ผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดด้วยตัวคุณเอง

ชีวิตคนกรุงมักเจอแต่ความเร่งรีบ วุ่นวายตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งปี ไม่หยุดหย่อน เราใช้ชีวิตกันแบบรีบๆเร่งๆ เพื่อแข่งกับเวลา

แม้กระทั่งกับการดูแลตัวเอง บ่อยครั้งที่เราพบเจอกับความเครียดที่สะสมมาในแต่ละวัน และหาทางออกไม่ได้

ความเครียดเหล่านี้เองที่สะสม และบั่นทอนสุขภาพของเราเองไปเรื่อยๆ

วันนี้มีเคล็ดลับผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเองแบบง่ายๆมาฝากกัน

ก่อนอื่นคงจะต้องเสียสละเวลาอันมีค่าของทุกคนเพื่อเป้าหมายในการดูแลตัวเองอย่างแท้จริงซักชั่วโมง

ถ้าใครอยากรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายก็ให้ทำ ดีท็อกซ์ล้างพิษสวนลำไส้เอาของเน่าเสียหมักหมมออกจากตัวเรา ดีท็อกซ์ลําไส้3

จากนั้นก็หาเพลงเย็นๆ เพราะๆ หรือเพลงที่เราชอบ เปิดไว้ในห้องน้ำ

ไม่ใช่เพลงโหวกเหวกโวยวายเสียงดังนะ เดี๋ยวจะยิ่งเครียดกันไปใหญ่

บางคนในแต่ละวัน อาบน้ำกันอย่างเร่งรีบ

ไม่มีเวลาเพราะเดี๋ยว ต้องไปดูละคร เดี่ยวต้องไปดูซีรีย์ หรือกิจกรรมอะไรที่คั่งค้าง

อยากจะทำเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ลองใช้เวลานานขึ้นอยู่ในห้องน้ำอาจจะทำให้เราอยู่กับตัวเอง และใจเย็นขึ้น

เริ่มจากการเปิดน้ำอุ่นๆพอเหมาะ บางทีการนั่งอาบน้ำก็ช่วยเปลี่ยนอิริยาบถให้เรารู้สึกสบายและผ่อนคลายมากขึ้น

ฉีดน้ำให้ผมเปียก และใช้แชมพูสระผมที่เราเจอมลพิษจนกลายเป็นกลิ่นควัน กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์สารพัด

essential oil and camomile flowers

ค่อยๆนวดศีรษะทีละส่วน นวดเลยมาถึงต้นคอ ให้รู้สึกว่าผมสะอาดแล้ว แล้วล้างออก

จากนั้นตามด้วยครีมนวดผมที่ปลายเส้นผม ช่วยให้ผมนุ่มมากขึ้น

ระหว่างรอหมักผมด้วยครีมนวด เราก็หันมาอาบน้ำ ฟอกสบู่ถูตัว พร้อมทั้งขัดขี้ไคลที่สะสมมานาน แล้วล้างน้ำออก

stamped_soap_bars

จากนั้นก็นำสครับ กลิ่นที่เราชื่นชอบมาขัดผิว โดยส่วนตัวชอบกลิ่นน้ำผึ้งหวานๆ หรือกลิ่นผลไม้ ก็ช่วยให้สดชื่นขึ้น

12348

สครับขัดผิว อย่าขัดบ่อยจนเกินไป เพราะผิวบางอยู่แล้ว สัปดาห์ละครั้งก็พอ

พร้อมทั้งนวดตัวเองทั้งตัวไปด้วยตั้งแต่หัวจรดเท้า กลิ่นหอมๆของสครับ

จะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้น จากนั้นก็สระผมและอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นๆจนสะอาด ตามด้วยการล้างหน้า

และอย่าลืมแปรงฟันด้วยล่ะ เช็ดตัวให้แห้ง ใส่เสื้อผ้าแล้ว นำน้ำแข็งในตู้เย็นก้อนเล็กๆมาถูหน้าดู

ก่อนถูอย่าลืมผ่านน้ำทีนึงก่อน เพื่อไม่ให้ก้อนน้ำแข็งบาดกับหน้ามากจนเกินไป

จากนั้นก็เป่าผมให้แห้ง เตรียมตัวเข้านอน อย่าลืมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ และไม่ต้องคิดถึงเรื่องใดๆก่อนนอน

เรื่องง่ายๆเพียงเท่านี้ ก็ทำให้ผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดในชีวิตไปได้เยอะแล้ว แค่ขอเวลาสักหน่อยเท่านั้นเอง

สาธิตกัวซาหน้า

1367486646785

 

