7 วัน 7 ทรง กับยูกิจัง ครบ 1 เดือน

ยูกิน้อยของเรา วันนี้เข้ามาอยู่บ้านครบ 1 เพือนพอดีค่ะ
ถามว่าทำไมมีพี่ลัคกี้อยู่แล้ว ถึงจะเอายูกิมาเลี้ยงอีกตัว

พี่ลัคกี้ตอนนี้อายุ 2 ขวบกว่าๆ เราไม่ได้เลี้ยงเองตั้งแต่ต้น แต่เป็นคนสอนให้เค้าทำท่านู้นนี้ได้ แต่ไม่ได้สอนเรื่องการกินข้าวให้เป็นเวลา ทุกวันนี้พี่กี้ก็เลยกินข้าวเที่ยงคืนตี 1 เป็นหมากลางคืนไปเรียบร้อย พี่กี้เค้าติดคุณปู่มากค่ะ ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้เจอ เลยไม่กล้าพรากเค้ามา เดี๋ยวจะผอม

ส่วนที่เอายูกิมา หลังจากที่คิดว่ามีหมาตัวเดียวในชีวิตก็พอแล้ว เพราะเพิ่งย้ายบ้านมา และทำงานที่บ้าน แล้วรู้สึกว่าบ้านเงียบเหงามากๆ เวลาที่อยู่คนเดียว เริ่มระแวงเสียงก้อกแก้กตอนกลางคืน เลยคิดว่าไม่ได้การละ ควรจะหาหมามาอีกตัวไว้เป็นเพื่อน

เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าถ้าหมาตาย เราจะต้องเสียใจ เราไม่อยากเสียใจ แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนความคิด คิดว่าคนเราเกิดมา หรือสัตว์ทุกตัวเกิดมาก็ต้องตาย เราก็จดจำเรื่องราวดีๆต่อกันไว้ ครั้นจะตายจากกันก็เป็นสัจธรรมของทุกชีวิตแล้วล่ะ

เมื่อตัดสินใจจริงจังว่าต้องหาหมาอีกตัวมาที่บ้านแน่ๆ ก็คิดต่อไปว่าจะเป็นพันธุ์อะไรดี ตอนแรกเป็นคนชอบพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอเรีย แต่เหมือนราคาแอบแพงอยู่ ไปศึกษามาว่ายอร์คเชียมันจะมีขนชั้นเดียว แบบมนุษย์ เวลาหวีขน ก็จะเหมือนหวีผมคนนั่นแหละ แต่เราชอบยอร์คเชียร์ตอนมันตัดขนสั้นๆ แต่พอโตขึ้นขนยาวและสีจะเหมือนเส้นไหม คิดวิเคราะห์ดูแล้วโตขึ้นขนยาวอาจจะไม่ชอบก็ได้ เลยเปลี่ยนใจหาหมาไซส์เล็กพกพาสะดวก ขนเยอะๆ (ไม่ชอบหมาขนสั้นเกิน)นั่นคงหนีไม่พ้นปอม และอยากได้สีขาว จะได้ดูเข้ากับบ้านที่เป็นพื้นไม้ (นี่คิดมาแล้ว) เลยเปิดหาในเนตดู กรุ๊ปขายหมาปอมเยอะมาก และราคาต่างกันเยอะมาก มีตั้งแต่หลัก 2000-18000 บางเจ้าถามราคา 150000 มายก้อด พระเจ้าจอร์จ ใส่ 0 เกินมารึเปล่าคะ ถ้าราคาถูกๆส่วนมากคนขายจะบอกราคาไว้เลย ตัวไหนน่ารักๆหน่อย ถึงให้อินบ้อกไปถามราคา แต่คนขายปอม เยอะมากจริงๆ จนเลือกไม่ถูก ดูวนไป 3 วัน 3 คืน สุดท้ายตัดสินใจไม่ได้ เลยไปโพสในเฟสบุคกรุ้ป ว่า อยากได้ ปอมสีขาว เพศเมีย (ไม่อยากให้ยกขาฉี่ เพราะเลี้ยงในบ้าน และจับแต่งตัวได้) ให้คนขายโพสเข้ามา ก็โพสเข้ามากันเยอะพอควร แต่ถูกใจหน้าตา และราคา ของเจ้าตัวนี้เข้า ไม่ได้มาจากฟาร์มอะไร แต่คนขายเลี้ยงเอง และพ่อแม่มีใบเพ็ด
คนขายส่งคลิปมา ดูซนมาก กระโดดดึ๋งๆๆๆ ก็โอเค จัดสินใจเอาตัวนี้แหละ นางชื่อเดิมว่าอินดี้ ถูกใจ นางต้องมีความอินดี้เหมือนแม่มันแน่ๆ 55

อีกตัวเป็นคนน้องชื่อเอวา ขาวจั้วะ จมูกแดง ขาอมชมพู แต่ถูกใจน้องอินดี้มากกว่า แม้ตัวจะไม่ขาวจั้วะ ออกเป็นสีครีมๆ (คล้ายพี่มูจิ แม่เป็น fc พี่มูมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ)

คนขายบอกว่าจะส่งได้พรุ่งนี้เลย ฮะ เร็วอะไรจะปานนั้น
เลยไปเอาที่รองฉี่ กรง ของพี่ลัคกี้มา คืนนั้นแม่นอนไม่หลับเลย ตื่นเต้นอย่างกับจะคลอดลูกเอง

ตอนแรกจะตั้งชื่อต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แฮปปี้ อุซางิ ชิซูกะ สุดท้ายมาได้ชื่อยูกิ ที่แปลว่าหิมะ หรือหิมะตก ความโชคดี แปลคล้ายๆลัคกี้ ที่แปลว่าโชคดี และดูเป็นพี่น้องกัน กิ กับกี้

คนขายมาส่งเอาตอนประมาณ 9 โมงนิดๆ มาถึงน้องตัวเล็กมาก กระดิกหางให้ตั้งแต่แรกเจอ ก็อุ้มนางเข้ามาบ้าน
คนขายบอกว่าให้อยู่ในกรงก่อนประมาณ 7 วัน ให้นางคุ้นชินพื้นที่

