holiday Tour สายการบิน China Southern Airline

IMG_3716

อาหารกลางวันบนเครื่องเป็นข้าวไก่อบ กับขนมปังเปล่าๆ เอามาทาเนย พอกินถูไถได้

เมื่อไปถึงกุ้ยหลินเวลาเย็น ก็ทานอาหารเย็นในโรงแกรมที่พักเลย ไปกัน 14 คน แบ่งได้เป็นสองโต๊ะพอดี

แต่แปลกที่ที่นั่งโต๊ะละ 7-8 คน แต่ไม่รู้สึกว่ามีมื้อไหนกินแล้วอิ่มแบบจริงจัง ทั้งที่อาหารก็มาเยอะ (แต่บางอย่างก็ไม่อร่อยกินเหลือ)

อาหารเย็นวันแรก: โรงแรมที่พัก Garden Holiday

ประเดิมด้วยหมูติดกระดูก แทะๆไปเจอกระดูก แต่ละคนก็หยิบชิมๆ กัน แล้วก็วาง จานนี้เหลือจ้า

IMG_0032

ตามด้วยผัดเห็ดเข็มทอง ใส่พริกหยวก  ใส่คล้ายๆ ผักบุ้ง ใส่หมู จานนี้ค่อยเค็มขึ้นมาหน่อย กินกับข้าวก็โอเค

แต่แอบบ่นข้าวที่เมืองจีน โปะมาเป็นก้อนๆ ข้าวแข็งๆ ทำให้ไม่ค่อยอยากกินข้าวเท่าไหร่เลย

IMG_0033

ปลาจีน หั่นมาสวยงาม รสชาติเฉยๆ ก้างเยอะระดับ 10 ต้องกินดีๆ ไม่งั้นอาจมีติดคอ

IMG_0036

ไข่เจียว จานนี้อร่อยสุดในมื้อแรกละ ไข่เจียวทำง่ายสุดแล้วต้องอร่อยนะ ใส่ผักต้นหอมลงไปนิดหน่อยก็โอเค

IMG_0037

อาหารจีนส่วนใหญ่ต้องมีผักอย่างนี้ แล้วก็เหลือกันบานทุกมื้อ

IMG_0039

แอบจินตนาการว่าต้องเป็นลูกชิ้นกุ้งแน่ๆ กัดลงไปว๊าย..ลูกเดียวพอจ้ะ ลูกชิ้นแป้งๆ เผือกๆ ใส่หอมใหญ่

IMG_0041

ลักษณะคล้ายกุนเชียง มันๆ กับหมูยอ กินได้หน่อย

IMG_0045

น้ำซุป ตอนแรกคิดว่าน้ำล้างถ้วยรึเปล่า จืดสนิทศิษย์ส่ายหน้า ข้างในมีข้าวโพดต้มให้แทะเล่นๆ อยู่หลายฝัก

IMG_0038

ที่เด็ดสุดของมื้อนี้คงเป็นขาหมู น้ำซอสมันอร่อยดี หวานๆ เค็มๆ รสกลมกล่อม ราดข้าวรสเยี่ยม

IMG_0043

แต่ขาหมูจีนทุกที่ชอบเอาชิ้นมันๆ ใส่เข้ามาด้วย คนบ้านเค้าอาจจะกินหมดก็ได้นะ แต่คนไทยเฮลตี้เลยเหลือชิ้นที่มันสุดติ่งไว้

IMG_3718

วันแรกยังเป็นมื้อเกรงใจ อาหารแต่ละอย่างจืดมาก แต่เค้ามีซีอิ๊วพริก คล้ายๆ น้ำปลาพริกบ้านเรา (ลืมถ่ายมา)

ซึ่งทำให้กินอาหารลงมากขึ้น ครั้งนี้เลยตักพริกจ้วงเข้าปากไปเยอะมาก จนทุกคนหาว่ากินเผ็ดเก่ง

ถ้าไม่กินพริก อาหารจะกินไม่ค่อยลงจริงๆ นะ แต่กินพริกเยอะๆ ก็อร่อยช่วงบน ลำบากช่วงล่างในเช้าวันรุ่งขึ้นนะฮะ