เปิดเผยหน้าบ้าง วันนี้มาสาธิตวิธีกัวซาหน้าค่ะ เพื่อเป็นการยกกระชับหน้าไม่ให้หย่อนคล้อยด้วย
เริ่มจากการทาน้ำมันบนผิวหน้า จะใช้น้ำมันมะรุม หรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้ ทาให้ทั่วผิวหน้า
เราสามารถขูดกัวซาได้ทั้งตอนเช้าก่อนแต่งหน้า หรือตอนกลางคืนก่อนนอน
แล้วเรามาเริ่มขูดกัวซาหน้ากันค่ะ ทุกการขูด ให้ขูดขึ้นไปข้างบนนะคะ

ประโยชน์ของโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้)

เก๋ากี้

เมื่อเดือนที่แล้ว คุณน้าแนะนำให้กินโกจิเบอร์รี่ บอกว่ามีคนบอกต่อมาอีกทีว่า กินแล้วช่วยให้มีความจำดี ไม่แก่เร็ว และลดคลอเรสเตอรอลได้ด้วย..

ตอนแรกก็งงว่า “โกจิเบอร์รี่” คืออะไร ?…อ้อ ที่แท้ก็คือ “เก๋ากี้” นี่เอง

คุณน้าบอกว่า กินได้ทุกวัน วันละ 1 กำมือ หรือประมาณ 10 กว่าเม็ด ..ไม่ใช่ว่าอยากได้ประโยชน์เลยกินทีละมากๆ เยอะไปก็ไม่ดี

น้าบอกว่า เก๋ากี้ มีสองชนิด มีเม็ดใหญ่รสหวาน กับเม็ดเล็กรสเปรี้ยว ให้เลือกซื้อชนิดหวาน

เมื่อไปค้นหาข้อมูลดู พบว่า “เก๋ากี้” ไม่เพียงแค่ให้ประโยชน์ในเรื่องความจำดีและชะลอความแก่เท่านั้น ยังมีประโยชน์อีกมากมาย..

เก๋ากี้ ช่วยควบคุมน้ำตาลในเม็ดเลือดแดงด้วย ตอนนี้คุณป้าเป็นเบาหวานและความดัน เลยลองกินดูว่าจะลดได้จริงรึเปล่า..แต่คงต้องใช้เวลานานพอควร

หมอปิง (แพทย์จีน) บอกว่า “เก๋ากี้” มีวิตามิน A มาก ช่วยบำรุงประสาทสายตาได้ดีที่สุด และยังมีวิตามินอื่นๆ อีกมากมาย

ตามร้านอาหารจีน มักจะมีเมนู ต้มกระดูกหมู และใส่เก๋ากี้ลงไปเคี่ยวด้วย

ในเก๋ากี้มีวิตามินC ละลายน้ำและเจอความร้อนไม่ได้ ถ้าเอาไปต้มเคี่ยว จะไม่ได้ประโยชน์ ผิดหลักการ วิตามินจะหายหมด ต้มนานจะมีรสเปรี้ยว

วิธีปรุง – เอาเก๋ากี้ลัางน้ำพักไว้ ต้มน้ำแกงให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ยกขึ้น แล้วจึงนำเก๋ากี้เทลงไป คนนิดหน่อย รับประทานได้เลย

หรืออีกวิธี เอาเก๋ากี้ ไว้ในชาม แล้วตักน้ำแกงราดลงไปในชาม รับประทานได้เลย จะไม่เสียคุณค่าอาหารมากนัก

ถ้าให้ดี ล้างเก๋ากี้ผ่านน้ำแล้วนำมาเคี้ยวสด จะได้คุณค่าอาหารมากกว่า

สรรพคุณและประโยชน์ของโกจิเบอร์รี่ (เก๋ากี้) >>  http://bit.ly/10B7g1Y

รู้เท่าไม่ถึงการณ์

vegetarian-barcelona-health-food-stores

หลายคนที่เจอแม่เรา ต่างถามกันว่าทำไมหม่าม๊าดูสาวจัง ดูสุขภาพแข็งแรง

ทุกทีที่เดินด้วยกันมักมีแต่คนทักว่าเป็นพี่สาวกับน้องสาวรึเปล่า

พอดีแม่เราเคยเขียนบทความนึงไว้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพของแม่เมื่อหลายปีก่อน เลยขออนุญาตแม่นำบทความมาให้อ่านกันค่ะ

