Walt Disney World – Contemporary Resort

ชาตินี้ฉันคงไม่ได้ไปอเมริกา
ประโยคที่พูดกับตัวเองเมื่อต้นปี 2018
ประเทศที่ไกลแสนไกล ประเทศที่ค่าใช้จ่ายการเดินทางสูง
ประเทศที่ไม่ได้มีจุดสนใจอื่นๆที่อยากไปเหมือนประเทศอื่นๆ

วันหนึ่ง แฟนฉันโทรมาถามว่า ถ้าเธอไปเที่ยวคนเดียว เธอจะไปมั้ย

ไปไหนล่ะ เที่ยวต่างประเทศคนเดียวก็ไปได้อยู่ พอฟังว่าอเมริกา

ฉันรีบตอบตกลง ยังไงก็เที่ยวได้ ถึงแม้ภาษาจะไม่เก่ง ถึงแม้ว่าจะไม่มีเพื่อนเลยตลอดทั้งทริป ฉันก็คิดว่าฉันสามารถไปได้

แฟนเราตั้งใจจะไปเรียนหลักสูตร Disney อะไรซักอย่างที่อเมริกา โอ้โห จำเป็นต้องไปเรียนถึงที่นู่นเลยมั้ย

แต่เค้าว่าสถาบันดิสนีย์ที่นั่นเป็นสุดยอดของงานบริการที่น่าไปเรียนมากที่สุด

ฉันแค่ถามว่าเรามีตังมากพอที่จะไปใช่มั้ย เพื่อที่จะยืนยันว่า ไปแล้วกลับมาจะมีตังกินข้าวอีก 2-3 เดือน เพื่อที่จะหาเงินใหม่ เอาจริงๆคือเสี่ยงไปแล้วค่อยกลับมาหาเงิน ดีกว่า เสียดายเงินแล้วตายก่อนที่จะไป นี่คือความคิด

เมื่อตกลงปลงใจว่าอยากจะไปแน่ๆ คราวนี้ก็มานับจำนวนวันว่าจะไปกี่วัน คือต้องหายไปจากการทำงานเกือบครึ่งเดือน รวมถึงนับเวลากลับมาเผื่อเวลา Jetlag ด้วย ก็ ครึ่งเดือนพอดี นั่นหมายความว่าต้องจากบ้าน ห่างหมา ครึ่งเดือนกันเลยทีเดียว

ก่อนที่จะได้รู้ว่าจะได้ไปรึเปล่า ต้องมั่นใจก่อน ว่าทำวีซ่าผ่าน ถึงจะทำขั้นตอนอื่นๆได้ ทำให้เราต้องเตรียมตัวเรื่องทำวีซ่าอยู่นานพอควรเลย ทำวีซ่าช่วงเดือนกันยายน เมื่อปี 2018 ตอบคำถามผิดๆถูกๆอีก ใจตุ้มๆต่อมๆ จนในที่สุดก็ได้ไป

หลังจากได้วีซ่า 10 ปี อเมริกา แล้ว เรารู้สึกว่าการเที่ยวคนเดียวในเมืองต่างชาติต่างภาษาแบบที่ไม่ได้ไปกับทัวร์ แล้วแพงมากนั้น เราคงต้องทำการบ้านไปดีซักหน่อย เราจะเดินทางในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019

นี่เรากำลังจะได้ไปดิสนีย์เวิลด์ ที่อเมริกา….เรากำลังจะได้ไปอเมริกา

มีเวลาประมาณ 4 เดือน ในการเตรียมตัว แต่ด้วยความที่งานเยอะมากๆ สุดท้ายก็มาเริ่มเอาประมาณเดือนมกราคม 2019 เราหาข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่สุดท้ายข้อมูลที่อยู่ในเนตมันเยอะมากๆจนไม่สามารถที่จะศึกษาได้หมด แค่เตรียมตัวแบบคร่าวๆ มีดูคลิปยูทูบเครื่องเลนบ้างว่าอันไหนน่าเล่น อันไหนที่ไม่ต้องเล่นก็ได้