และกินข้าว 3 เวลา คือเช้า กลางวัน เย็น

คนขายบอกให้ป้อนโยเกิร์ตตอนกลางวัน และนางกินอาหารเม็ดได้แล้วแต่ต้องเปียกๆหน่อย

มื้อแรกเลยจับนางป้อนโยเกิร์ตไปกินอย่างเอร็ดอร่อย
บ่ายๆแม่งานยุ่งเลยจับนางเข้ากรงเล็กๆของพี่ลัคกี้ แล้วแม่ดันขยัน ดูดฝุ่นเสียงดัง นางก็มีความสตรอง ไม่ร้องอะไรเลย ปรากฎเวลาผ่านไป 2-3 ชม. นางอาเจียนออกมาเป็นฟองๆ เหมือนโยเกิร์ตที่กินไป ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยเลี้ยงหมาเล็ก ปกติพี่กี้ ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ตัวใหญ่แข็งแรง พอนางอาเจียนออกมาก็ดีขึ้น ถามคนอื่นดูบอกให้พาไปหาหมอ กลัวลำไส้อักเสบ พยาธิบ้างล่ะ สารพัดคำแนะนำ เราก็รอดูอาการสักพักก็ปกติดี ตอนเย็นวิ่งเล่นได้เป็นปกติ ก็คิดว่าคงไม่เป็นไรแล้วล่ะ คึกซะขนาดนี้

เช้ามาเอาข้าวให้นางกิน ก็บอกให้นางกินสิๆ ซักพัก อ้วกเป็นฟองอีกแล้วจ้า ตัวสั่นไปหมด เริ่มสังเกตอาการว่าเหมือนนางเครียด เลยไม่บังคับอีก บอกโอ๋ๆ แม่ไม่บังคับนู๋แล้วนะคะ ซักพักอาการก็หายไป กลางวันนางก็ยังไม่ยอมกินอะไร เลยเอาอาหารเม็ดผสมน้ำ ผสมแบรนด์ให้กิน มีคนแนะนำ แต่อย่ากินเยอะเดี๋ยวเป็นโรคไต และแม่จะเป็นโรคทรัพย์จาง เลยผสมให้นางกินครึ่งขวด ปรากฎว่ายอมกินจ้า หมดจานเลย อยากให้กินแต่อาหารเม็ดอย่างเดียว เค้าบอกว่าหมา เกือบๆ 2 เดือนก็กินอาหารเม็ดได้แล้ว หรือกินนมแพะ แต่อย่าให้นมวัว คนขายแนะนำให้กินนมวัวแดง จะบอกว่านมวัวทำให้กระเพาะหมาไม่ย่อยนะ แล้วให้กินเหมือนครีมเทียมอีก ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ผสมไข่ ผสมฟักทองนู่นนี่ เราเลยต้องมีความใจแข็งมากๆ หลังจากวันที่ 3 มีอาการโดนแม่บังคับกินข้าวแล้วทำเป็นจะอ้วก สำออยเล่นบทบาทเหมือนละครอีกแล้ว แม่เลยใจแข็ง ไม่กิน เอ็งก็ไม่ต้องกิน อดข้าวไป จรเที่ยงค่อยให้อาหารใหม่ ปรากฎว่านางยอมกิน ไม่ต้องผสมน้ำให้เปียกแล้ว ไม่ต้องผสมอะไรอย่างอื้นด้วย ดัดนิสัยการกินอาหารได้ภายใน 3 วัน

ส่วนเรื่องการขับถ่าย ตอนนี้พยายามจะสอนให้ฉี่เป็นที่อยู่ หลังจากอึพอจะเป็นที่แล้ว

วันแรกจับนางนอนคนเดียวข้างล่าง แต่ก็กลัวนางร้อน้ลยเอามานอนด้วยกันวันที่ 2

แม่ๆหลายคนบอกว่า เอาลูกมานอนด้วยแล้วนางจะร้องทั้งคืน ทำเอาแม่ไม่ได้นอน แต่ของยูกิ นางรู้เรื่องรู้ราวมาก ไม่ร้องเลยตอนกลางคืน จะร้องก็ตอนเช้าปลุกแม่เพราะอยากจะเข้าห้องน้ำเท่านั้น ถือว่าโชคดีมาก ทุกวันนี้นางก็จะรอให้เราตื่นก่อน ถึงจะส่งเสียงหงิงๆ ถือว่าไม่ทำให้ปวดหัวยามค่ำคืน

เค้าบอกว่าไม่ให้เจอใครประมาณ 7 วัน แต่ยูกิเจอผู้คนตั้งแต่วันที่ 2-3-4 และเจอพี่ลัคกี้ตั้งแต่วันที่ 3 พี่ลัคกี้ก็นิสัยดีไม่ตะปบน้อง แต่กลายเป็นกลัวน้องวิ่งหนีแทน ทุกวันนี้ก็ยังกลัว
ยูกิเป็นสาวน้อยกองผ้า และใต้เก้าอี้ อยู่ได้ทุกที่ที่มีกองผ้าแม่ และใต้เก้าอี้

จับยูกิอาบน้ำตั้งแต่วีคแรก เพราะอึเลอะเทอะ หลังจากทุกคนบอกว่าไม่ควรอาบน้ำให้หมาตั้งแต่ตัวเล็กๆเพราะปอดจะชื้น แต่เราเป่าขนจนแห้งนะ

การอาบน้ำครั้งแรกผ่านไปด้วยการกรีดร้อง ตะเกียกตะกาย และแม่ก็เพิ่งรู้ว่าจริงๆนู๋ผอมมาก
การเป่าขนก็กรีดร้องเช่นกัน วันแรกลืมปิดหู ปรากฎว่าน้ำเข้าหู เกาตลอด ตอนแรกแม่ก็คิดว่าแพ้แชมพูต้องเปลี่ยนซะแล้ว แต่อันนี้เป็นแชมพูสำหรับหมาเด็ก ไม่น่าแพ้แล้วนะ
จับยูกิไปฉีดยา เริ่มวัคซีนเข็มแรกใหม่ หลังจากฉีดไปแล้ว ไม่ชัวร์ หมอบอกว่าเริ่มใหม่ได้
ชั่งน้ำหนักครั้งแรก 0.5 กิโล แม่เลยซื้อชุดใหม่ให้
กลับมาไม่ได้มีอาการง่วงซึม หรือแพ้ยา ตามที่หมอบอกแต่อย่างใด ยังคึกเหมือนเดิม