IMG_0046

คนจีนชอบดื่มน้ำอุ่นๆ ดื่มชา แต่ชาที่โรงแรมนี้ก็จื๊ดจืด ไม่ค่อยมีกลิ่นของชาเลย แล้วบ้านเค้าก็ไม่กินน้ำแข็ง

น้ำอัดลม เค้าจะกินแบบไม่ใส่น้ำแข็งกันเลย ไกด์เล่าให้ฟังว่า มาเมืองไทยซื้อน้ำอัดลมถุงๆ แม่ค้าตักน้ำแข็งใส่ใหญ่

ไกด์เลยหันไปบอกแม่ค้าว่าซื้อน้ำ ไม่ได้ซื้อน้ำแข็ง

ถึงอากาศที่จีนจะร้อนแค่ไหนเค้าก็ไม่กินน้ำแข็งกันจริงๆ นะ คงเพราะผู้ใหญ่สอนๆ กันมารุ่นต่อรุ่นเรื่องว่าอวัยวะภายในไม่ชอบเย็น ไม่ชอบชื้น จะทำให้ป่วยได้

IMG_0044

ลองชิมเบียร์ดูแก้มขาหมู จืดๆ เบาๆ อ่อนๆ ดูผู้หญิงกินได้

IMG_0035

อิ่มแล้วก็นั่งมองเพดานกันไป

IMG_0047

ปิดท้ายด้วยผลไม้ ส้มจี๊ด รสชาติดี หวานๆ เปรี้ยวๆ แก้เลี่ยน พุงยังเหลือพื้นที่อีก 40% เข้านอน

IMG_0048

อาหารเช้าวันที่ 2 : ในโรงแรม Garden Holiday

อาหารเช้าในโรงแรม มีอาหารแค่ไม่กี่อย่าง และเหมือนกันทุกวัน ย้ำ เหมือนกันทุกวัน (เมนูเดิมเด๊ะๆ) เลยถ่ายมาให้ดูแค่วันเดียวพอ

ลงมาถึงจะมีเจ๊คนนึงหยิบไข่ใส่จานหลุมให้คนละฟอง จะกิน 2 ฟองก็คงจะได้ หยิบตะเกียบ ช้อนให้พร้อม

IMG_0063

ถาดแรก คล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว แต่จืดๆ

IMG_0064

หมั่นโถว ไม่มีไส้ ไม่มีแยม ไม่มีเนยให้ทา กินจืดๆ อย่างนี้นั่นแหละ

IMG_0065

คล้ายๆ ข้าวต้มมัด แต่ข้างในลักษณะคล้ายบะจ่าง ห่อเป็นแหนมตุ้มจิ๋ว จืดๆ

IMG_0066

มัน มีรสชาติหวานขึ้นมานิดนึง แต่ไม่มีน้ำตาลให้จิ้มนะ กินแบบนี้แหละ

IMG_0067

ไส้กรอก หน้าตาแดงๆ เหมือนไส้กรอกขนมโตเกียวบ้านเราที่ดูไม่ค่อยหน้ากิน แต่รสชาติโอเคอยู่ เค็มสุดแล้วในบรรดาทั้งหมด

IMG_0068

แตงกวาน้ำเจิ่ง คล้ายๆแตงกวาที่ทำกิมจิเกาหลี แต่รสชาติเฉยๆ เผ็ดๆ นิดหน่อย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำน้ำเยอะขนาดนั้น

IMG_0069

มีข้าวต้มน้ำใส ใส่ไข่เยี่ยวม้าน้อยนิด และน้ำเต้าหู้น้ำใส รสจืดสนิท แต่มีน้ำตาลทรายวางข้างๆ ให้เติมความหวาน

IMG_0070

เครื่องเคียงรสชาติเค็มๆนิดนึง และพริกเผาเค็มๆ เผ็ดๆ ไว้กินกับข้าวต้ม

IMG_0072

ไกด์อุตส่าห์ให้โรงแรมทอดไข่ดาวให้ และมีแมกกี้มาให้เหยาะ แถมโยเกิตรสธรรมชาติให้ด้วย