“40 กว่าปีก่อน……

ปู๊น ๆ… ปู๊น ๆ… ยามเย็นของทุกวัน จะได้ยินเสียงไมค์ประกาศมาแต่ไกล “ไอติม หวาน ๆ เย็น ๆ มาแล้วจ้า” เสียงนี้คุ้นหูมากสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ทุกคนในระแวกนั้น แทบทุกบ้านพากันวิ่งออกมาตามเสียงเชิญชวนให้ลิ้มรสไอศกรีมตัดแบ่งเสียบไม้ ( ที่สมัยนี้เรียกกันว่า“ไอติมโบราณ”) รวมถึง ด.ญ.ตัวน้อยวัย 7 ขวบ และพี่ ๆ น้อง ๆ ของเธอที่ต้องรีบขอตังพ่อแม่ออกมาซื้อไอติมรส โกโก้ กะทิ ชา วานิลา สตรอเบอรี่.. กินกันอย่างเอร็ดอร่อย

หลังมื้อเที่ยงสมัยเรียนก็ต้องต่อด้วยไอศกรีมเคลือบช๊อคโกแลตสุดโปรดทุกวัน

เมื่อก่อน ตู้เย็น เป็นสิ่งแปลกใหม่ สำหรับคนสมัยนั้น พ่อซื้อตู้เย็นมาไว้ที่บ้านแช่น้ำแข็ง น้ำเย็น น้ำหวานสีแดง ๆ เขียว ๆ น้ำอัดลม แม่ก็ชอบซื้อโอเลี้ยงรสชาติหอมหวานจากข้างบ้าน ยิ่งอากาศร้อน ๆ ด้วยแล้ว  โอ๊ย…มันชื่นใจจริง ๆ   เรียกได้ว่าดื่มน้ำธรรมดาที่ไม่เย็นไม่ใส่น้ำแข็ง  ดื่มไม่เป็นกันเลยทีเดียว

อาหารที่แสนจะชอบรับประทานอยู่เป็นประจำ จะเป็นจำพวกลูกชิ้นเนื้อวัว มันตรงหัวกุ้ง ไก่ทอด ของทอด ๆ ทั้งหลาย อาหารอะไรที่ใส่ผักก็จะเขี่ยทิ้งหมด เพราะไม่ชอบ.. ทุก ๆ วันหลังเลิกเรียน ก็ยังชอบเดินออกไปหน้าปากซอยซื้อลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึก ไข่ปลาหมึกย่างกับน้ำจิ้มรสแซ่บ ๆ อีกด้วย

ตั้งแต่เด็กจนโต  เวลาเจออากาศเย็น จะเป็นหวัดน้ำมูกไหลเป็นประจำ  ช่วงเข้าสู่วัยมีประจำเดือน จะต้องไปใช้บริการห้องพยาบาลของโรงเรียนทุกเดือน เพราะมีอาการปวดท้องมาก หน้าซีด ผะอืดผะอม อาเจียน บางครั้งถึงกับเป็นลมด้วย มันทรมานจริง ๆ โดยที่เราเองไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเลย

พอแต่งงานมีครอบครัว จึงเริ่มหันมาดื่มนมวัว ยิ่งช่วงตั้งครรภ์ก็ยิ่งดื่มมากขึ้น เพราะคุณหมอบอกว่า นมมีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ในทีวีก็โฆษณารณรงค์ให้ดื่มนมกันเถอะ ประชาชนอย่างเรา ๆ ก็ต้องเชื่อสิ่งที่ออกสื่อ และคิดว่าคนทั่วไปก็คงเชื่อเช่นนั้น  เห็นฝรั่งเค้าตัวสูงใหญ่ พอมีลูกก็อยากให้ลูกแข็งแรง สูง ๆ แบบเค้าบ้าง

หลังคลอดลูก ด้วยความที่อยากลดน้ำหนัก  จึงคิดว่าการดื่มน้ำเข้าไปมาก ๆ ก่อนรับประทานอาหารและระหว่างรับประทานอาหารจะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง และจะทำให้ผอมในที่สุด จึงพยายามทานน้ำแกงมาก ๆ ดื่มน้ำตามเข้าไปมาก ๆ หลังรับประทานอาหาร และพยายามกินผลไม้มาก ๆ เพราะคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีแบบธรรมชาติ โดยที่ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน จึงปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด

อาหารมื้อเช้าของครอบครัวส่วนใหญ่จะเป็นไปตามแบบฉบับของตะวันตก ขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม ตามด้วยนมสด มิหนำซ้ำบางวันยังตามด้วยน้ำส้มคั้นหรือน้ำผลไม้กล่องอีกด้วย ทุกอาทิตย์ก็จะหนีไม่พ้นพิซซ่า ไก่ทอด ไอศกรีม ช๊อคโกแลต ไปช็อบปิ้งห้างสรรพสินค้าทุกครั้งก็จะต้องมีขนบขบเคี้ยว มันฝรั่งทอดกรอบรสชาติใหม่ ๆ น้ำอัดลม นมสดหลาย ๆ แพ๊คในรถเข็นด้วยเสมอ