นับว่าเป็นการทำการบ้านเรื่องเที่ยวมากที่สุด เท่าที่เคยเที่ยวมาตลอดทั้งชีวิต ยิ่งค้นข้อมูล ยิ่งพบว่า Disney World มันใหญ่มาก มันมีดีเทลเยอะมาก และที่สำคัญที่สุด เรากลัวมากๆ เรื่องการเดินทาง กลัวว่าจะหลง เพราะแต่ละ Theme Park มันอยู่ห่างกัน ซึ่งต้องนั่งรถบัสไปเอง โดยที่แฟนเราไม่ได้ไปด้วย เพราะเค้าต้องเรียน

ถึงกับต้องทำ Note  ไว้ ว่าแต่ละ Park มีอะไรบ้าง ถึงจะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

S__33620001

เราเดินทางคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2019 – 18 กุมภาพันธ์ 2019 ตอนแรกก็ยังงงๆเรื่องการนับวันเที่ยวว่าได้กี่วัน แล้วไปถึงวันอะไรยังไง สรุปคือได้เที่ยวทั้งหมด 9 วัน โดยมีแฟนเราเที่ยวด้วย 4 วัน นอกนั้นวันที่เหลือคือฉายเดี่ยว

ถึงเวลาต้องจัดกระเป๋า ก็ยังงงๆกับสภาพอากาศในเมือง Florida , Orlando เดี๋ยวก็ 10 กว่าองศา เดี่ยวก็ร้อนคล้ายบ้านเรา จัดเสื้อผ้าไม่ถูก ยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าก็ไม่ค่อยจะลง เลยเตรียมทั้งแขนยาว ขายาว แขนสั้น ขาสั้นไปเผื่อๆ

เนื่องจากเมืองฟลอริด้า (Florida) เป็นเมืองร้อน จนได้ชื่อเล่นว่า the Sunshine State อุณหภูมิก็จะเป็นอากาศที่เราอยู่ได้ ถ้าเทียบกับรัฐอื่นๆในอเมริกา ที่หนาวเหน็บ

เดือนที่ร้อนที่สุดจะเป็นเดือน July อุณหภูมิประมาณ 28 -31 องศา

Jan จะหนาวสุด เฉลี่ยประมาณ 15 องศา ในตอนกลางวัน แต่ถ้ากลางคืน หรือเช้าก็จะลงไปเลขตัวเดียว

ฝนคิดจะตกก็ตกได้ในทุกฤดู ตลอดปี ช่วง June – Sep จะเป็นฤดูฝน

ช่วง Nov อากาศจะแห้งสุด ฝนไม่ค่อยตก

วันเดินทาง เราเรียก รถมารับ เพราะไม่อยากขับรถไปจอดที่สนามบินนานๆหลายวัน

ไปกับสายการบิน ANA นี่ก็เพิ่งเคยนั่ง Business Class ครั้งแรก ด้วยความที่เดินทางไกล ไม่อยากทรมานสังขาร เลยยอมที่จ่ายแพงเพื่อแลกกับการนอนสบาย ก็จะติดใจกับ Business Class แล้วล่ะ

S__33619976

ขึ้นเครื่องปุ๊บ ได้เวลานอนพอดี กินเสร็จปุ๊บ ก็หลับเลยจ้า หลับยาวจนเครื่องลงที่ Narita ญี่ปุ่น

DSC02802

S__33619977

แล้วก็เนี่ยแหละ เพิ่งเคยเข้า Lounge มีเข้าที่ไทยมาแล้ว แต่เห็นที่ญี่ปุ่นแล้วก็ชอบจัง

S__33619978

คือของเค้าดูสะอาดสว่างบอกไม่ถูก

S__33619979

S__33619982

ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห้องสมุด

DSC02803

กินต่ออีก เป็นอาหารเช้าที่ญี่ปุ่น

S__33619981

ดูวิวเครื่องบิน เปิดคอมทำงานไป

S__33619980

ได้เวลาหลับยาว ข้อดีของการนั่ง Business Class คือ สั่งอาหารได้ตลอด และมีอาหารเสริฟให้เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งแอร์ญี่ปุ่นที่คิดว่าเราเป็นสาวญี่ปุ่น มาบริการให้ก็น่ารัก

