อาหารเช้ากับ Chef Mickey

เช้าวันที่ 3 ของการอยู่ดิสนีย์เวิลด์ ออกจากห้องก็อยากลองกินร้านอาหารในโรงแรมดู

ลองไปเสี่ยงดวงแบบไม่ได้จองคิว แต่ออกเวลาเช้าหน่อย นั่งรอพักใหญ่ มาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า

S__35078182

กินร้านนี้ Chef Mickey

DSC02978

ได้บัตรคิวแล้วก็นั่งรอ

DSC02980

ระหว่างนั่งรอจะไปถ่ายภาพก่อนก็ได้

S__35078181

DSC02977

รอคิวไม่นานมากนะ ก็ได้เข้าละ

DSC02983

อยู่ข้างนอกคือเดาไม่ออกเลยว่าข้างในเป็นยังไง มันก็จะเป็นซุ้มๆให้ตักๆเอง

DSC02986

อาหารมันก็ใกล้เคียงข้างนอกแหละ แต่ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ต้องจ่ายแพง

DSC02987

วาฟเฟิลมิกกี้ที่นี่อร่อยอะ เราชอบ

DSC02988

สามารถแต่งหน้าต่างๆได้เอง

DSC02989

เราสามารถครีเอทงานศิลปะของเราเองได้ แล้วก็เอามาวางใส่กรอบ ถ่ายรูปโชว์ไปอีก

S__35078185

S__35078189

S__35078200

DSC02982

DSC02981

กินๆอยู่ มิกกี้มินนี่ก็จะออกมาถ่ายรูป มาเต้นกับเรา ที่ฟินสุดๆ คือได้กอดมิกกี้มินนี่ แล้วมันมีเสียงหนูจี๊ดๆอยู่ข้างในตัว เป็นเสียงเบาๆ คือน่ารักมากๆ กรี๊ดกร๊าดเลยทีเดียว เป็นประสบการณ์ที่ครั้งนึงต้องไปลองจริงๆ

DSC02984

S__35078202

 

 

ต่อคิว Pandora Avatar 3 ชั่วโมงกว่า Walt Disney World – Animal Kingdom

เช้าวันที่ 2 ของการไปเที่ยว เราไปกันที่ Animal Kingdom

Animal Kingdom เปิดเมื่อ 22 May 1998 มีพื้นที่ประมาณ 400 acre ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาปาร์คอื่นๆ และเป็นปาร์คที่ Popular เป็นอันดับ 2 รองจาก Magic Kingdom

พูดถึง Animal Kingdom ที่ทุกคนนึกถึงเลยก็จะเป็น Pandora ที่ทุกคนต้องมา วันนั้นเราเรียกรถจากแอพ Lyft ให้ไปส่ง คนขับรถชวนคุยใหญ่ จริงๆมันมีรถบัสฟรีไปถึงปาร์คเลย แต่อยากลองนั่งดู มันก็สะดวกดี แต่ราคาค่อนข้างแพง

DSC02866

เช้าวันนั้นเป็นเช้าวันที่ฝนตก อากาศเหมือนไปเดินป่า บรรยากาศของ Animal Kingdom แตกต่างจาก Magic Kingdom ที่ไปมาโดยสิ้นเชิง เนื่องจากยังไม่ได้กินข้าว เข้าปาร์คปุ๊บ ก็เลยหาร้านกิน Breakfast เจอร้าน Rainforest Cafe ที่ขายอาหารเช้าอยู่

DSC02867

เข้าไปเจอโซนร้านขายของ คือดีมาก

DSC02868

DSC02869

DSC02870

เราไม่ได้จองไว้ก่อน เลยไปนั่งเค้าเตอร์

DSC02871

ตรงนี้ก็เก๋ๆดีนะ

DSC02873

DSC02874

สั่งชาเขียวร้อนมา

DSC02875

ระหว่างรอก็มี special Effect เป็นน้ำตก เป็นเสียงสัตว์

DSC02876

DSC02877

DSC02878

พิซซ่ากันแต่เช้า จานใหญ่มาก อร่อยอยู่นะ แต่กินไม่หมด

DSC02880

S__34766915

DSC02881

S__34766914

DSC02884

จุดแรกที่เห็น คือ Tree of Life เป็น Park Icon ของ Animal Kingdom สูงประมาณ 145 ฟุต

Tree of Life จะมีบรรดาสัตว์นาๆชนิด อยู่ในต้นไม้

DSC02891

มีสตาร์บัค ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะของ Animal Kingdom

DSC02896

ชอบความเป็น Disney อย่าง คือไม่ว่าใครก็สามารถแต่งตัวอะไรกันได้

DSC02898

จะมีเป็นโซนต่างๆ เช่นโซน แอฟริกา โซนเอเชีย

DSC02899

DSC02900

ฝนก็ตกมาเรื่อยๆเลย

DSC02901

DSC02902

คือบรรยากาศ ตอนที่ฝนตก รวมถึงสิ่งก่อสร้าง ต่างๆ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ที่นั่นจริงๆ

DSC02903

ฝนเริ่มตกหนัก จนต้องหาที่หลบฝน เข้าไปต่อคิวหลบฝนที่ Kilimanjaro Safaris ต่ออยู่เป็นชั่วโมง

DSC02904

DSC02905

DSC02906

DSC02907

S__34766916

DSC02908

DSC02909

S__34766917

S__34766918

ได้ขึ้นรถละ

DSC02910

อารมณ์นั่งรถ ส่องสัตว์ เค้าบอกว่า Animal Kingdom จะมีสัตว์ประมาณ 2000 ตัว

S__34766942

S__34766924

S__34766923

S__34766930

ร้านขายของที่ระลึกมีกบแอดๆ จากไทยแลนด์ด้วยจ้า

DSC02913

น้ำตาลสีๆหวานๆใส่หลอด

S__34766943

ออกมาเจอฝน ไม่ไหวละ ต้องซื้อเสื้อกันฝน แพงอยู่นะ ถ้าใครไปแนะนำให้พกไปเอง เรียก Poncho

S__34766944

มาถ่ายรูป Tree of Life จากอีกมุมนึง เห็นชัดดี และคนไม่เยอะ

DSC02915

DSC02916

DSC02917

DSC02919

ร้าน Yak & Yeti เป็นร้านยอดฮิต ใน Animal Kingdom ต้องจองคิว และรอคิว คนเยอะมากตอนช่วงกลางวัน อยู่ในโซนเอเชีย

DSC02920

ในร้านคนเยอะมาก เลยออกมาซื้อด้านนอก เมนูขึ้นชื่อของที่นี่เป็น Yak & Yeti Chicken Fried Rice

รสชาติมันก็เป็นเหมือนข้าวผัดไก่ นั่นแหละ จืดๆ แต่ความแซ่บของมันนั่นก็คือ Thai Style Chili Sauce นั่นคือแจ่วนั่นเอง ที่ทำออกมาเป็นซอง ราดลงไปกินกับข้าวแล้วมีความนัว อร่อยดี

S__34767021

อีกเมนูขึ้นชื่อ ที่ต้องกิน คือ Turkey Leg ขาใหญ่มาก แล้วเนื้อมีความฉ่ำมาก อร่อย ชอบ จิ้มกับแจ่วอีกนั่นแหละ