คนขายเดิมบอกให้เอากลูโคสผสมน้ำให้น้องดื่มเรื่อยๆได้ วีคแรกๆเราก็เอาผสมให้เค้ากินตลอดเลยแทนน้ำเปล่า ปรากฎว่าน้ำตาลน่าจะเยอะเกิน อะเลิทสุด เลยถามหมอว่าต้องให้เค้าทานมั้ยน้ำตาล หมอบอกว่าให้เฉพาะเวลาน้องช็อค หลังจากนั้นเลยให้กินแต่น้ำเปล่าเลย ก็แข็งแรงดี

ยูกิชอบการนอนให้เกาขาที่สุด ต้องเกาทุกคืน ติดไปแล้ว
แม่ค่อยๆสอนยูกิให้ทำสิ่งต่างๆ เช่นนั่ง ขอมือ หมอบ รอ ยืนสองขา คาบของมาให้ เริ่มเข้าใจคำสั่งมากขึ้น

นู๋เริ่มแหกกรงออกมาได้เอง เริ่มขึ้นลงบันไดเองได้

ตอนนี้นู๋อายุ 2 เดือนครึ่งแล้ว เข้าใจหลายคำสั่ง แต่ยังงับมืองับขาคนนู้นคนนี้ไม่เลิก ก็หวังว่าโตขึ้นจะหาย

เวลาที่เราเลี้ยงสัตว์ซักตัว เราต้องหาข้อมูล ศึกษาว่าจะเลี้ยงยังไงให้ถูก แล้วค่อยๆฝึกเค้าไป ต้องมีความอดทน เพราะเค้าก็เหมือนเด็กที่ต้องค่อยๆสอน ที่สำคัญคือแม่ต้องใจแข็ง อย่ายอมเป็นอันขาด เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก

เราเห็นบางคนเอาชีสให้หมากิน เอานู่นนี่แปลกๆให้หมากิน ตอนนี้มันอาจจะชอบ อาจจะอร่อย แต่โตๆไประวังเกิดโรคนะคะ อย่างน้อยเราก็พยายามให้เค้าเกิดโรคให้น้อยที่สุด ก็เหมือนมนุษย์เรานี่แหละ แค่ไปกินอะไรตามพื้นแปลกๆ ก็กลุ้มใจแล้ว

1 เดือนแล้ว ที่เราเรียนรู้กัน แม่ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้น และเราก็เชื่อใจกันมากขึ้น แม่จะดูนู๋เติบโตอย่างแข็งแรงแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ ^^

ใครชอบน้องหมา ไปตามกันต่อได้ที่เพจ FB ชื่อ
https://m.facebook.com/LuckyYukiii/

แชร์ประสบการณ์ ว่างงาน 1 เดือน Slow life ให้คุ้มค่า

อยู่ๆ ก็ออกมาใช้ชีวิตว่างงานอยู่ 1 เดือน จริงๆ เดือนกว่าๆ ด้วย ด้วยความที่เครียดกับอะไรหลายๆ อย่าง

เรื่องก่อนหน้านั้นเราจะไม่พูด เราจะมาพูดถึงชีวิตช่วงว่างงานกัน

ช่วงว่างงาน เราจะมีคนถามแน่ๆ ว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไป ทั้งครอบครัว เพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก

เวลาว่างงานจะมีคนหลายๆ ประเภทที่เข้ามาในชีวิตเรา

ส่วนหนึ่งที่กดดันเรา ส่วนหนึ่งที่ให้กำลังใจ ส่วนหนึ่งที่ชมว่าเก่งๆ เดี๋ยวก็หางานได้

ส่วนหนึ่งที่บอกให้ทำธุรกิจของตัวเอง ส่วนหนึ่งที่สมน้ำหน้าที่ออกมาโดยไม่มีงานรองรับ

ส่วนหนึ่งที่ช่วยหางานให้ ส่วนหนึ่งที่เห็นเราไร้ค่าเพราะไม่มีงานทำ

อาการของคนว่างงานจะแบ่งเป็นช่วงๆ เหมือนคนอกหัก

วันแรกของการว่างงาน จะรู้สึก ฮู้เล่ นอนดึกได้ ไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงานเหมือนคนอื่น ฟีลลิ่งกู๊ด

ตื่นมาออกกำลังกาย ทำอาหารเช้า รดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน เล่นกับหมา ดูยูทูบ

พออยู่ว่างๆ ซักอาทิตย์ เริ่มเกิดอาการวิตกกังวล เอ๊ แล้วต่อไปจะมีตังใช้มั้ยน๊า

จะสมัครงานอะไรดีน้า จะทำธุรกิจของตัวเองดีมั้ยน้า เปิดเว็บไซต์สมัครงานแล้วกด Apply รัวๆ

หลังจากยังไม่มีใครโทรมาเรียกสัมภาษณ์ ก็จะเริ่มเกิดอาการจิตตกหนัก

จะมีคนถามมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าวันๆ ทำอะไร สมัครงานที่ไหนไปบ้าง เวลาแต่ละวันผ่านไปช้าๆ เครียดเข้าไปอีก

พอผ่านไปซักสองสามสัปดาห์ อาการเหล่านั้นจะเริ่มหมดไป จะเริ่มรู้สึกสบายขึ้น

ติดใจกับการใช้ชีวิต slowlife จนบางทีคิดว่าไม่ทำงานแต่ขอมีตังใช้ได้มั้ย

อาการเครียดไมเกรน ปวดต้นคอบ่าไหล่จะเริ่มหายไป สิวจะหาย หน้าตาสดใสเปล่งปลั่ง บางคนถึงขั้นอ้วนขึ้นใส่กางเกงไม่ได้