อันนี้อร่อยดี หอยเชล

S__33619983

จริงๆก็อร่อยเกือบทุกอย่าง หรือตะกละไม่รู้

S__33619984

กินไปกินมา เอ้าอิ่ม กินไม่หมด

S__33619985

แต่เราสามารถต่อของหวานได้ แอร์บอกแล้วว่านี่มีแอลกอฮอล์นะจ๊ะ กินไปเสร็จปุ๊บ ผะอืดผะอมหนัก ทรมานไปอีก

S__33619986

ประเด็นคืออยากนอน แต่ด้วยความที่หลับไปแล้ว เลยไม่ง่วง เปิดหนังดูก็เวียนหัว ก็ดูบ้างปิดบ้าง เลยนั่งนิ่งๆไปยังงั้น ตลอด 10 กว่าชั่วโมง เพิ่งรู้สึกถึงความทรมานอย่างแท้จริง ที่คนสมัยก่อนเค้าบอกว่าเปิดดูหน้าต่างแล้ว หน้าต่างอีก ก็ไม่ถึงซักที อะไรแบบนั้นเลย แล้วพอไม่หลับ ก็เลยปวดฉี่บ่อย เข้าห้องน้ำเป็น 20-30 รอบ ลำไส้แปรปรวนอีก น่าจะเป็นคนที่เข้าห้องน้ำบ่อยสุดในเครื่องแล้วมั้ง

สามารถสั่งอาหารเพิ่มเติมได้ตลอดการเดินทาง แต่ด้วยความที่เอียนมากๆ เลยไม่สั่งอะไรเลย รอกินอีกทีตอนที่เค้าเสริ์ฟก่อนเครื่องจะลงที่ ฮุสตัน

S__33619987

ถึงฮุสตัน กว่าจะออกมาได้ ผ่านตม. หน้าโหด แล้วก็พบบัดเดี๋ยวนั้น ว่าจากฟังภาษาอังกฤษในหนังพอจะทัน ไปถึงที่นั่นจริงๆคือฟังใครไม่ทันเลยจ้า ทั้งตม. ทั้งเจ้าหน้าที่ ต้องฮะ อยู่หลายรอบมาก แล้วทุกคนทำเสียงดุ น่ากลัวกันหมดเลย นี่ขนาดไม่ได้ทำไรผิดยังกลัว

S__33619988

จะต้องไปรับกระเป๋าจากที่นึง ซึ่งเค้าให้แฟนเราไปคนเดียว แล้วให้เรานั่งรอ คือรอนานจนแบบ แฟนข้าจะโดนตรวจอะไรมั้ย เค้าค่อนข้าง Strict มากๆๆๆๆๆ ในทุกๆเรื่อง กว่าจะผ่านออกมาได้คือแอบกดดันมากที่สุดเลยตั้งแต่เคยไปเที่ยวมา ตัวเกร็งไปหมด

ต้องเดินแบบรีบๆไปขึ้นเครื่องลง Orlando เป็นเครื่องภายในประเทศ นั่งกันแบบชิลๆ ประมาณ ชั่วโมงกว่าๆก็ถึง

อาหารบนเครื่องก็กินไม่ค่อยจะลง ยังมีความอึนๆไมได้นอนอยู่ โยเกิร์ต มีความเข้มข้นสุด

s__33619989.jpg

ถึงแล้ว Orlando ฟ้าใสมากๆ

S__33619990

หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อย มีป้ายบอกทางไป Disney’s Magical Express ซึ่งถ้าเราซื้อตั๋วอยู่แล้ว เราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนการขึ้นรถนี้ ตอนแรกคิดว่าเป็นรถไฟ แต่มันคือรถบัส (ขนาดหาข้อมูลมาแล้วยังงงเลย) มาถึงก็เจอมิกกี้เมาส์แล้ว รู้สึกว่ารถจะวิ่งช่วงประมาณตี 5 – 4 ทุ่ม