IMG_0073

อาหารกลางวัน วันที่ 2 : ภัตตาคารใกล้นาขั้นบันไดหลงจี๋

IMG_0201

อาหารยกมาวางด้วยความรวดเร็ว จานแรกก็มันซะแล้ว

IMG_0191

ไข่เจียวหน้าตาและรสชาติใกล้เคียงกับที่กินไปเมื่อวาน

IMG_0192

ผัดผักกระหล่ำเหมือนเดิม

IMG_0193

ปลาตัวเล็กตัวน้อยทอด ค่อยอร่อยขึ้นมาหน่อย

IMG_0194

หมูผัดฟัก จืดๆIMG_0195

มันแห้งๆ ไม่หวานมาก

IMG_0196

เต้าหู้ทรงเครื่อง ที่จืดๆ เผ็ดนิดๆ

IMG_0197

เห็ดหน้าหมู จะบอกว่าหมูที่นี่เค้าเลี้ยงแบบธรรมชาติ สัตว์อย่างอื่นก็เช่นกัน ทำให้บางทีรู้สึกมีกลิ่นสาบๆ อยู่

IMG_0198

กำลังจะตักอาหารเข้าปากก็มีคนในร้านมาร้องเพลงให้ฟัง เสียงแจ๋วกันเลยทีเดียว ร้องเพลงก็เอาเหล้าหวานมาให้

ใครใจดีก็เอาตังวางใส่ในถาด

IMG_0199

รสชาติหวานๆ ไม่เหมือนเหล้าเลย มีใส่เมล็ดข้าวมาด้วย

IMG_0200

กินเสร็จ เดินออกมารอรถด้านนอก เจอน้องหมาท่าทางอัธยาศัยดี กระดิกหางดิ๊กๆๆๆ ผอมกะหร่องก่อง

กล้าๆ กลัวๆ จะเดินเข้าร้าน ดูท่าทางจะหิวโหยจัด พนักงานในร้านเค้าก็ไม่สนใจ

พอเจอลูกทัวร์ใจดี เลยหยิบเศษอาหารเหลือๆ โยนให้กิน มันก็คงจะดีใจเนอะ

IMG_0203

อาหารเย็นวันที่ 2: ภัตตาคาร

IMG_0212

มาถึงก็วางเบียร์ กับน้ำแข็งไว้เลยจ้า อันนี้ไม่ได้ชิม

IMG_0213

เกี๊ยว มาแบบไม่ร้อนเท่าไหร่ ข้างในเป็นไส้หมู รสชาติพอใช้ได้

IMG_0214

น้ำซุปเห็ด จืดๆ

IMG_0215

ปลาจีน ที่ก้างเยอะเหมือนเดิม

IMG_0216

ผัดผักกับเห็ด เกือบจะอร่อยละ

IMG_0218

แห้วคริสตัล ข้างนอกเป็นแป้งเคลือบน้ำตาล รสชาติหวานๆ กรอบๆ แต่มาตอนเย็นแล้วเลยแข็งโป๊กเป๊ก ข้างในเป็นแห้ว