S__34767016

DSC02921

DSC02922

ต่อไปเป็นโซน Maharajah Jungle Trek เดินเล่น

DSC02923

ชมค้างคาว

DSC02924

DSC02926

DSC02927

โซนนี้ถ่ายรูปสวยนะ เสียดายฝนตก

DSC02929

DSC02930

DSC02934

DSC02936

DSC02939

DSC02941

DSC02943

S__34766947

DSC02944

DSC02945

DSC02946

DSC02947

เห็นความสูงของ Expedition Everest- Legend of the Forbidden Mountain แล้วไม่กล้าเล่น

DSC02948

หลบฝน เข้าไปดูโชว์นีโมแป๊บ

S__34766949

S__34766948

เค้าก็จะมีกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆให้เล่นกัน บรรยากาศสนุกดี

S__34767022

เข้าไปในส่วนของ Discovery Island ใน Tree of Life เข้าไปดูหนัง 4 มิติ It’s Tough to be a bug

เป็นเรื่องราวของแมลง ก็สนุกดีนะ สำหรับคนเกลียดแมลนี่แอบมีกรี๊ด 55

S__34767026

มีโปสเตอร์ล้อเลียนละคร อยู่ด้านหน้า

S__34767025

S__34767024

เดินต่อไปโซนไดโนเสาร์

DSC02951

DSC02952

DSC02953

S__34766952

S__34766950

DSC02954

DSC02955

เข้าไปเล่น Dinosaur จอง  Fast Pass ไว้เลยไว

DSC02956

DSC02957

ถ่ายออกมานี่มืดตึ๊ด อันนี้สนุกดี เหมือนจะน่ากลัว แต่ก็น่ากลัวแหละ มันมืดๆ ไดโนเสาร์ตัวร้ายซะเยอะ

S__34766946

ถึงโซน Pandora Avatar ตอนกลางวัน ตกแต่งเป็น Pandora เลยจ้า

DSC02958

DSC02959

อันนี้เป็นจุดที่เด่นสุด และทำเหมือนจริง สูงมาก

DSC02960

DSC02962

DSC02964

โซนร้านอาหาร

DSC02965

ร้านขายน้ำ Pongu Pongu

DSC02966

ลองเข้าไปดูส่วนร้านขายของที่ระลึก

DSC02969

DSC02970

ขาย Banshee เป็นเหมือนหุ่น ขยับได้ น่ารักดี แต่แพง

DSC02971

DSC02972

DSC02974

DSC02975

เข้าไปล่องเรือชม  Na’Vi River Journey กิ๊งก่องๆ

ตอนแรกก็ง่วงๆ จะกลับไปนอนละ แต่คิดไปคิดมา อาจจะไม่ได้มาอีก เลยอยากดู บรรยากาศ Pandora ตอนกลางคืน คราวนี้ทำยังไงล่ะ ระหว่างรอ ก็เลยเอ้า ไปต่อคิวแล้วกัน  ตอนแรกที่ต่อแถวประมาณ 150 นาที ไม่สามารถจอง Fast Pass ได้แล้ว เพราะเหมือนต้องจองล่วงหน้านานมาก ก็เอ้าไม่เป็นไร ไม่น่าจะนานมากมั้ง เลยไปต่อคิวดู ต่อตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง ข้างนอกมันก็จะเป็นกลางแจ้ง แต่ไม่ร้อน มีพัดลมเป่าให้ตลอด อยู่ตรงด้านนอกนี้ประมาณ 40 นาทีได้

S__34767040

S__34767039

S__34767037

S__34767036

S__34767034

S__34767033

ก็ยังนับว่าโชคดีนะที่ยังมีคนรอด้วย เพราะรอนานมาก ถ้าใครไปรอเป็นกลุ่มก็หาเกมเล่นกันไป มันจะได้ไม่เบื่อ พอเข้าไปรอด้านใน บรรยากาศมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆทำให้เราไม่เบื่อ พอถึงจุดนี้ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงได้ละ

S__34767057

นี่คือมีคนโยนเหรียญลงไปหรือไง

S__34767056

S__34767053

S__34767048

S__34767046

ถึงจุดนี้ ก็น่าจะประมาณเกือบ 3 ชั่วโมงได้ เริ่มมาตื่นเต้นเอาตรงนี้แหละ ก็คิดนะ ว่าต่อคิวมายาวนานขนาดนี้ มันต้องมีอะไรดีจริงๆ ถ้าไม่ดีจริงนี่ มีโวยวายแน่นอน

S__34767058

S__34767059

S__34767060

S__34767068S__34767070

มีหน้าให้ดูนักบิน 555

S__34767072

ต่อแถวอีกแค่อึดใจเดียว

S__34767074

ไปค่ะ เข้าห้องกัน

S__34767075

เข้าไปถึงเค้าก็จะถ่วงเวลา บิ๊วอารมณ์เรา ให้ตื่นเต้น

ตอนก่อนที่จะเล่น คือไม่ได้ดู ไม่ได้อ่านรีวิวอะไรเลย แล้วไม่รู้ว่าคืออะไร

ข้างในพอเข้าไปถึงเค้ามีที่ให้เก็บกระเป๋า และไปนั่งคล้ายๆจักรยานปั่นตามบ้าน ใส่แว่น 3 มิติ ดูจอขนาดยักษ์

พอเปิดปุ๊บ เหมือนเราอยู่บนฟ้าจริงๆ แล้วมันหวาดเสียวมาก แบบตื่นเต้นตลอดการเล่น จริงๆมันนั่งอยู่แค่ในห้อง แต่กรี๊ดไปนอกห้องแล้ว จบออกมาแบบฟิน ฟินสุดๆมากๆจริงๆ อยากจะเล่นอีกรอบเลย 555 คุ้มค่ากับ 3 ชั่วโมงกว่าที่รอคอย

ออกมาด้านนอกก็มืดละ ได้ฟีลอีกแบบ มันมืดแบบมืดมากจริงๆ

S__34767077

S__34767078

S__34767081

S__34767083

S__34767085

S__34767086

เดินออกมาดูโชว์ปิดปาร์ค Tree of Life

S__34767087

คราวนี้เรากลับด้วยรถบัสกันละ เดินออกมาปุ๊บ ป้ายเด่นมาเลย ว่าขึ้นสถานีไหน

S__34767089

ไปยืนรอตามสถานีจอดรับเลย กลับโรงแรมกัน

S__34767090

มันก็จะแวะจอดตามโรงแรมต่างๆ แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนที่รู้ภาษาก็ยังขึ้นกันผิดป้าย ลงกันผิดไป งงกันไปหมด

เราก็ว่ามันไม่ได้ยากเลยนะ แต่ก็จะมีคนงงๆนิดนึง

S__34767091

มีความหิวเบาๆ แต่ส่วนใหญ่ร้านก็ปิดกันละ เลยแวะแฟนตาซี Market ที่โรงแรม ได้ของกินมาประมาณนี้

สรุปว่าวันนี้ฟินๆอยู่

S__34767092

Walt Disney World – Magic Kingdom

9 Feb 2019

หลังจากไม่ได้นอนทั้งคืน….