เราจะไม่ได้มีชีวิตอยู่หน้าคอมทั้งวัน ทำให้ไม่เป็นออฟฟิซซินโดรม แถมยังมีเวลาดูแลตัวเองอีก

ความเครียดจากการถูกกดดันจะเริ่มถูกปล่อยวาง เราต้องขอบคุณคนที่กดดันเราให้เรารีบหางานใหม่

แต่อย่าเอาความกดดันนั้นมาเป็นความเครียด คิดซะว่าเค้าก็ไม่ได้ให้เงินเราใช้ในยามที่เราว่างงาน

เราเชื่อว่าคนที่ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว ถึงจะไม่ได้รวย แต่คงต้องมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉินอยู่บ้าง

พอว่างงาน เราก็แค่ปรับการใช้ชีวิตใหม่ ไม่กินของหรู ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น

อะไรที่มีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ อะไรที่พอจะขายออกไปได้ก็ขายออกไป

อย่านัดเพื่อนฉลองบ่อยเกินไป ถ้านัดก็กินร้านธรรมดาๆ พอประทังชีวิต

ใครได้อ่านถึงตรงนี้แล้วก็แค่จะบอกว่า ถ้าเกิดกรณีว่างงาน แบบไม่ทันตั้งตัว หรือว่างงานโดยจงใจก็อย่าสติหลุด

จงมีสติแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ หาคนที่สบายใจคุยด้วย แล้วใช้ชีวิตให้เต็มที่ในสิ่งที่เราอยากทำ

อย่าปล่อยให้ชีวิตไร้ค่า เพราะเวลาหวนกลับมาไม่ได้ อย่าตื่นสายนอนกินบ้านกินเมืองเกินพอดี เพราะเวลาที่เสียไปกลับคืนมาไม่ได้

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเราจะมีสถานะเป็นคนว่างงานก็ตาม แต่แทบไม่มีวันไหนเลยที่อยู่เฉยๆ นั่งๆ นอนๆ เลย

อาจจะมีบ้างวันนึงซักสองสามชั่วโมง แต่เวลาอื่นก็หาอะไรทำไปเรื่อยๆ ให้คุ้มค่ากับเวลาที่ว่าง

โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ ถือว่าเป็นช่วงปิดเทอมที่เราได้พักกายพักใจ ได้ทำอะไรที่อยากทำ

เริ่มแรกเราคงต้องโฟกัสที่การหางานก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนอื่นเลยคือการปรับเรซูเมใหม่ ให้น่าสนใจ

เพราะถ้าส่งๆ ไปหาบริษัท แล้วไม่มีใครติดต่อกลับมาเลย นั่นแสดงว่าเรซูเมไม่ตรง หรือไม่น่าสนใจพอจน HR โยนลงถังขยะ

อย่าลืมไปฝากเรซูเมไว้ใน Jobs board ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Jobsdb jobtopgun และอื่นๆ อย่าลืมเปิดให้เป็นสาธารณะ

เพราะ HR บางทีก็จะขี้เกียจเข้าไปดู ถ้าเกิดคนสมัครงานตั้งค่าความเป็นส่วนตัวมากเกินไป

ไปฝากเรซูเมไว้กับ Headhunter ก็ดี เวลาเค้ามีงานดีๆ เค้าจะโทรมาคุยเอง

ถ้าตรงกับที่สนใจก็บอกเค้าไปว่าสนใจ ถ้าบริษัทสนใจเค้าก็จะเรียกคุณไปสัมภาษณ์เอง

แต่ถ้ายังไม่น่าสนใจ ก็บอกเค้าไปตรงๆ ว่างานอะไรที่อยากทำ อย่าหยวนๆ เพราะเสียเวลาทั้งสองฝ่าย

ลองอัพเดทโปรไฟล์ของตัวเองไว้ใน Linkedin ลงความสามารถไปเยอะๆ แล้วไปกดติดตามหนุ่มๆ สาวๆ Headhunter ทั้งหลาย

หรือกดติดตาม HR หรือ Manager บริษัทที่อยากเข้าร่วมงานด้วย และถ้ามีโอกาสคุณอาจจะส่งข้อความไปพูดคุยกับพวกเค้าด้วยก็ได้

ช่วงเวลาแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องคุยกับคนเยอะๆ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อาจจะช่วยแนะนำงานให้ได้

ทุกๆ วันควรเสียเวลาหางานอย่างน้อยวันละชั่วโมง แล้วกดสมัครงานที่อยากทำไปโดยไม่ต้องลังเล

ทำได้ไม่ได้ เค้าจะเรียกไหมนั่นอีกเรื่องหนึ่ง เอาแค่ใจอยาก เพราะอาจมีคนให้โอกาสเราก็ได้

ระหว่างที่หางาน อย่าลืมหาความรู้ใส่ตัวด้วย ในเรื่องที่เราจะต้องไปสัมภาษณ์งาน และเรื่องอื่นๆ ข่าวสารบ้านเมืองเผื่อเค้าถามความรู้รอบตัว

ถ้าไปสัมภาษณ์งานหลายที่แล้วไม่ได้ซักที่ เราต้องประเมินตัวเองว่าเราตอบคำถามได้ดีไหม และปรับปรุงคำตอบเวลาไปสัมภาษณ์ครั้งต่อไป

หาเวลาออกกำลังกาย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3-4 วัน หรือมากกว่า

ส่วนตัวเราเอง พอว่างงานปุ๊บ ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน กับครอบครัวปั๊บ ปล่อยตัวปล่อยใจให้เต็มที่ มีไปเสม็ด ไปชะอำมา

11156254_10152944093720318_806288858424578205_n11205957_10152954696355318_889195830791997877_n

หลังจากเที่ยวไปสองสามที่ เงินในกระเป๋าอาจจะเริ่มหมด ต้องใช้ชีวิต Slowlife อยู่ที่บ้านบ้าง ก็หาอะไรทำกินเองขำๆ

11188287_10152958638100318_6616932620007329132_n11259046_10152981955490318_478561968105499430_n11330024_10153002472515318_2053444155384711015_n

ถ้าอยู่บ้านมากไปจนขาดแรงบรรดาลใจ ก็ออกไปฟังสัมมนาฟรีบ้าง งานอะไรที่ฟรีก็ไปให้หมด เติมพลังให้กับตัวเอง