IMG_0219

เผือกอัดเป็นลูกกลมๆ ชุบแป้งทอด

IMG_0222

กุ้งตัวเล็กทอดกรอบ จานนี้อร่อยหน่อย

IMG_0221

หมูทอด เหนียวๆ นิดนึง

IMG_0225

เป็ดปักกิ่งที่ไม่กรอบ และมีกลิ่นสาบเล็กน้อย

IMG_0228

กินกับแป้ง น้ำราดซีอิ๊วดำรสหวานๆ เค็มๆ เหนียวแบบแปลกๆ

IMG_0229

เป็นมื้อที่อิ่มพอประมาณ ไม่ถึงกับมาก

IMG_0226

อาหารเช้าวันที่ 3 อาหารเหมือนเช้าวันที่ 2

อาหารกลางวันวันที่ 3: ภัตตาคารในเมืองหยางซั่ว

ตกแต่งร้านได้แปลกตาขึ้นมานิดนึง

IMG_0338

ต้มซุปฟักรสชาติจืดๆ

IMG_0341

ไก่ก็จืด อยากได้น้ำปลาเลย

IMG_0344

ปลาก้างเยอะเหมือนเดิม

IMG_0343

ไข่มะเขือเทศ เน้นมะเขือเทศเยอะกว่า

IMG_0346

ผัดหมี่จืดๆ

IMG_0347

มันหมูกับเผือก แทบจะไม่มีใครแตะเลย เพราะมันมาก

IMG_0342

ของเด็ดประจำร้าน เผือกคริสตัล คล้ายๆแห้วคริสตัล แต่ดูอร่อยกว่า จานนี้เกลี้ยง

IMG_0345

IMG_0348

อาหารเย็นวันที่ 3: ภัตตาคารโรงแรมในเมืองหยางซั่ว

ตลกมาก ตรงที่ไกด์เป็นคนขี้ลืม ขับรถไปถึงร้านละ คนในรถก็มองออกไปที่ร้าน เอ๊ะทำไมร้านมันมืดๆ ดูร้างๆ

มึนกันทั้งคันรถอยู่นาน ปรากฎว่าไกด์พาไปร้านผิด จริงๆ ต้องไปกินที่โรงแรม เพราะวันนั้นร้านนี้ปิด เลยมูฟไปที่โรงแรม ซึ่งอาหารก็รสชาติธรรมดาๆ

IMG_0489IMG_0486

มีเมนูปลาแช่เบียร์ ซึ่งมีแต่ก้าง เนื้อหายไปไหนหมดไม่รู้ รสชาติก็เฉยๆ มาก แต่เค้าบอกว่าเมนูขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ ปลาแช่เบียร์ เพราะฉะนั้นทุกร้านก็จะขายปลาแช่เบียร์เหมือนกันหมด แต่รสชาติแต่ละร้านก็จะไม่เหมือนกัน อย่างกับกินอาหารคนละอย่างเลยทีเดียวIMG_0487

กุ้งจานนี้พอใช้ได้

IMG_0488

ผัดถั่วงอก นอกนั้นไม่ได้ถ่ายมา เพราะหน้าตาและรสชาติก็ดูจะคล้ายๆเดิมIMG_0490

อาหารแหย่กระเพาะมาก ตกดึก หิวจ้า ไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปร้านสะดวกซื้อมาใส่น้ำร้อน

ส่วนใหญ่จะเป็นรสเนื้อ มีรสไก่อยู่กล่องเดียว เลยซื้อมาลอง รสชาติซุปแปลกๆ ดี แต่ก็พอกินประทังชีวิตไปได้แหละ ยังดีกว่าปล่อยให้หิว เป็นโรคกระเพาะ

อาหารเช้าวันที่ 4: โรงแรม West Street Vistra ในเมืองหยางซั่ว

มาถึงก็ไปต่อคิวกินก๋วยเตี๋ยวที่ไกด์บอกว่าอร่อยมาก กำลังลวกเส้นร้อนๆ เลย เป็นเส้นคล้ายๆ อุด้ง ราดน้ำซุปใส่หมู

แล้วก็เติมเครื่องเคียงต่างๆ กันเอง ที่วางเรียงรายอยู่

IMG_0590

แอ่นแอ๊นนนนน หน้าตาดี แต่รสชาติจืดเหมือนเดิม ต้องกินกับเครื่องเคียงถึงจะเข้ากัน

รสชาติกินเข้าไปแล้วไม่ได้อร่อยเวอร์วังแบบเหาะได้ แต่ก็เหมาะกับการกินเป็นอาหารเช้าอุ่นๆ ท้อง.. แต่ก็มีบางคนบ่นกลิ่นสาบหมู

IMG_0591

มีอาหารและขนมจัดวางไว้มากกว่าที่โรงแรมแรก

IMG_0592

อันนี้เป็นแป้งเหนียวๆ ไส้ถั่วรสชาติหวานๆ หน้าตาดูไม่ดี แต่เราชอบอร่อยดี รสคล้ายๆ กาลอจี้บ้านเรา