S__33619991

นี่คือรถบัส Disney’s Magical Express จริงๆเราสามารถที่จะฝากกระเป๋าให้เค้าเอาไปส่งที่โรงแรมได้ด้วย หรือว่าเอาไปกับเราเลยก็ได้ นี่ก็เลือกที่จะเอาไปด้วยกันเลย

S__33619992

มันก็คือรถบัส ที่มีรูปมิกกี้เมาส์นั่นเอง 5555

S__33619993

ระหว่างนั่งรถ เค้าก็จะเปิด VDO บิ๊วเราให้ตื่นเต้น นั่งรถไปไกลเหมือนกัน พอถึงโซนของ Disney แล้ว คนขับก็ยิ่งบิ๊วเก่ง

S__33619994

Disney Magical Express ไปจอดถึงหน้าโรงแรมเลย ไปถึงเช็คอิน จะได้ Disney Magic Band มา ได้สีแบบสุภาพสุด มันจะมีขายด้วยเป็นลายต่างๆ แต่ก็คิดว่าใช้อันนี้ไปแหละ ข้างหลังมีเป็นชื่อของตัวเองด้วย

S__33619995

จองโรงแรมชื่อ Contemporary Resort เป็นโรงแรมที่เก่าที่สุดในดิสนีย์ อย่าถามหาถึงความเป็นธีมดิสนีย์ เพราะโรงแรมเหล่านั้นแพงเหลือเกิน เราได้ห้องที่อยู่ริมๆเกือบจะสุด อีกอย่างที่จองโรงแรมนี้ เพราะแฟนเราต้องเรียนที่นี่ด้วยก็เลยคิดว่าง่าย ตื่นมาแล้วก็สามารถเรียนได้เลย

อีกที่นึงที่เปิดพร้อมกับ  Contemporary Resort เก่าเท่ากันคือ Polynesian Resort

การพักโรงแรมในดิสนีย์ ค่อนข้างแพงกว่าการพักข้างนอกแล้วนั่งรถเข้ามา แต่ด้วยความที่ไม่อยากเหนื่อย ยุ่งยาก แถมได้ส่วนลดโรงแรม เพราะเรียนที่นี่ ก็เลยพักที่นี่ไปเลยแล้วกัน คือมันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ถ้าพักข้างนอก มันก็อาจจะเที่ยวละแวกนั้นอีกได้ เช่น Universal , Legoland หรือ Seaworld

โรงแรมใน Walt Disney World (2019) จะแบ่งเป็น

  1. 18 Theme Resort Hotel
  2. 10 Vacation Club Resort
  3. 9 Non-Disney Hotel
  4. จะมีที่เป็น Camping Resort
  5. Non-Disney Resort ซึ่งจะถูกกว่า
  6. พักข้างนอก

อากาศตอนที่ไปถึงค่อนข้างร้อน อย่างกับอยู่หัวหิน ฟ้าใสม๊ากกกกกก

S__33619996

ถึงห้องประมาณบ่าย 3 ตอนนั้นง่วงมาก กะว่าจะนอนพักแป๊บนึง แล้วค่อยออกไปหาของกิน

S__33619997

ห้องกว้าง และสะอาดดี แม้จะเป็นโรงแรมเก่า แต่ไม่รู้สึกถึงความเก่าเลย หรือโซนนี้อาจจะสร้างใหม่รึเปล่า ไม่รู้ เตียงก็ใหญ่กลิ้งได้