อย่างงานนี้ไปสมัครเป็นสาวเฮลตี้ ร่วมกิจกรรมในเฟสบุ๊คกับแบรนด์เสื้อผ้า มีเทรนเนอร์มาเทรนเรื่องการออกกำลังกายฟรีๆ

11128634_10152939283180318_7563649419852507985_n

ไปร่วมงานของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพื่อ Keep Connection บ้าง

11114094_10152962135950318_1511536463676203399_n

หรือจะไปช่วยเพื่อนทำงานก็ยังได้ อย่างเราไปช่วยเพื่อนทำงานวิจัยเรื่องคอนโดมาครึ่งวัน ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อน

20024_10152947617150318_8091605590333383207_n

อย่าลืมว่าภายใน 1 เดือนไปยื่นสิทธิ์ชดเชยกรณีว่างงานกันด้วย (อ่านเพิ่มเติมในบล็อคก่อนหน้า)

11205551_10152981680560318_1611588992584914411_n

หาหนังที่อยากดูบ้างอะไรบ้าง แต่เลือกวันไปดู วันที่ตั๋วหนังลดราคา

11130134_10153010132075318_7743263685456158400_n

เรื่องนี้ก็ได้ดูฟรีอีก

11108883_10153015881820318_6277648325910534815_n

พอว่างๆ เลยเสิชเน็ตว่ามีอะไรน่าทำได้เล่นๆ บ้าง เลยไปซื้ออุปกรณ์มาสนองความอยากของตัวเอง มันคือสบู่จ้า

ทำไปหลายก้อน ออกมาหน้าตาพอดูได้อยู่ก้อนเดียว ยังต้องฝึกฝีมือกันต่อไป ทำแล้วก็ใช้เองด้วยนะจ๊ะไม่เสียเปล่า

S__9142579

ซื้อปากกา กับสีราคาไม่แพงมาวาดรูปสร้างแรงบรรดาลใจ แม้จะไม่สวย ก็วาดๆ ไปเถอะ

11059640_10152993187730318_4295797314661674978_n

พอดีมีโอกาสได้ไปเป็น Extra ละครแนวพีเรียด ก็ไปขำๆ หาประสบการณ์ กินข้าวกอง 3 มื้อ มีเงินเก็บเป็นค่าอาหารมื้อต่อๆ ไปนิดหน่อย

ได้เห็นคนอีกโลกหนึ่งซึ่งเราไม่เคยเห็น ได้เจอดารา ได้เห็นทีมงานที่แตกต่างกัน ทีมไหนเก่ง ทีมไหนไม่เก่ง

ได้เห็นการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะระหว่างดารา กับนักแสดงตัวประกอบ

ได้รู้ว่านักแสดงตัวประกอบบางคนก็บ้านรวยอยู่แล้ว แต่มารับค่าจ้างน้อยนิดเพื่อความสนุกสนาน

ได้รู้ว่าบางคนก็เป็นนักแสดงตัวประกอบมานาน จนเราอาจจะเห็นเค้าอยู่ในทุกๆ เรื่องของละคร

ได้รู้มุมมองหลากหลาย ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้คลุกคลีวงการโมเดลลิ่ง และที่สำคัญคือการไปลามาไหว้ผู้ใหญ่ ที่ทำให้เค้าเอ็นดู
(ขอบคุณพี่หนุ่ม สำหรับโอกาสนี้ค่ะ ^^)

11265428_10152971863230318_6733723173471251490_n11070813_10152973866915318_4526886826521592885_n

ได้มีโอกาสรู้จักกับนักพากย์เสียงตัวการ์ตูน และหนังชื่อดัง เลยได้ลองไปห้องอัดเสียงและเรียนรู้วิธีพากย์เสียงจากนักพากย์เก่งๆ หลายคน
(ขอบคุณพี่เอ สำหรับโอกาสนี้ค่ะ ^^)

11229289_10152990538365318_6668156129239093255_n

ได้ไปพิพิธพัณฑ์ที่อยากไป

11377376_10153019739255318_5120982486111880609_n

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น เรียนขับรถ ไปเดินจ่ายตลาด รับไปนั่งตอบคำถาม โฟกัสกรุ๊ป สัมภาษณ์เดี่ยวงานวิจัยโฆษณา และอื่นๆ

ระหว่างทำกิจกรรมลั้ลลาก็มีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์บ้าง ทำข้อสอบลับสมองตีโจทย์ให้แตกกับบริษัทนั้นๆ บ้าง แค่นี้เวลาในแต่ละวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วแล้ว

เป็นการได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายมากๆ รู้สึกได้อะไรเยอะกับการว่างงานในครั้งนี้

ใครจะเอาไปลอกเลียนแบบก็ไม่ว่ากันนะคะ แล้วมาเล่าให้ฟังว่าไปทำอะไรกันมาบ้าง

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ ท้อได้ แต่อย่าถอย ไม่ว่ากรณีใดๆ

เหนื่อยกายเหนื่อยใจก็ร้องไห้ออกมา แล้วเข้านอน ตื่นเช้ามาก็เริ่มใหม่ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ สู้ๆ ค่ะ ^^

มาดูกัน!! ชีทเพลงกีฬาสี แห่งความหลัง เมื่อ 22 ปีก่อน

วันก่อนนั่งจัดบ้าน แล้วไปค้นเจอสิ่งนี้เข้า ชีทเพลงกีฬาสี ที่เก็บมาตั้งแต่ตอนป.1  ที่โรงเรียนแม่พระฟาติมา

ตอนเราอยู่ป.1 ตอนนั้นก็คงอายุประมาณ 7 ขวบ ตอนนี้ก็ผ่านมา 22 ปี แล้ว (ไม่อยากบอกอายุเลย)

ยังนั่งขำตัวเองว่าเก็บไว้ทำอะไรนะ เลยลองพลิกชีทเพลงแบบเบามือ เพราะกลัวมันจะเปื่อยขาดซะก่อน