IMG_0593

มีของกินมากขึ้นนิดนึง

IMG_0594

อันนี้แปลก เป็นแยมโรลไส้แยม แต่ใส่หมูหยองไว้ด้านบน แปลกดี แต่รสชาติไม่ถูกปาก

IMG_0595

อาหารกลางวัน วันที่ 4: ภัตตาคารในเมือง

IMG_0671IMG_0672

น้ำซุป มีรสชาติขึ้นมานิดนึง

IMG_0673

ไข่เจียวระดับมาตรฐาน

IMG_0674

เผือกกับหมู ดูดีขึ้นมาหน่อยกับวันก่อน

IMG_0675

เห็ดหูหนูเค็มนิดหน่อย จานนี้อร่อยดี

IMG_0676

เห็ดกับหมูน้อย

IMG_0677

เป็ดจานนี้อร่อยสุดแล้วในเป็ดที่กินทั้งหมดในทริปนี้ หนังกรอบ ไม่มีกลิ่น

IMG_0678

อาหารเย็นวันที่ 4: กลับมาที่ภัตตาคารในกุ้ยหลิน

IMG_0812IMG_0813

ผัดเห็ด

IMG_0814IMG_0821

จานนี้แอบเสียดายวุ้นเส้นที่ทำไม่สุก เหมือนทำไว้เพื่อความสวยงามเฉยๆ

IMG_0819IMG_0816

มะเขือชุบแป้งทอด เกือบจะอร่อยละIMG_0817

เป็ดมาอีกละ แต่ไม่อร่อย ไม่กรอบแถมมีกลิ่นสาบอีกแล้ว

IMG_0822

ของหวาน แป้งๆ จิ้มน้ำตาลทรายขาว รสชาติจืดๆ IMG_0818IMG_0820

อาหารเช้าวันที่ 5 : กลับมาที่โรงแรมเดิมวันแรก อาหารก็หน้าตาเหมือนเดิม จนแอบคิดว่า 365  วันเค้าไม่คิดจะเปลี่ยนเมนูเลย ?

อาหารกลางวันวันที่ 5: ภัตตาคารในกุ้ยหลิน

การตกแต่งร้านดูสวยกว่าวันที่ผ่านๆ มา

IMG_0928

มาถึงก็มีคนเอาขนมมาขายให้ชิมดู เผื่อมีคนซื้อ รสชาติเหมือนขนมปังกรอบ

IMG_0930

หมูเต้าหู้มาอีกแล้ว กลิ่นหมูแรงมาก >.<

IMG_0931

ปลาก้างเยอะทุกมื้อจนชิน ทำใจซะเถอะ

IMG_0932

รสชาติเฉยๆ อีกแล้ว

IMG_0933

IMG_0935IMG_0936

รสชาติแปลกๆ อธิบายไม่ถูก แต่มีกลิ่นสาบหมู

IMG_0938

เปาะเปี๊ยะไม่กรอบมาก แป้งๆ รองด้วยคล้ายๆ ข้าวคั่วที่แข็งๆ

IMG_0939

ซุปรสชาติโอเคกว่ามื้ออื่น มีลูกพรุนด้วย

IMG_0940

กุ้งเต้าหู้ มันๆ

IMG_0941

ยังดีมีน้ำมะม่วงผสมกีวีรสชาติดีขึ้นมานิด

IMG_0934

ขนมจืด ลักษณะคล้ายๆ ขนมชั้นบ้านเรา แต่ขนมชั้นอร่อยกว่าเยอะ เห็นขนมแบบนี้มีแพ็คใส่กล่องขายด้วยนะ

IMG_0937

อาหารเย็นวันที่ 5 : โรงแรมในเมืองกุ้ยหลิน

IMG_1096

ภาชนะสวย ผ่าน เห็นน้ำพริกที่วางอยู่นั่น น้ำพริกกุ้งบ้านเรา เห็นคนชาติอื่นเค้าไปเค้าก็ต้องพกเครื่องเคียงบ้านเค้าไปด้วย เช่นเกาหลี ไกด์เค้าก็เอากิมจิไปกินกับอาหารจีนด้วย

IMG_1097

เห็นหัวแล้วแอบกลัวIMG_1099

ของทอดก็กินได้นิดนึง คล้ายๆ ฟักทอง

IMG_1100IMG_1102

ปลาทอดซีอิ๊ว จานนี้ใช้ได้ อร่อยดี

IMG_1103IMG_1106

ปิดท้ายด้วยการฉลองวันเกิดให้หัวหน้าทัวร์ น้องบิว ไกด์แอบใส่ใจ ลูกทัวร์เลยได้กินเค๊กเปรมปรีดา