เราก็ตื่นมาแต่งตัวเช้าเวอร์…

ตื่นมากดแอพดิสนีย์ จอง Fast Pass ที่ไม่ค่อยเหลืออะไรให้จอง

ออกจากห้องแต่เช้ามืด เช้ามาเจอวิวแบบนี้ แล้วเหมือนได้เติมเต็มชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง แม้ไม่ได้นอน อยากตื่นขึ้นมาเจอแบบนี้ทุกเช้า นี่คือ Bay Lake จะมี Bay Lake Tower อยู่ข้างๆ

S__33644553

ที่โรงแรมมีทางให้วิ่งออกกำลังกายด้วย คือดี

S__33644554

เดินจากรีสอร์ท มาในส่วนโรงแรม

DSC02817

เนื่องจากหิวมาก เราเลยเลือกกินที่โรงแรม ก่อนที่จะไปสวนสนุก ขึ้นไปชั้นบนสุด เข้า Contempo Cafe ข้างๆกันนั้นมีร้าน Chef Mickey’s ซึ่งจะกินในวันต่อๆไป

DSC02811

ตรงที่นั่งกินนี้ก็สามารถที่จะเห็น Monorail ซึ่งวิ่งไปปาร์คได้ ซึ่ง Monorail นี้ทางเข้าอยุ่ชั้นเดียวกัน

DSC02812

สั่งอาหารแล้วมานั่งรอ สังเกตว่ามีไมโครเวฟให้อุ่นด้วย

DSC02814

เก้าอี้ก็ยังเป็นมิกกี้

DSC02813

สังเกตดู ตัวใบเสร็จจะมีบอกด้วยว่าพนักงานคนไหนเป็นคนออเดอร์ให้เรา ซึ่งมันก็สะดวกต่อการไปตาม

S__33644555

เมนูที่เราสั่งเป็น Waffle Bacon เราว่าแป้งวาฟเฟิลของที่นี่ทำอร่อย มันจะเค็มๆปะแล่มๆนิดๆ แล้วเบคอนกรอบมาก คืออาหารธรรมดา ทำไมรู้สึกอร่อย หรือหิว

DSC02815

จานนี้ของแฟนเรา

DSC02816

มีตู้กด Presscoin สำหรับคนที่ชอบสะสมพวกเหรียญๆทั้งหลาย

DSC02818

มีร้านขายของชำเล็กๆ Fantasia Market ขายทุกอย่างตั้งแต่ขนม ของกิน ของฝาก ของใช้ส่วนตัว

DSC02819

ไปขึ้น Monorail จากตัวโรงแรมได้เลย ก่อนขึ้น Monorail จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจกระเป๋าก่อน การขึ้น Monorail จาก Contemporary Resort ไป magic Kingdom จะค่อนข้างอ้อมๆ ทั้งที่ใกล้นิดเดียว แถมยังต้องแวะจอดรับผู้โดยสาร จากโรงแรมอื่นด้วย ทำให้รู้สึกนานกว่าจะถึง แต่ก็คิดว่าได้ดูวิวไป

DSC02820Monorail จะแวะจอดสถานีนึง ซึ่งเป็นสถานีตรงกลาง จะเรียกว่า Transportation and Ticket Center (TTC) จะมีรถไฟเปลี่ยนไป Epcot ได้ หรือจะเดินทางโดยเรือได้

DSC02821

ถึงแล้ว Magic Kingdom ประชากรหนาแน่นมาก คือเตรียมใจแต่แรกแล้วว่า จะไม่ชิล คนจะไม่น้อย

เค้าให้โหลด Crowd calendar 2019 มาดู เพื่อประเมิณปริมาณคน แต่ก็ไม่ได้ทำมา

DSC02822

เมื่อถึงแล้วทุกคนต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าอีกรอบ ถ้าอยากให้ไว หยิบกระเป๋าเล็กๆออกมารูดซิปออกให้เค้าดูได้เลย พอผ่านจุดเช็คกระเป๋า ก็จะเป็นจุด แสกนตั๋ว หรือ แสกน Magic Band แล้วแกนนิ้ว

จุดแรกที่ถ่ายรุปจะเป็นจุดด้านหน้านี้เลย เพราะวอลท์ชอบรถไฟ เค้าก็เลยเอาสถานีรถไฟมาอยู่ด้านหน้าแบบนี้

DSC02823

DSC02824

เดินเข้าไปด้านในกัน

DSC02825

ดิสนีย์เวิลด์ เค้าจะมีช่างถ่ายภาพ อยู่ตามจุดต่างๆ สามารถใช้กล้องเรา ขอให้เค้าถ่ายให้ และใช้กล้องเค้า เพื่อถ่ายให้เราได้ ถ่ายเสร็จเค้าจะแสกนรูปเข้า Magic Band ของเรา เราว่าฝีมือการถ่ายนี่คือแล้วแต่คนเลย บางคนก็ถ่ายดีบางคนฝีมือก็เฉยๆ หรือเวลาเราเล่นเครื่องเล่นอะไร มันก็จะถ่ายให้เรา แล้วเราเอา Magic band ไปแสกนตามจุดรับรูป เราก็จะได้รูปมา

DSC02826

รูปที่เค้าถ่ายให้เรา มันจะเรียกว่า Photopass ซึ่งมันจะเด้งเข้าไปเชื่อมกับแอพดิสนีย์ด้วย ซึ่งเราสามารถซื้อได้ ซึ่งมันก็จะเป็นลายน้ำ จนกว่าเราจะซื้อ เค้าจะเรียกว่า Memory Maker มันจะเลือกได้ว่าซื้อรูปรายวัน หรือซื้อรูปเหมาตลอดทุกวันที่ถ่าย เพราะฉะนั้น ถ้าถ่ายเยอะมันก็จะคุ้ม ของเรา Unlimited Download รวมทุกวันมันอยู่ที่ 6,900 บาทไทย เราว่ามันไม่คุ้ม เลยไม่ได้ซื้อมา เพราะเราถ่ายไม่เยอะS__33669124

เห็นปราสาทแล้ว คือความสมความปรารถนา

DSC02827

ภาพนี้คือสุดยอดที่ทุกคนต้องมาถ่าย คุณวอลท์ กับคุณมิกกี้ แล้วดูฟ้าสิ โคดใส วันที่ไปวันนี้อากาศแบบไทยเลย แต่อากาศดีมาก

DSC02832

โซนแรกที่เราเดินเป็น Tomorrow Land

DSC02833

DSC02834

ตอนแรกเราจอง Fastpass ไว้ แแต่เห็นว่าคิวแค่ 15 นาที แล้วเพิ่งถึงคือไม่รู้จะเริ่มอะไรก่อน ก็เลยเดินเข้าไปเล่นอย่างแรก ต่อคิวแบบแป๊บเดียวจริงๆ

DSC02835

S__33644557

เป็นการเปิดเครื่องเล่นแรกที่เร้าอารมณ์สุด กรี๊ดตั้งแต่เข้าไปยันจบ กรี๊ดแล้วเหนื่อยก็หยุดกรี๊ด ถือโกโปรไปด้วยนี่คือไม่เห็นอะไรเลย นอกจากเสียงกรี๊ด

ด้วยความอยากมุ้งมิ้ง เลยไปซื้อหูมาใส่ หูเดียวตลอดทริป หูนึงก็ประมาณ 27$ แล้ว

S__33644560

เดินๆไป เอ้า เจออลิสกระโดดโลดเต้นอยู่

DSC02837

มันก็จะมีคาเฟ่ที่เป็นธีมต่างๆ ที่ต้องจองก่อน เพราะบางทีมันก็จะเต็ม

DSC02838

DSC02839

DSC02840

มีนกเดินเล่นรออาหารเยอะมาก เหมือนนกดัมโบ้เลย 55

DSC02841

DSC02842

ตอนแรกว่าจะเล่นอันนี้ จอง Fastpass ไว้ Splash Mountain แต่เห็นแล้วดูเปียกแน่นอน แล้วไม่อยากเปียก เลยขอแค่ดูเฉยๆแล้วกัน