ตัวอักษรที่ใช้ยังเป็นพิมพ์ดีด และลายมือเขียนอยู่เลย ไม่รู้ใครเป็นเจ้าของลายมือนี้ด้วย ถ้าใครได้เห็นบล็อคนี้แล้วจำลายมือตัวเองได้ โปรดแสดงตัว

ตอนป. 1 จำได้ว่าอยู่สีแดง และจะมีช่วงเวลาที่ต้องซ้อมเชียร์ คือตอนพักเที่ยง กินข้าวเสร็จต้องรีบไปห้องซ้อม ไปคนเดียวอีกต่างหาก เพราะเพื่อนสนิทอยู่คนละสี

เพลงอื่นก็ร้องตามไปเฉยๆ แต่เพลงที่รู้สึกว่าเท่และคูลที่สุดในตอนนั้นคือเพลง We will rock you

เฮ้ยมันเป็นเพลงภาษาอังกฤษ แล้วจังหวะมันมันส์มาก ต้องตบตักสองที ตบมือหนึ่งที กว่าจะตบให้เข้าจังหวะ

และกว่าจะตบให้พร้อมกันได้เนี่ยต้องใช้ความพยายามสุดๆ

ละทำให้เรารู้จักคำว่า “รัว” เป็นครั้งแรก รัว คือการตบมือแบบเร็วๆ ไม่ต้องหยุด จนกว่ารุ่นพี่จะให้สัญญาณกำมือ

และเจ้าขีดคั่นๆในชีท คือจังหวะการตบมือ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ และตบพร้อมกัน 1 2 123 12 12 1

แค่ตบมือแค่นี้ตบไม่พร้อมกันซักที จนต้องกลับไปซ้อมที่บ้าน

เพลงกีฬาสีบางเพลง เราก็ไม่เคยจะเข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไง และเชื่อว่าสมัยต่อๆมาวิวัฒนาการของเพลงกีฬาสียิ่งแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก

สิ่งที่ชอบในกีฬาสีคงหนีไม่พ้นเชียร์หลีดเดอร์ที่เป็นนางฟ้าในวันงาน แต่งตัวแต่งหน้าสวยๆ เดินเฉิดฉาย ถือพู่เชือกฟางสะบัดไปมา

ทั้งหลีดตัวเล็กตัวน้อยท่าเบสิค และหลีดรุ่นพี่ที่ยกตัวตีลังกา สารพัดท่าที่จะเอามาชนะสีอื่น ตอนเด็กๆเห็นแล้วตื่นตาตื่นใจ

พวกที่เป็นกองเชียร์ก็นั่งขัดสมาธิจนเหน็บกินไม่รู้กี่รอบ และต้องคอยแหกปากให้ดังที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อทำให้รู้ว่าสีของฉันแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี

พอแหกปากไปเสียงเริ่มแหบแห้ง ก็จะมีรุ่นพี่ฝานมะนาวจิ้มเกลือมาแจก แซ่บมาก ชอบมาก อยากจะขอรุ่นพี่มาทั้งถาด

สมัยก่อนต้องใส่เสื้อกีฬาสีกับกางเกงพละขาสั้น เด็กๆชอบเลือเสื้อกีฬาสีตัวใหญ่ เผื่อโต ต้องสอดเสื้อไว้ในกางเกงด้วย

และมีความรู้สึกว่าทำไมดีไซน์เสื้อได้ไม่สวยขนาดนี้ (นี่ขนาดอยู่ ป.1 และปีต่อๆมาก็คิดว่าเสื้อกีฬาสีไม่สวยอยู่ดี)

เวลาจะเดินไปหาเพื่อนสีอื่นจะโดนคนเหล่ทันที แล้วเราจะรู้สึกแปลกแยก เพราะแบ่งสีกันชัดเจนมาก (เออเนอะ กีฬาสีนี่สร้างความแปลกแยกตั้งแต่สมัยก่อน)

ตอนแข่งกีฬาสี ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากเอาชนะ แต่พอตอนสุดท้ายประกาศรางวัล สีที่ชนะก็ดีใจกันไป สีที่แพ้ก็อาจจะเศร้านิดหน่อย

แต่สุดท้ายทุกสีก็กลับมารักกัน สามัคคีกันตามเดิม จบงานกันไปแบบเหนื่อยๆ และ Happy Ending รอลุ้นว่าปีหน้าจะอยู่สีอะไรต่อไป

ไม่รู้ว่ากีฬาสีโรงเรียนอื่นมีเพลงพวกนี้รึเปล่า แต่ตอนนี้กลับมาร้องใหม่ ก็ร้องได้ทุกเพลงนะ บางเพลงคือร้องเป็นพันๆรอบจนจำขึ้นใจละ ^^

IMG_1473IMG_1470   IMG_1471 IMG_1474

 

Poetry Class

ไม่น่าเชื่อว่าสมัยหนึ่งในชีวิตเคยเรียนวิชา Poetry และช่วงนั้นมองทุกสิ่งรอบข้างด้วยอารมณ์สุนทรีย์

ไปขุดเจอเอางานเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ และกลัวว่ามันจะหายไป เลยเอามาลงเก็บไว้เป็นที่ระลึก (อย่าสนใจเรื่องแกรมม่า และคำศัพท์นะ ฮาๆ)

Zoo…Zoo

Daddy leads me to the zoo.

I see kangaroo near bamboos.

Monkeys climb on the trees

And they give bananas to me.

Elephant with the long trunk swing.

The birds can sing and fly by wing.

Crocodile likes swim.

But I don’t want swim with him.

Giraffe has a long neck

And the long tail is snake.

The horse runs very fast

And I see tiger in the last

When I go home , I see monkeys eat my ice-cream.

Oh…my god , it is my dream

 

Where there is the will, there is the way

The sky seems cloudy,
look around myself,
Why is it so lonely?
Hardly see the way to step,
Dark, dim ,rough path.
It has many obstacles,
But I must resist,
Continue on this way

The sky seems depressed,
look in front of myself,
a powerful rocky mountain stops my way.
Hardly pass through the vigorous hill.
I must fly high over, If I will go.
Fight the big strom from higher
to visit the sky-high heaven.