IMG_1113

สรุปเค๊กอร่อยสุด บางเบา ฟิน

IMG_1116

อาหารเช้าวันที่ 6 : ข้าวกล่องบนรถทัวร์

เนื่องจากวันสุดท้ายต้องเดินทางกลับไปสนามบินแต่เช้า เลยได้อาหารกล่องที่แพ็คมาจากโรงแรม

เปิดมาคิดในใจชั้นจะอิ่มมั้ย เอาน่ะ กินเพื่อความอยู่รอด ฮ่าๆ

ทริปนี้เลยไม่ค่อยประทับใจเรื่องของกินเท่าไหร่

เพราะเค้าบอกว่าอาหารจีนที่ถูกปากคนทั่วโลกส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจีนกวางตุ้ง

อันนี้มาบ้านเมืองเค้าก็ต้องกินให้ได้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะกินไม่ลงเลยทีเดียว แค่ไม่อร่อยถูกปากเท่านั้นเอง ^^

IMG_3860

อยากบอกว่า.. มากุ้ยหลิน อย่าคิดถึงเรื่องกิน ให้เที่ยวชมวิวทิวทัศน์สวยๆ งามๆ ดีกว่า

ไม่ได้ไปเจแปน ก็กินอาหารเจปุง แทนแล้วกันที่ Sushi Hana ดีงามพระราม 3

ไม่มีอะไรมาก เมื่อวานไปทานอาหารกับเพื่อนแม่มา แถวพระราม 3

ร้าน Sushi Hana พระราม 3 มา

ที่อยู่: 762/2 ถนน พระราม 3 แขวง บางโพงพาง เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
โทรศัพท์: 02 295 2380
พอดี Lobster เพิ่งมาลง เลยจัดกันซักหน่อย และมีอีกหลายเมนูที่ลดราคาถึง 40%
ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบสั่ง ถ่ายรูปๆ และทาน เลย อาหารสดดี รสชาติใช้ได้
อาหารคาวจบแล้วปิดท้ายด้วยของหวาน ไอติมชาเขียวที่ใส่น้ำผุ้ง ชอบจุง
12039522_893840573986084_917607524425126400_n12036515_893840533986088_4534167369510660518_n12003167_893840547319420_8946154253756664212_n12004137_893840520652756_2197658654044387183_n12019931_893840603986081_6491369110741458902_n12033048_893840647319410_5311796071425963070_n12046628_893840613986080_5088891812327394557_n12046644_893840487319426_588397568330503238_n12046925_893840723986069_2423679478576277374_n10625019_893840673986074_2376452259620594058_n12038295_893840660652742_7524779768535823167_n11996904_893840793986062_6223596852709973918_n

วันวาน โว้ โว โว…ชิมขนมในตำนานสมัยคุณแม่ยังสาว

วันก่อนไปเดินตลาดนัดรถไฟมา แล้วก็ไปสะดุดอยู่ที่ร้านขายขนมเก่าๆ สมัยตอนเด็กๆ

จริงๆก็เห็นหลายทีแล้วแหละ แต่ก็ซื้อมากินแค่บางอย่าง แต่วันนั้นเดินไปคนเดียวแล้วบรรยากาศมันให้ด้วยมั้ง

เลยไปหยุดยืนที่หน้าร้านขายขนม อยากย้อนวันวานทุกอย่างเลย เพราะเราก็จำไม่ได้แล้วว่าตอนเด็กๆที่เรากินแล้วมันอร่อยจังเลย

เดี๋ยวนี้ เรายังรู้สึกอย่างนั้นอยู่รึเปล่า แล้วพอชิมแต่ละอย่างก็พบว่ามันเป็นขนมที่กินตอนเด็กๆแล้วอร่อยจริงๆนั่นแหละ ฮาๆ

IMG_8606 IMG_8605 IMG_8603 IMG_8600 IMG_8599 IMG_8597 IMG_8596 IMG_8595 IMG_8594 IMG_8593 IMG_8592 IMG_8591 IMG_8590 IMG_8588 IMG_8587 IMG_8586 IMG_8583 IMG_8582 IMG_8581