DSC02844

DSC02845

เลยไปเข้า Pirates of the Caribbean แทน เหมือนเช้าอยู่ คิวเลยไม่มาก

DSC02852

ซึ่งดูจากในแอพ มันจะบอกหมดแหละ ว่าเครื่องเล่นที่เราจะเล่นอยู่ตรงไหน แผนที่มันกว้างไกล ซูมเข้าซูมออกไปปาร์คอื่นได้ด้วย อิงจาก google map นั่นแหละs__33669125.jpg

บอกทางไปด้วยจ้า ไม่หลงแน่นอน

S__33669126

คือมันจะบอกหมดในสิ่งที่ควรรู้ ทำให้ง่าย ไม่ต้องไปยึกยักด้านหน้า เหมาะกับความสูงเท่าไหร่ อายุเท่าไหร่ น่ากลัวขนาดไหน เครื่องเล่นนี้เวลาเปิดปิดในวันนั้นกี่โมง มันมีอัพเดทให้หมด

S__33669127ออกแนวลงเรือ ดิบๆ เถื่อนๆหน่อย

DSC02848

DSC02849

DSC02851

DSC02853

ต่อไปเป็น Jungle Cruise อันนี้ต่อคิวนาน ประมาณ ชั่วโมง หรือชั่วโมงครึ่งได้ อารมณ์ล่องเรือชมป่า ชมสัตว์พ่นน้ำ

DSC02854

DSC02857

เจอเจ้าหญิงจัสมิน กับอะลาดินแล้ว

S__33644561

ทำการบ้านเรื่องขนมที่ต้องกินมาพอสมควร และนี่เป็นสิ่งที่ต้อง ต้อง ต้อง กิน

สิ่งนี้เรียกว่า  Dole Whip ถึงเราจะทำการบ้านมาแล้วเราก็ยังคิดว่ามันเป็นวิปครีม ด้วยความที่รูปร่างหน้าตาและความเข้มข้นของมัน แต่พอกินจริงๆ มันเป็นเหมือนซอฟไอศกรีมรสสับปะรด ที่มีความละมุนมากๆ

ที่ร้านจะมีขายเป็นน้ำสับปะรด น้ำสับปะรดโปะ Dole Whip ดีที่สั่งแค่นี้ เพราะกำลังพอดีสำหรับ 1 คน

S__33644562

หลังจากของหวาน เดินไปเดินมาเริ่มหิว เลยต้องหาที่นั่งกิน ไปเจอร้านนี้เข้าขาย Hot Dog แบบง่ายๆ

DSC02861

พนักงานใส่ชุดเบสบอล

S__33644568

คือไม่รู้ว่าอะไรอร่อย ก็เลยสั่งมั่วๆมา แต่ด้วยความที่เหนื่อยไม่ได้นอน แล้วกลิ่นมันเหมือนเครื่องเทศแรงๆเลยไม่ค่อยชอบ กินไม่ค่อยลง

DSC02863

น้ำมะนาวที่สั่งมาก็หวานไป แล้วมีกลิ่นประมาณมินท์แรงๆ ไม่ค่อยชอบอีก

S__33644569

สรุปคือเป็ดมาช่วยกินไป

DSC02862

DSC02865

ระหว่างกิน มีโชว์เปียโน และ Entertain เพื่อความบันเทิง น่ารักตรงที่คนอายุมากๆแล้ว ก็ยังได้รับการจ้างงานให้มาทำอะไรแบบนี้

S__33644572

คือจากที่กินอะไรไม่ค่อยลง แต่บันเทิงเพราะสิ่งนี้นี่แหละ

เดินลอดผ่านปราสาทซินเดอเรล่า

S__33644576

S__33644578

S__33644579

S__33644580

ที่อินจัดๆเรื่องดิสนีย์ก็จะเป็น Little Mermaid อยากเป็น Mermaid เพราะ Mermaid มีเสียงที่เพราะ

แค่รอคิวนี่ก็อินกับเพลงประกอบตอนรอคิวละ ร้องได้ทุกเพลง 555 ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในทะเลจริงๆ

อันนี้ต่อคิวนานอยู่ เป็นชั่วโมง Under the Sea – Journey of the Little Mermaid

S__33644581

นี่คือ Gaston เรื่อง Beauty & The Beast ตอนแรกก็งงว่านี่ใคร คือเจ้าชายใน Disney  ดูมีบทบาทน้อยมากอะ แต่นี่มีรูปปั้นอยู่แสดงว่ามากอยู่

S__33644582

ไปต่อคิวประมาณชั่วโมงกว่าๆที่ Enchanted Tales with Belle หลังจากดูรีวิวแล้ว คือต้องเข้าเลย

S__33644584

ฝรั่งข้างหน้าคือ แต่งตัวมาแบบสีเหลืองทำผมเหมือนเบล นางเอารองเท้าส้นสูงมาเปลี่ยนด้วย เพื่อจะมาหาเบล

S__33644586

เข้าบ้านเบล นางชอบอ่านหนังสือ

S__33644588

S__33644589

เข้าไปถึงเจอตู้เสื้อผ้า ขยับได้ น่าร๊ากกกกก  มีการเลือกเด็กๆ และผู้ชายให้ออกไปแสดง คือน่ารัก และมีส่วนร่วม

S__33644590

ที่ประทับใจคือไฟขยับได้ แบบเนียนมาก

S__33644594

คือชอบมาก อยากเอาไฟกลับบ้าน

S__33644595

เบลออกมาแล้ว สวยยังกะนางงาม

S__33644596

ต้องเป็นเจ้าหญิงถึงจิตใจอะ

S__33644597

ใจดีและอบอุ่น

S__33644599

S__33644601

S__33644604

จอง Fast pass Haunted Mansion ไว้ตอนประมาณบ่าย 3 เลยรีบไป หลังจากดูรีวิวแล้วไม่ได้น่ากลัวมาก เลยกล้าเข้า

 

S__33644620

มีเข้า Hall of President ไป แต่ดูจากรีวิวแล้วเฉยๆ เลยไม่ได้เข้าไปดู

S__33644617

ด้วยความที่ไม่ได้นอนทั้งคืน เลยไม่ไหวละ ขอกลับไปนอนก่อน

ลูกโป่งแบบเนี้ย ก็คือไปขอเค้าถ่ายรูปเล่นได้

S__33644618

ระหว่างเดินออกก็เจอขบวนพาเหรดพอดี หยุดดูไปอีก

S__33644610

S__33644611

S__33644613

S__33644616

ตอนแรกกะว่าจะไปนอนแป๊บเดียวแล้วค่อยออกมากินข้าวเย็นแล้วดูพลุตอนกลางคืน ก็เลยกลับห้อง แล้วไม่ได้อาบน้ำ นอนทั้งชุดเที่ยวแบบนั้น เพราะคิดว่าจะได้ออกมาอีก

สรุปหลับยาว Jetlag ไปทั้งแต่งหน้าแบบนั้นยันเช้าจ้า เมื่อได้ยินเสียงพลุตอน 2-3 ทุ่ม แล้วลืมตาขึ้นมานิดนึงแล้วบอกกันว่าไม่ทันแล้วจ้า พรุ่งนี้ค่อยเที่ยวกันใหม่….