How long is this way?
Ten thousand dangers,
one heart confirm to go.
No way I give up,
as long as my heart is not disheartened.
I am flying to the top of the sky,
in order to reach my destination.

Not so far,
I will see the beautiful rainbow,
places upon the big sky.
Merely hope to meet the purpose of my mind.
My expectation is happiness and peace.
Not so long,
I will cross the enormous mountain,
and live with my earnest wish beyond the hill forever.

 

Light&Shadow

Twinkled light splashes warmly to triangle heart.
You are light of my life,
Make me percieve in darkness.

Slender curve shadow shade secure and peaceful to bloody heart.
You are my mind’s shadow,
Make me rest in merciful shelter.

Because you are there , then I am.
Steady bind each other like light and shadow.

If there is you, there must be me.
Will jointly share every event,
Will be content to live together.
Light and shadow are always partners,
Like you and me.

If there is me, there must be you.
Will find our dreams and make it true,
Will walk together through bitter barrier.
Light and shadow always love each other,
As our pure passion.

Shadow’s lacking light, probably without shade,
Lacking you, probably without me.
Light’s lacking shadow, probably without sense,
Lacking you, probably without soul.

If there is you, there must be me.
We must live together.
Be light and shadow of each other forever

 

Moon & Star

The bright moon’s shinning on the sky at night.
She’s the big brilliant moon on higher, in the clear sky.
Some night she is full, some night she is half.
However she always beautiful in guy’s eyes who look at her from the earth.

The twinkled star’s glittering in the sky at night.
I am the small star dazzling on higher in the cloud sky
Hardly to gaze, cause I just a little star.
However I always spread out around the sky reside the moon,
and support her more lovely.

 

Grandmom

Young beautiful woman who has big black eyes,
black hair, elevalated and firm face.
has strong energy to do everything.

Changed by time, the long time for 89 years.
Became old woman who has little grey eyes,
white hair , and sit on the wheelbarrow.

Everything doesn’t maintain
Everything will decay by time
Oneday in future,
Everyone must be like that

 

Love is

Love is
like rain;s falling down in dry season,
like see rainbow’s rising up upon sunshine,
like cold wind on April,
like weak heart become strong,
like one’s get lost meet friends,
like find important thing tat lose,
like bad to be very good,
when you fall in love.

Love is
like the lake of tear,
like the ocean of sorrow,
like the valley of death,
when the end of love

 

Waterfall

Waterfall, natural, beautiful, fresh, cool
If I stand in still water, it’s simple.
Sometime I want to challenge with nature.
I want to know that if I stand near waterfall
and flow like flood, what would I feel?
I try it , dangerous, hardly comeback
because it runs so fast, may make pain or make me die
frighten, don’t have anything capture,
It’s late to comeback.

 

Cry

How many time that I cry,
Sometime I want to fly
away from something that made me sad.
“The world” that is very sad
Why human cry ?
Human cry because love.
The more you love, the more you sad.
The more you love, the more you cry.
again and again
ever and forever

 

Friend

There is no more walls.

There is no more falls

There is no closed door in the earth.

That’s we’re all be friends.

The world that is one together.

If there is you, there must be me .

Will jointly share happiness comes.

You are sunshine in to my life.

Not have cloud in diamond sky.

Childhood’s flying on pale moon light.

If there is me, there must be you.

Will find our dreams, and make it true.

Will walk through bitter barrier.

We fight in war and be partner.

World see us through to forever.

Like rain’s falling down on barren land.

Like see rainbow on sunshine.

Like cold wind on hotter.

We’ll be the winner.

On matter weak becomes strong.

Shadow’s lacking light without shade.

Lacking you may be without me.

Light’s lacking shadow maybe without sense.

Lacking you maybe with out soul.

If there is you, there must be me.

You are the light shines in my life.

When thunder rumbles on sky.

When wind blow up, you are inside.

Let me share whole world with you.

That’s where we’ll be the friend forever.

How’s longing of this way?

How hardness of this way?

We fight…We fight

If there is me, there must be you.

I will be there, when you’re so blue.

If the last thing that I can do,

If you will die, I will die too.

I cannot live without you.

ชิงชิง (清清)…. ชื่อนี้มาจากอากง

หลานสาวของฉัน

ที่มา หนังสือพิมพ์ ซิงจงเอี๋ยนรายวัน

วันศุกร์ที่ 21 เดือน10 ปี 1988

ผู้เขียน นามปากกา “สายฝน”

(ฉบับแปล)

ท่านเชื่อหรือไม่ มีคนพูดว่า “เด็กชายที่เกิดวันที่ 1 เดือน 1 และเด็กหญิงที่เกิดวันที่ 15 เดือน 1 (ปฏิทินจีน) เป็นเด็กที่ฉลาดกว่าเด็กทั่วๆไป”

ฉันมีหลานสาวที่ฉลาดมากคนหนึ่ง เธอเกิดวันที่ 15 เดือน 1 ปีฉลู

บ้านฉันมีพี่น้องรวม 6 คน ล้วนแต่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งนั้น น้องชายที่อายุน้อยกว่าฉัน 2 ปี เมื่อปีกลายก็จบมหาวิทยาลัยแล้ว พี่ชายคนโตยังไม่ได้แต่งงาน เพราะฉะนั้นในบ้านจึงขาดเด็กๆมาร่วมสนุก

ตั้งแต่พี่สาวคนที่ 2 เพิ่มหลานสาวคนหนึ่งให้บ้านเรา เธอไม่เฉพาะแต่เป็น “ไข่ในหิน” ของพ่อแม่ และยังเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตของบ้านเราอีกด้วย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรารู้กันเองว่า พวกเรารักและเอ็นดูเธอเป็นอย่างดี คุณตาคุณยายรักเธอมาก จนสุดที่จะพรรณา เพราะว่าเธอเป็นหลานคนแรกของที่บ้าน

คุณตาคิดอยู่นานที่จะเลือกชื่อตั้งให้หลานสาว สุดท้ายเลยให้ชื่อว่า “หลินชิงชิง” ชื่อนี้ความหมายก็คือ เธอแซ่ “หลิน” หลิน หมายถึง ป่าไม้ (ป่าไม้เมื่อได้น้ำจะเขียวชอุ่มตลอดปี) “ชิง” หมายถึง ใสสะอาด บริสุทธิ์ผุดผ่อง ชื่อนี้เหมาะกับเป็นชื่อของเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป

ชิงชิงเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว แรกเกิดใหม่ๆ ก็เหมือนเด็กธรรมดา ไม่น่ารักเท่าไร แม่เธอพูดว่า “ชิงชิงไม่น่ารักอย่างที่คิดเลย” แต่คุณยายกลับบอกว่า “หน้าตาแจ่มใสและสวยด้วย ไม่แน่โตขึ้นอาจจะได้เป็นนางงาม”

พี่รองมาอยู่เดือนที่บ้านแม่ ชิงชิงกลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตของบ้านเรา คนนี้อุ้มที คนนั้นกอดที แย่งไปแย่งมาน่าสนุกมาก

ครบเดือนแล้ว พี่รองต้องกลับไปทำงานที่บริษัท เธอเอาชิงชิงไปฝากเลี้ยงที่เนอร์สเซอรี่ใกล้บริษัท เพื่อสะดวกในการไปเยี่ยมลูกหลังเลิกงานกับพี่เขย

วันหนึ่ง คุณตาคุณยายไปเนอร์สเซอรี่เยี่ยมชิงชิง พบว่า ชิงชิงง่วงนอนมาก หลับไม่ตื่น มุมปากมีน้ำลายไหลออกมา และหูก็มีน้ำหนวกไหลออกมาด้วย นึกสงสารหลานมาก จึงรีบบอกพี่รองให้พาชิงชิงกลับไปอยู่บ้านตายาย คุณตาคุณยายยินดีรับเลี้ยงหลานสาว

นี่เหมือนเป็นการหาห่วงผูกมัดตัวเอง เด็กคนอื่นกินอิ่มแล้วก็นอนหลับ แต่ชิงชิงไม่ใช่เช่นนั้น ลืมตาโตทั้งวัน ไม่ยอมหลับ ต่อมาจึงรู้ว่าเมื่อครั้งอยู่เนอร์สเซอรี่ ทุกๆ วันเขาจะให้กินยานอนหลับ ทำให้ง่วงซึมตลอดเวลา

หลังจากนั้นยังไม่ครบปี ชิงชิงหัดเดินได้แล้ว และเธอก็สามารถเรียกหม่าม๊าและป่าป๊าได้

ต่อมาเธอเรียกอาม่า อี๊ ได้ มีแต่เรียกอากงไม่เป็น คำว่า กง ออกเสียงเป็น “คึๆๆ….” ทำให้ทุกคนหัวเราะกันใหญ่

ความจำของเธอดีมาก อายุเพียง 2 ปี ก็สามารถจำตราของห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพได้ ไม่ว่าตรารูปใหญ่หรือเล็ก พอผ่านตาเธอ เธอก็สามารถบอกได้ว่าเป็นห้างใด

มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่สาวคนโตซื้อทอฟฟี่กล่องหนึ่งมาให้เธอ พอเธอรับผ่านมือมาก็พูดว่า “นี่ซื้อมาจากห้างเซ็นทรัล” พวกเราก็รู้สึกแปลกใจมาก และถามว่าทำไมถึงรู้ เธอชี้ที่เครื่องหมายเล็กๆของห้างและพูดว่า “นี่ไม่ใช่หรือ”

คุณตาอยากสอนเธอให้รู้จักภาษาจีน จึงไปซื้อหนังสือจีนที่ร้านขายหนังสือที่ร้านขายหนังสือหน่ำมุ้ย คิดจะไปซื้อแผ่นการ์ดที่มีรูปปละตัวหนังสือ แต่ไม่มีขาย จึงซื้อเป็นภาษาอังกฤษแทน

ตุณตาสอนชิงชิงเพียง 2-3 ครั้ง เธอก็สามารถจำพยัญชนะอังกฤษทั้ง 26 ตัวได้ และทุกตัวก็สามารถอธิบายได้ ความจำของเธอดีมากทีเดียว

เช่น a-apple, b-baby, c-cock, d-dog…เธอจำไม่ผิดเลย ท่านคิดว่า เด็กที่ยังไม่เคยเข้าเรียนชั้นอนุบาล และมีอายุเพียง 2 ขวบกว่า ก็ยังมีความจำมากเช่นนี้ นี่ไม่ใช่เด็กที่ฉลาดมากหรือ

ยังมีอีก ท่านอย่าดูว่าเธออายุยังน้อย แต่เธอก็ยังรู้จักร้องว่า “เงียบเหงาเอ๋ย ฉันต้องการมีเพื่อน”

เพื่อนที่ดีของเธอคือเด็กข้างๆ บ้านชื่อ “มิมิ” มิมิอายุโตกว่าชิงชิง 3 ปี ถ้าหากวันใดเธอทั้งสองไม่ได้พบกันก็จะถามหาจากผู้ใหญ่

จุดอ่อนของชิงชิงคือกลัวคนแปลกหน้า ถึงแม้ว่าเธอชอบคบเพื่อน แต่ไม่ยอมเข้าอนุบาล

พูดถึงมิมิ เธอคือเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 แล้ว

เมื่อเธอทั้งสองอยู่ด้วยกัน สิ่งที่เล่นก็คือ จะเล่นกันแบบเกินอายุ เช่น “ฉันเป็นแม่” “ฉันเป็นลูก” “แม่รักฉันไหม” “ลูก…ไม่ต้องกลัวๆ”ฯลฯ

ชิงชิงปีนี้อายุสามขงบแล้ว เธอทั้งฉลาดและความจำดีมาก แต่เมื่อเติบโตแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีใครทราบ

คงไม่ใช่เหมือนคำพูดของจีนที่ว่า “เมื่อเด็กๆ ฉลาด แต่โตขึ้นแล้วไม่เป็นเช่นนั้น”

รักและอาลัย อากงของฉัน ผู้แต่งเรื่องนี้

12-11-2008

11.45 น.

วันลอยกระทง พระจันทร์เต็มดวง