เมื่อลูก ๆ โตขึ้น ก็เริ่มเห็นความแตกต่างและข้อเปรียบเทียบของการดื่มนมวัวระหว่างลูก 2 คน ลูกชายที่ดื่มนมเยอะมาก ปรากฎว่าเป็นโรคภูมิแพ้ ส่วนลูกสาวที่ไม่ค่อยชอบดื่มนัก กลับไม่เป็น.. (แต่ด้วยความที่ปัจจุบันอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองที่มีมลพิษมาก จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นภูมิแพ้หายใจติดขัดได้)

เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ร่างกายของฉันเองก็เริ่มมีอาการส่อแววผิดปกติ คือ มีอาการชาที่มือข้างซ้าย จึงไปหาหมอที่ ร.พ.ตรวจสุขภาพ เจาะเลือด …..โอ้ ! คลอเลสเตอรอลสูง 297  เกินกว่าอัตราที่เค้าตั้งไว้มาก เพิ่งจะมาคิดได้ภายหลังว่าที่ผ่าน ๆ มา เรากินอาหารประเภทมีไขมันสูงมาตลอดนั่นเอง

เมื่อก่อนฉันจะชอบดูหนังชุดมาก พอเริ่มดูก็เริ่มติด ดูถึงเที่ยงคืนตี 1  ดึกๆ ทุกคืน!
ตื่นเช้ามาเตรียมอาหารให้ลูกไปโรงเรียนเสร็จก็จะง่วง นอนต่อ เพราะคิดว่าเป็นการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง (ความจริงมันไม่ใช่)..มากินข้าวเช้าตอน 10 โมงกว่า ขับถ่ายไม่เป็นเวลา (ขับถ่ายบ้าง ไม่ถ่ายบ้าง)

ต่อมาอาการป่วยต่าง ๆ ก็ตามมาเหมือนเงาตามตัว เป็นภูมิแพ้อย่างหนัก หายใจลำบาก กระแอมตลอดเวลา ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว หน้าซีด ง่วงซึม ปวดเบ้าตา ปวดศีรษะตลอดเวลาจนถึงขั้นปวดไมเกรน มึนงง บ้านหมุน  มีผื่นคันตามตัว หน้าบวม เท้าบวม มีอาการร้อนใน มีแผลในปากบ่อยมาก ขากรรไกรค้าง เป็นตะคริวที่เท้าบ่อย ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ปวดหัวเข่า เจ็บเท้ามากเวลาเดินถึงขั้นเดินกระเผก เป็นโรคกระเพาะ แน่นท้อง เป็นกรดไหลย้อน มีสิวที่ไม่ใช่สิววัยสาวขึ้นเยอะมาก (ตอนอายุ 40 กว่า) ท้องเสีย ท้องผูก สลับกัน คลอเลสเตอรอลสูง ความดันสูง นอนไม่ค่อยหลับ ใจสั่น มือสั่น มีอาการชักบ่อย สุดท้ายเป็นโรคเครียด

ดูสิว่า ทำไมโรคช่างมากมายขนาดนี้ แถมยังต้องกินยาฉีดยาเป็นประจำ ช่างทรมานเหลือเกิน ทรมานมากจนไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้

เมื่อ 3 ปี ที่ผ่านมา น้องสาวได้เอาหนังสือ “มหัศจรรย์ธรรมชาติบำบัด” มาให้อ่านและมีความหวังอีกครั้ง จึงรีบไปรักษากับคุณหมอแดง ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอและหันมาศึกษาการรักษาสุขภาพอย่างจริงจัง ได้ศึกษาหาความรู้จากหนังสือสุขภาพหลาย ๆ ตำรา และศึกษาจากอินเตอร์เน็ตด้วย ถึงได้รู้ว่า การกินการอยู่ที่ผิด ๆ ไม่ได้ทำตามนาฬิกาชีวิต เป็นการทำร้ายร่างกายตัวเองโดยตรง ตัวเราเป็นผู้ก่อโรคขึ้นมาเองทั้งสิ้น