Walt Disney World – Contemporary Resort

ชาตินี้ฉันคงไม่ได้ไปอเมริกา
ประโยคที่พูดกับตัวเองเมื่อต้นปี 2018
ประเทศที่ไกลแสนไกล ประเทศที่ค่าใช้จ่ายการเดินทางสูง
ประเทศที่ไม่ได้มีจุดสนใจอื่นๆที่อยากไปเหมือนประเทศอื่นๆ

วันหนึ่ง แฟนฉันโทรมาถามว่า ถ้าเธอไปเที่ยวคนเดียว เธอจะไปมั้ย

ไปไหนล่ะ เที่ยวต่างประเทศคนเดียวก็ไปได้อยู่ พอฟังว่าอเมริกา

ฉันรีบตอบตกลง ยังไงก็เที่ยวได้ ถึงแม้ภาษาจะไม่เก่ง ถึงแม้ว่าจะไม่มีเพื่อนเลยตลอดทั้งทริป ฉันก็คิดว่าฉันสามารถไปได้

แฟนเราตั้งใจจะไปเรียนหลักสูตร Disney อะไรซักอย่างที่อเมริกา โอ้โห จำเป็นต้องไปเรียนถึงที่นู่นเลยมั้ย

แต่เค้าว่าสถาบันดิสนีย์ที่นั่นเป็นสุดยอดของงานบริการที่น่าไปเรียนมากที่สุด

ฉันแค่ถามว่าเรามีตังมากพอที่จะไปใช่มั้ย เพื่อที่จะยืนยันว่า ไปแล้วกลับมาจะมีตังกินข้าวอีก 2-3 เดือน เพื่อที่จะหาเงินใหม่ เอาจริงๆคือเสี่ยงไปแล้วค่อยกลับมาหาเงิน ดีกว่า เสียดายเงินแล้วตายก่อนที่จะไป นี่คือความคิด

เมื่อตกลงปลงใจว่าอยากจะไปแน่ๆ คราวนี้ก็มานับจำนวนวันว่าจะไปกี่วัน คือต้องหายไปจากการทำงานเกือบครึ่งเดือน รวมถึงนับเวลากลับมาเผื่อเวลา Jetlag ด้วย ก็ ครึ่งเดือนพอดี นั่นหมายความว่าต้องจากบ้าน ห่างหมา ครึ่งเดือนกันเลยทีเดียว

ก่อนที่จะได้รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า ต้องมั่นใจก่อน ว่าทำวีซ่าผ่าน ถึงจะทำขั้นตอนอื่นๆได้ ทำให้เราต้องเตรียมตัวเรื่องทำวีซ่าอยู่นานพอควรเลย ทำวีซ่าช่วงเดือนกันยายน เมื่อปี 2018 ตอบคำถามผิดๆถูกๆอีก ใจตุ้มๆต่อมๆ จนในที่สุดก็ได้ไป

หลังจากได้วีซ่า 10 ปี อเมริกา แล้ว เรารู้สึกว่าการเที่ยวคนเดียวในเมืองต่างชาติต่างภาษาแบบที่ไม่ได้ไปกับทัวร์ แล้วแพงมากนั้น เราคงต้องทำการบ้านไปดีซักหน่อย เราจะเดินทางในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019

นี่เรากำลังจะได้ไปดิสนีย์เวิลด์ ที่อเมริกา….เรากำลังจะได้ไปอเมริกา

มีเวลาประมาณ 4 เดือน ในการเตรียมตัว แต่ด้วยความที่งานเยอะมากๆ สุดท้ายก็มาเริ่มเอาประมาณเดือนมกราคม 2019 เราหาข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่สุดท้ายข้อมูลที่อยู่ในเนตมันเยอะมากๆจนไม่สามารถที่จะศึกษาได้หมด แค่เตรียมตัวแบบคร่าวๆ มีดูคลิปยูทูบเครื่องเลนบ้างว่าอันไหนน่าเล่น อันไหนที่ไม่ต้องเล่นก็ได้

นับว่าเป็นการทำการบ้านเรื่องเที่ยวมากที่สุด เท่าที่เคยเที่ยวมาตลอดทั้งชีวิต ยิ่งค้นข้อมูล ยิ่งพบว่า Disney World มันใหญ่มาก มันมีดีเทลเยอะมาก และที่สำคัญที่สุด เรากลัวมากๆ เรื่องการเดินทาง กลัวว่าจะหลง เพราะแต่ละ Theme Park มันอยู่ห่างกัน ซึ่งต้องนั่งรถบัสไปเอง โดยที่แฟนเราไม่ได้ไปด้วย เพราะเค้าต้องเรียน

ถึงกับต้องทำ Note  ไว้ ว่าแต่ละ Park มีอะไรบ้าง ถึงจะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

S__33620001

เราเดินทางคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019 – 18 กุมภาพันธ์ 2019 ตอนแรกก็ยังงงๆเรื่องการนับวันเที่ยวว่าได้กี่วัน แล้วไปถึงวันอะไรยังไง สรุปคือได้เที่ยวทั้งหมด 9 วัน โดยมีแฟนเราเที่ยวด้วย 4 วัน นอกนั้นวันที่เหลือคือฉายเดี่ยว

ถึงเวลาต้องจัดกระเป๋า ก็ยังงงๆกับสภาพอากาศในเมือง Florida , Orlando เดี๋ยวก็ 10 กว่าองศา เดี่ยวก็ร้อนคล้ายบ้านเรา จัดเสื้อผ้าไม่ถูก ยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าก็ไม่ค่อยจะลง เลยเตรียมทั้งแขนยาว ขายาว แขนสั้น ขาสั้นไปเผื่อๆ

เนื่องจากเมืองฟลอริด้า (Florida) เป็นเมืองร้อน จนได้ชื่อเล่นว่า the Sunshine State อุณหภูมิก็จะเป็นอากาศที่เราอยู่ได้ ถ้าเทียบกับรัฐอื่นๆในอเมริกา ที่หนาวเหน็บ

เดือนที่ร้อนที่สุดจะเป็นเดือน July อุณหภูมิประมาณ 28 -31 องศา

Jan จะหนาวสุด เฉลี่ยประมาณ 15 องศา ในตอนกลางวัน แต่ถ้ากลางคืน หรือเช้าก็จะลงไปเลขตัวเดียว

ฝนคิดจะตกก็ตกได้ในทุกฤดู ตลอดปี ช่วง June – Sep จะเป็นฤดูฝน

ช่วง Nov อากาศจะแห้งสุด ฝนไม่ค่อยตก

วันเดินทาง เราเรียก รถมารับ เพราะไม่อยากขับรถไปจอดที่สนามบินนานๆหลายวัน

ไปกับสายการบิน ANA นี่ก็เพิ่งเคยนั่ง Business Class ครั้งแรก ด้วยความที่เดินทางไกล ไม่อยากทรมานสังขาร เลยยอมที่จ่ายแพงเพื่อแลกกับการนอนสบาย ก็จะติดใจกับ Business Class แล้วล่ะ

S__33619976

ขึ้นเครื่องปุ๊บ ได้เวลานอนพอดี กินเสร็จปุ๊บ ก็หลับเลยจ้า หลับยาวจนเครื่องลงที่ Narita ญี่ปุ่น

DSC02802

S__33619977

แล้วก็เนี่ยแหละ เพิ่งเคยเข้า Lounge มีเข้าที่ไทยมาแล้ว แต่เห็นที่ญี่ปุ่นแล้วก็ชอบจัง

S__33619978

คือของเค้าดูสะอาดสว่างบอกไม่ถูก

S__33619979

S__33619982

ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห้องสมุด

DSC02803

กินต่ออีก เป็นอาหารเช้าที่ญี่ปุ่น

S__33619981

ดูวิวเครื่องบิน เปิดคอมทำงานไป

S__33619980

ได้เวลาหลับยาว ข้อดีของการนั่ง Business Class คือ สั่งอาหารได้ตลอด และมีอาหารเสริฟให้เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งแอร์ญี่ปุ่นที่คิดว่าเราเป็นสาวญี่ปุ่น มาบริการให้ก็น่ารัก

อันนี้อร่อยดี หอยเชล

S__33619983

จริงๆก็อร่อยเกือบทุกอย่าง หรือตะกละไม่รู้

S__33619984

กินไปกินมา เอ้าอิ่ม กินไม่หมด

S__33619985

แต่เราสามารถต่อของหวานได้ แอร์บอกแล้วว่านี่มีแอลกอฮอล์นะจ๊ะ กินไปเสร็จปุ๊บ ผะอืดผะอมหนัก ทรมานไปอีก

S__33619986

ประเด็นคืออยากนอน แต่ด้วยความที่หลับไปแล้ว เลยไม่ง่วง เปิดหนังดูก็เวียนหัว ก็ดูบ้างปิดบ้าง เลยนั่งนิ่งๆไปยังงั้น ตลอด 10 กว่าชั่วโมง เพิ่งรู้สึกถึงความทรมานอย่างแท้จริง ที่คนสมัยก่อนเค้าบอกว่าเปิดดูหน้าต่างแล้ว หน้าต่างอีก ก็ไม่ถึงซักที อะไรแบบนั้นเลย แล้วพอไม่หลับ ก็เลยปวดฉี่บ่อย เข้าห้องน้ำเป็น 20-30 รอบ ลำไส้แปรปรวนอีก น่าจะเป็นคนที่เข้าห้องน้ำบ่อยสุดในเครื่องแล้วมั้ง

สามารถสั่งอาหารเพิ่มเติมได้ตลอดการเดินทาง แต่ด้วยความที่เอียนมากๆ เลยไม่สั่งอะไรเลย รอกินอีกทีตอนที่เค้าเสริ์ฟก่อนเครื่องจะลงที่ ฮุสตัน

S__33619987

ถึงฮุสตัน กว่าจะออกมาได้ ผ่านตม. หน้าโหด แล้วก็พบบัดเดี๋ยวนั้น ว่าจากฟังภาษาอังกฤษในหนังพอจะทัน ไปถึงที่นั่นจริงๆคือฟังใครไม่ทันเลยจ้า ทั้งตม. ทั้งเจ้าหน้าที่ ต้องฮะ อยู่หลายรอบมาก แล้วทุกคนทำเสียงดุ น่ากลัวกันหมดเลย นี่ขนาดไม่ได้ทำไรผิดยังกลัว

S__33619988

จะต้องไปรับกระเป๋าจากที่นึง ซึ่งเค้าให้แฟนเราไปคนเดียว แล้วให้เรานั่งรอ คือรอนานจนแบบ แฟนข้าจะโดนตรวจอะไรมั้ย เค้าค่อนข้าง Strict มากๆๆๆๆๆ ในทุกๆเรื่อง กว่าจะผ่านออกมาได้คือแอบกดดันมากที่สุดเลยตั้งแต่เคยไปเที่ยวมา ตัวเกร็งไปหมด

ต้องเดินแบบรีบๆไปขึ้นเครื่องลง Orlando เป็นเครื่องภายในประเทศ นั่งกันแบบชิลๆ ประมาณ ชั่วโมงกว่าๆก็ถึง

อาหารบนเครื่องก็กินไม่ค่อยจะลง ยังมีความอึนๆไมได้นอนอยู่ โยเกิร์ต มีความเข้มข้นสุด

s__33619989.jpg

ถึงแล้ว Orlando ฟ้าใสมากๆ

S__33619990

หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อย มีป้ายบอกทางไป Disney’s Magical Express ซึ่งถ้าเราซื้อตั๋วอยู่แล้ว เราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนการขึ้นรถนี้ ตอนแรกคิดว่าเป็นรถไฟ แต่มันคือรถบัส (ขนาดหาข้อมูลมาแล้วยังงงเลย) มาถึงก็เจอมิกกี้เมาส์แล้ว รู้สึกว่ารถจะวิ่งช่วงประมาณตี 5 – 4 ทุ่ม

S__33619991

นี่คือรถบัส Disney’s Magical Express จริงๆเราสามารถที่จะฝากกระเป๋าให้เค้าเอาไปส่งที่โรงแรมได้ด้วย หรือว่าเอาไปกับเราเลยก็ได้ นี่ก็เลือกที่จะเอาไปด้วยกันเลย

S__33619992

มันก็คือรถบัส ที่มีรูปมิกกี้เมาส์นั่นเอง 5555

S__33619993

ระหว่างนั่งรถ เค้าก็จะเปิด VDO บิ๊วเราให้ตื่นเต้น นั่งรถไปไกลเหมือนกัน พอถึงโซนของ Disney แล้ว คนขับก็ยิ่งบิ๊วเก่ง

S__33619994

Disney Magical Express ไปจอดถึงหน้าโรงแรมเลย ไปถึงเช็คอิน จะได้ Disney Magic Band มา ได้สีแบบสุภาพสุด มันจะมีขายด้วยเป็นลายต่างๆ แต่ก็คิดว่าใช้อันนี้ไปแหละ ข้างหลังมีเป็นชื่อของตัวเองด้วย

S__33619995

จองโรงแรมชื่อ Contemporary Resort เป็นโรงแรมที่เก่าที่สุดในดิสนีย์ อย่าถามหาถึงความเป็นธีมดิสนีย์ เพราะโรงแรมเหล่านั้นแพงเหลือเกิน เราได้ห้องที่อยู่ริมๆเกือบจะสุด อีกอย่างที่จองโรงแรมนี้ เพราะแฟนเราต้องเรียนที่นี่ด้วยก็เลยคิดว่าง่าย ตื่นมาแล้วก็สามารถเรียนได้เลย

อีกที่นึงที่เปิดพร้อมกับ  Contemporary Resort เก่าเท่ากันคือ Polynesian Resort

การพักโรงแรมในดิสนีย์ ค่อนข้างแพงกว่าการพักข้างนอกแล้วนั่งรถเข้ามา แต่ด้วยความที่ไม่อยากเหนื่อย ยุ่งยาก แถมได้ส่วนลดโรงแรม เพราะเรียนที่นี่ ก็เลยพักที่นี่ไปเลยแล้วกัน คือมันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ถ้าพักข้างนอก มันก็อาจจะเที่ยวละแวกนั้นอีกได้ เช่น Universal , Legoland หรือ Seaworld