ฉันจะรักษาสุขภาพให้ดีอย่างนี้ตลอดไป..คิดว่าจะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลานเมื่อยามฉันแก่ และเมื่อปี พ.ศ.2549 ฉันได้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาแพทย์แก่ ร.พ. จุฬาลงกรณ์ และมอบอวัยวะทุกส่วนให้สภากาชาดไทยแล้ว ฉันคิดว่าไม่เพียงแค่รักษาร่างกายเพื่อตัวเอง แต่อย่างน้อย เมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว อวัยวะและร่างกายที่ไม่เสียหายจากการรักษาสุขภาพของเรา จะสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้บ้าง

จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากความเคยชินที่ทำกันมาตั้งแต่เด็ก จากการไม่เข้าใจและไม่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ป่วยก็หาหมอ กินยา ฉีดยา ซื้อยามากินเอง กินยาเข้าไปมาก สุดท้ายก็ไม่เหลือภูมิต้านทานอีกเลย กว่าจะเยียวยาได้ ใช้เวลายาวนานที่จะฟื้นฟูให้สภาพร่างกายกลับสู่สภาพปกติ แต่ฉันยังถือว่า โชคดี ที่รู้ทันก่อนที่จะสายเกินแก้”

31-05-2010

*คุยกับแม่ เรื่องของกินที่ชอบ ..น้ำแข็ง น้ำเย็น ไอศกรีมของโปรด และอาหารที่เราอยากจะกิน.. แม่บอกว่า นานๆ กินทีละกัน กินไปเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นโรคเครียดอีกโรค ฮ่าๆๆ ค่อยยังชั่วหน่อย 😀

ปัจจุบันนี้แม่ไม่ได้หาหมอมาเกือบ 6 ปีแล้ว จากที่เคยเข้าออก ร.พ. อาทิตย์ละหลายวัน กินยาเคมีเป็นกำ ๆ  ตอนนี้ป่วยก็รักษาให้หายได้เอง โดยต้องทำตามนาฬิกาชีวิต กินสมุนไพร กัวซา(ขูดพิษ) และทำดีท๊อกซ์  ..ซึ่งตัวเราเองก็รักษาแบบธรรมชาติบำบัดตามอย่างแม่

เมื่อเราเกิดจากธรรมชาติ เราก็ควรหันมาดูแลสุขภาพของเราด้วยวิธีธรรมชาติเช่นกัน

แล้วท่านล่ะคะ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ควรจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหลายที่ทำผิด ๆ กันมาหรือยัง ?

สาหร่ายเกลียวทอง บำรุงสุขภาพ

Spirulina

เราเคยถามตัวเองไหมว่าในแต่ละวัน เรากินอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่

หลายครั้งที่ได้ยินคำตอบว่าไม่ รวมทั้งตัวเราเองด้วย ที่ถึงแม้จะรักษาสุขภาพ

แต่เมื่อออกไปข้างนอกกินข้าวกันคนอื่นก็ไม่สามารถเคร่งครัดในจุดนี้ได้

หลายคนมียาบำรุงร่างกายที่ต้องกินเป็นสิบๆอย่าง เพื่อจะได้ไม่รู้สึกว่าขาดสารอาหารอะไรอย่างอื่นไป

ถามว่าปกติเรากินอะไรบำรุงเป็นประจำ คงต้องเป็นอะไรที่เป็นสมุนไพรอยู่แล้ว

สิ่งที่กินมีขมิ้นชันแคปซูล แก้โรคกระเพาะ และสาหร่ายเกลียวทองช่วยบำรุงร่างกาย

รู้จักสาหร่ายเกลียวทองเพราะเมื่อ 6ปีก่อนแม่เป็นโรคไข้เลือดออก พอหายแล้วอ่อนเพลียมาก

คุณหมอที่รักษาแบบธรรมชาติบำบัดเลยแนะนำมา กินแล้วฟื้นไข้

เลยกินสาหร่ายเกลียวทองมาตลอด แต่ก็กินบ้างหยุดบ้าง

พอแข็งแรงแล้วก็หยุดพักบ้าง พอรู้สึกเพลียๆแล้วก็กินใหม่

จริงๆสาหร่ายเกลียวทอง ก็คือ ที่เค้าเรียกว่า สไปรูลีน่า นั่นเอง

หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไป หรือดูตามเว็บที่เชื่อถือได้ ยี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ

สารอาหารในสาหร่ายเกลียวทองมีครบทั้ง 5 หมู่เลย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่

ขนาดการรับประทานคงจะแล้วแต่ข้างขวดของแต่ละยี่ห้อว่าเขียนว่ากี่เม็ด เพราะบางยี่ห้อก็มีขนาดใหญ่เล็ก ไม่เท่ากัน

ใครที่กำลังมองหาสิ่งที่จะมาบำรุงร่างกายอยู่ ก็ขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ กินแล้วอ่อนเพลียน้อยลงจริงๆ