โรงแรมใน Walt Disney World (2019) จะแบ่งเป็น

  1. 18 Theme Resort Hotel
  2. 10 Vacation Club Resort
  3. 9 Non-Disney Hotel
  4. จะมีที่เป็น Camping Resort
  5. Non-Disney Resort ซึ่งจะถูกกว่า
  6. พักข้างนอก

อากาศตอนที่ไปถึงค่อนข้างร้อน อย่างกับอยู่หัวหิน ฟ้าใสม๊ากกกกกก

S__33619996

ถึงห้องประมาณบ่าย 3 ตอนนั้นง่วงมาก กะว่าจะนอนพักแป๊บนึง แล้วค่อยออกไปหาของกิน

S__33619997

ห้องกว้าง และสะอาดดี แม้จะเป็นโรงแรมเก่า แต่ไม่รู้สึกถึงความเก่าเลย หรือโซนนี้อาจจะสร้างใหม่รึเปล่า ไม่รู้ เตียงก็ใหญ่กลิ้งได้

DSC02804

DSC02805

วางของถ่ายรูปเสร็จประมาณ เกือบ 4 โมงเย็น หลับสนิท ตื่นมาอีกที เพราะได้ยินเสียงพลุ เลยลุกขึ้นมาอาบน้ำ หลังจากไม่ได้อาบน้ำมาเกิน 24 ชั่วโมง แล้วก็หิว คือตอนนั้น ประมาณ 3 ทุ่ม จริงๆก็สั่งข้าวมากินในห้องได้ แต่ไม่รู้กดยังไงงงๆ สรุปไม่ได้ เลยไปกดช็อคโกแลต Sneaker ประทังความหิวในค่ำคืนนั้น หลังจากนั้นตาก็สว่างว๊าบยันเช้า

S__33619999

ถึงจะไม่ได้นอน ทั้งคืน แต่ก็ตื่นเต้นมากเวอรื ที่จะได้ไปเที่ยวในเช้าวันถัดไป แล้วที่สำคัญเลย คืออากาศดีมาก ในช่วงที่ตอนนั้นสถานการณ์ฝุ่นในกรุงเทพพีคถึงขีดสุด ช่วงที่ไปคือยังไอเพราะฝุ่น ไม่หยุด

สังเกตจากรูปที่แคปมา ตี 4 แล้ว ยังไม่นอน ก็ไม่ต้องนอนเลยแล้วกัน

S__33620000

 

** ข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของดิสนีย์ ผู้เขียนรวบรวมและไปมา อาจเปลี่ยนแปลงไปตามปี หรืออื่นๆ คนสนใจไปลองหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

ประสบการณ์ ครั้งแรกกับการตรวจเต้านม แมมโมแกรม

วันนี้เราไปตรวจร่างกายมา เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องตรวจแมมโมแกรมด้วย เริ่มแรกเลย จะต้องถอดเสื้อและเสื้อในออก เอาหน้าอกไปนาบที่เครื่อง หน้าตาแบบนี้ ยืนตรงเอาแขนแนบข้างลำตัว เงยหน้าขึ้น เอาหน้าอกวางบนตัวเครื่อง จากนั้นเค้าก็จะเอาเครื่องทับที่หน้าอกเรา ทับครั้งแรกข้างขวา ชิลๆไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร มีความตึงๆนิดหน่อย จากนั้นเค้าก็ให้เราเอียงตัวด้านข้าง ยกแขน แล้วก็เอาเครื่องมาทับด้านข้างหน้าอก จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับที่รักแร้หนักๆ พยาบาลถามว่าเจ็บมั้ย นี่เลยบอกพยาบาลไปว่า มาทำครั้งแรกเลย ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด เค้าบอกว่าถ้าหน้าอกเล็กมันก็จะทับยากนิดนึง สุดท้ายคือทับด้านหน้าข้างซ้าย คราวนี้ถึงกับทำหน้าเหย เจ็บมาก หลังจากนั้นก็ไปตรวจ X-Ray หมอให้กลับมาแมมโมแกรมอีกทีโดยทับด้านข้างฝั่งที่มีปัญหา ตอนที่ได้ยินว่าจะต้องตรวจครั้งที่ 2 ถึงกับใจแป้ว ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า เพราะปีที่ผ่านมา กินอะไรซี้ซั้วหนักมาก ผลออกมาสรุปว่าเป็นก้อนแคลเซียมในเต้านม ซึ่งยังไม่อันตรายถึงขนาดเป็นเนื้องอก หรือมะเร็ง จากที่ปลายปีคลำเจอก้อนขรุขระเล็กๆที่เต้านมหลายก้อน ยังดีที่ไม่เป็นอะไร ต่อจากนี้ไปคงต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น รวมถึงหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองอยู่เสมอนะคะ

เที่ยวอยุธยา 1 วัน พระราชวังบางปะอิน – วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

1 วันอยุธยา ไปไหนดี…

เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมามีพี่ที่รู้จักชวนไปกินข้าวอยุธยา เลยให้คิดแพลนเที่ยวอยุธยาก่อนกินข้าว

เคยไปอยุธยาสมัยเด็กๆ โดยการนั่งรถไฟไป น่าจะ 20 ปีได้แล้ว จำได้ว่าเคยไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน แล้วมีรูปถ่ายอยู่

เลยอยากจะไปย้อนความหลังกันซักหน่อย ครั้งนี้ก็ไปพระราชวังบางปะอินเหมือนเดิม

อากาศหม่นๆนิดๆ แต่ทำให้รู้สึกไม่ร้อนจนเกินไป เดินได้อย่างสบาย ไปถึงเขาจะมีกฎเรื่องเสื้อผ้า และกล้องอยู่ เราใส่กระโปรงสั้นไปเลยไปเช่าผ้าถุงเปลี่ยน ค่าเช่า 50 บาท มัดจำอีก 50 บาท

dsc02487

ราคาสำหรับคนไทย 30 บาท เด็ก 20 บาท และต่างชาติ 100 บาท

มีให้เช่ารถกอล์ฟสำหรับขับเองได้ 400 บาท

dsc02488

พระราชวังบางปะอินจะมี 2 เขต คือเขตพระราชฐานชั้นนอก กับเขตพระราชฐานชั้นใน

จุดแรกที่เจอคือ หอเหมมณเฑียรเทวราช (King Prasart Thong Shrine) เป็นศาลพระเจ้าปราสาททอง จำลองแบบมาจากขอม อยู่ริมสระน้ำใต้ต้นโพธิ์

dsc02490

กระโจมแตร เป็นกระโจมที่สร้างสมัย ร.6

dsc02491

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงกลางน้ำ จำลองแบบมาจาก พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ถือเป็นผลงานชิ้นเอกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

dsc02493

dsc02499

เก๋งบุปผา อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน สวยหวานมาก สร้างขึ้นสมัย ร.5 ไว้ใช้พักผ่อน

dsc02502

พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ สร้างสมัยร. 5 เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้นสมัย ร.5 เป็นสถาปัตยกรรมจีน

dsc02516

dsc02517

หอวิฑูรทัศนา สร้างขึ้นสมัย ร.5 เป็นหอสูง 3 ชั้น ไว้ใช้ทอดพระเนตรดูช้างป่า ปัจจุบันสามารถขึ้นไปชมด้านบนได้ เป็นบันไดวนขึ้นไป

dsc02518

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สร้างสมัยร.5

dsc02530

dsc02531

อ่านแล้วน้ำตาจะไหล

dsc02532

มีพระตำหนักฝ่ายใน ที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ชั้นเดียวบ้าง 2 ชั้นบ้าง

dsc02533

ไปต่อที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ซึ่งอยู่แถวๆตรงที่จอดรถ  เหมือนเป็นวัดที่อยู่กลางเกาะ ต้องนั่งกระเช้าไป

dsc02534

นั่งได้ทีละ 10 คน

dsc02535

dsc02536

สถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิค เลียนแบบโบสถ์คริสต์

dsc02537

dsc02538

dsc02540

ภายในประดิษฐาน พระพุทธนฤมลธรรมโมภาส

dsc02541

dsc02542

dsc02543

dsc02545

 

บ้านบางแคร์ – คุณยายใจดีทุกคน

ได้มีโอกาสไปบ้านบางแคครั้งแรก ในงานวันเกิดของพี่ที่รู้จัก

รีบตกลงปลงใจทันทีหลังจากพี่เค้าชวน เพราะเป็นที่ๆอยากไปอยู่แล้ว แต่ปกติก็หาจังหวะไปไม่ได้

การจะจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุหรือเด็กต่างๆพวกนี้เค้าต้องจองคิวล่วงหน้า ซึ่งบางทีต้องจองกันเป็นเดือน

วันนั้นเราเดินทางไปโดยแท็กซี่ สถานที่ติดหน้าถนนอยู่ เดินทางไม่ได้ลำบากอะไร ตั้งอยู่ในเขตบางหว้า

เราไปถึงประมาณ 10 โมง บรรยากาศสถานที่สะอาดสะอ้าน เป็นบ้านๆ บ้าง เป็นห้องนอนแบบรวมๆบ้าง

ไปถึงคุณยายนั่งโต๊ะกันประจำที่แล้ว มีเก้าอี้ประจำตำแหน่งของแต่ละคน

พอเปิดเพลงปุ๊บ คุณยายก็ออกมาแดนซ์กัน จากตอนแรกที่กลัวๆว่างานจะกร่อยๆ

คุณยายบางคนแดนซ์กระจายซะยิ่งกว่าคนหนุ่มสาวซะอีก หน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน ทำให้เรายิ้มตามไปด้วย

คุณยายบางท่านไม่ชอบเต้น หรือเต้นไม่ไหวก็นั่งฟังเพลงไป จอบอกว่ายายฟังเพลงรุ่นใหม่กันได้อยู่นะ

เปิดเพลงหญิงลีมานี่แดนซ์กระจาย บางทีเราก็ไม่จำเป็นว่าต้องให้คนแก่ฟังแต่เพลงเก่า

นึกถึงอีกหน่อยถ้าแก่ ก็ขอเพลงยุค 90 -2000 นะ จะได้ร้องได้

คุณยายจะกินข้าวเที่ยงกันตอน 11.30 น. เพราะฉะนั้นต้องรีบทำกิจกรรมกันให้ไว คุณยายจะได้ไม่หิว

สังเกตมีป้ายเขียนว่า ทีวีจะเปิดเป็นเวลาเพื่อให้ประหยัดไฟ คุณยายบางคนบอกว่าน่าจะมีลำโพงทิ้งไว้นะ จะได้เอาไว้เต้นได้ แต่เราว่าทางบ้านเค้าคงไม่อยากให้เสียงดังตลอดแหละมั้ง

ยกข้าวไปเสริ์ฟคุณยาย อาหารโอเคอยู่นะ ดีเลย น่าทาน ถาดหลุมมีชื่อเขียนไว้ด้วย

คุณยายยกมือไหว้ตอนเอาอาหารไปให้ จริงๆไม่ต้องไหว้ก็ได้เนอะ เกรงใจจัง

เค้าจะมีสวดมนต์ และกล่าวขอบคุณก่อนทานข้าวกว่าจะได้ทานก็ปาเข้าไปเที่ยงได้

ไปนั่งคุยกับคุณยาย 2-3 คน คุณยายก็ซักถามนู่นนี่ ชวนคุยสนุกสนาน

เราว่าจริงๆแล้วเค้าอยากให้คนไปพูดคุยกับเค้ามากๆ เค้าเล่านู่นเล่านี่กันใหญ่ จะแนะนำว่าคนที่ไปไม่ใช่แค่ทำกิจกรรมเสร็จจบถ่ายรูปกลับ ลองไปนั่งคุยกับพวกแกด้วย มันจะรู้สึกดี ทั้งเค้า และเราจริงๆ

ที่บ้านพักคนชรานี่ก็ดีนะ คือมีจัดพาคุณยายไปเที่ยวอยู่บ้าง คุณยายเล่าว่าล่าสุดก็พาไปไออุ่นรักสนุกสนานดี อยู่แล้วมีกิจกรรม มีเพื่อน ไม่เหงา

เลยถามว่าแล้วออกไปข้างนอกเองได้มั้ย ยายบอกว่า ก็ได้นะ แต่ต้องเขียนรายงาน บางคนก็อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ พูดคุยได้อย่างเดียว เลยไม่ได้ออกไปไหน

คุณยายบางคนนี่สาวๆคงสวย และแซ่บน่าดู แต่กาลเวลาก็พาให้กลายเป็นคนอายุมากกันหมด

เราไปนั่งที่คุณยายคนนึงที่อายุ 90 แล้วยังแข้งแรงดี แต่วันก่อนล้มไปกระดูกแตก ที่นั่งที่นั้นเลยว่าง

แอบไปนั่งแทน เลยโดนคุณยายแถวนั้นแซวนักหนา ก็แอบใจหายเนอะ ถ้าอยู่กับเพื่อนๆกันที่อายุมากๆ แล้วค่อยๆทยอยหายไปทีละคน

คุณยายบางคนบอกว่า ยายมีแต่แม่กับยาย ยายไม่มีพ่อ พอทุกคนเสียกันหมด ยายก็ไม่มีใคร คนมีพ่อมีแม่ก็ควรไปหาท่านบ่อยๆนะ

คุณยายบางคนมีลูกถึง 8 คน แต่ลูกไม่เคยมาเยี่ยมเลยซักครั้งเดียว ฟังแล้วก็น่าใจหาย อย่างน้อยยุ่งแค่ไหน ปีนึงมาหากันซักครั้งก็ยังดี

คุณยายบางคนบอกว่า ยายเจอหนูแล้วถ้าอยากจะไปหา ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ก็คงได้แต่รอว่าวันนึงหนูจะกลับมาหายายอีก  แล้วก็กอด โอ็โห นี่น้ำตาคลอเลย

ก่อนกลับถ่ายรูปกับคุณยาย คุณยายยกมือมินิฮาร์ทให้กล้องก่อนเลย วัยรุ่นสุด

ถึงเวลาโบกมืออำลา ถ้ามีโอกาส นู๋จะกลับมาหาใหม่นะคะ….

ขอบคุณพี่โจ ที่ชวนน้องมาทำบุญแบบนี้ อิ่มใจมากๆค่ะ

จบงานนี้ขอไปฝึกเต้นลีลาศแปร๊บ คุณยายเสตปเป๊ะมาก เจ๋งสุดๆ