DSC02804

DSC02805

วางของถ่ายรูปเสร็จประมาณ เกือบ 4 โมงเย็น หลับสนิท ตื่นมาอีกที เพราะได้ยินเสียงพลุ เลยลุกขึ้นมาอาบน้ำ หลังจากไม่ได้อาบน้ำมาเกิน 24 ชั่วโมง แล้วก็หิว คือตอนนั้น ประมาณ 3 ทุ่ม จริงๆก็สั่งข้าวมากินในห้องได้ แต่ไม่รู้กดยังไงงงๆ สรุปไม่ได้ เลยไปกดช็อคโกแลต Sneaker ประทังความหิวในค่ำคืนนั้น หลังจากนั้นตาก็สว่างว๊าบยันเช้า

S__33619999

ถึงจะไม่ได้นอน ทั้งคืน แต่ก็ตื่นเต้นมากเวอรื ที่จะได้ไปเที่ยวในเช้าวันถัดไป แล้วที่สำคัญเลย คืออากาศดีมาก ในช่วงที่ตอนนั้นสถานการณ์ฝุ่นในกรุงเทพพีคถึงขีดสุด ช่วงที่ไปคือยังไอเพราะฝุ่น ไม่หยุด

สังเกตจากรูปที่แคปมา ตี 4 แล้ว ยังไม่นอน ก็ไม่ต้องนอนเลยแล้วกัน

S__33620000

 

** ข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของดิสนีย์ ผู้เขียนรวบรวมและไปมา อาจเปลี่ยนแปลงไปตามปี หรืออื่นๆ คนสนใจไปลองหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

ประสบการณ์ ครั้งแรกกับการตรวจเต้านม แมมโมแกรม

วันนี้เราไปตรวจร่างกายมา เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องตรวจแมมโมแกรมด้วย เริ่มแรกเลย จะต้องถอดเสื้อและเสื้อในออก เอาหน้าอกไปนาบที่เครื่อง หน้าตาแบบนี้ ยืนตรงเอาแขนแนบข้างลำตัว เงยหน้าขึ้น เอาหน้าอกวางบนตัวเครื่อง จากนั้นเค้าก็จะเอาเครื่องทับที่หน้าอกเรา ทับครั้งแรกข้างขวา ชิลๆไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร มีความตึงๆนิดหน่อย จากนั้นเค้าก็ให้เราเอียงตัวด้านข้าง ยกแขน แล้วก็เอาเครื่องมาทับด้านข้างหน้าอก จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับที่รักแร้หนักๆ พยาบาลถามว่าเจ็บมั้ย นี่เลยบอกพยาบาลไปว่า มาทำครั้งแรกเลย ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด เค้าบอกว่าถ้าหน้าอกเล็กมันก็จะทับยากนิดนึง สุดท้ายคือทับด้านหน้าข้างซ้าย คราวนี้ถึงกับทำหน้าเหย เจ็บมาก หลังจากนั้นก็ไปตรวจ X-Ray หมอให้กลับมาแมมโมแกรมอีกทีโดยทับด้านข้างฝั่งที่มีปัญหา ตอนที่ได้ยินว่าจะต้องตรวจครั้งที่ 2 ถึงกับใจแป้ว ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า เพราะปีที่ผ่านมา กินอะไรซี้ซั้วหนักมาก ผลออกมาสรุปว่าเป็นก้อนแคลเซียมในเต้านม ซึ่งยังไม่อันตรายถึงขนาดเป็นเนื้องอก หรือมะเร็ง จากที่ปลายปีคลำเจอก้อนขรุขระเล็กๆที่เต้านมหลายก้อน ยังดีที่ไม่เป็นอะไร ต่อจากนี้ไปคงต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น รวมถึงหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเองอยู่เสมอนะคะ

เที่ยวอยุธยา 1 วัน พระราชวังบางปะอิน – วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

1 วันอยุธยา ไปไหนดี…

เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมามีพี่ที่รู้จักชวนไปกินข้าวอยุธยา เลยให้คิดแพลนเที่ยวอยุธยาก่อนกินข้าว

เคยไปอยุธยาสมัยเด็กๆ โดยการนั่งรถไฟไป น่าจะ 20 ปีได้แล้ว จำได้ว่าเคยไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน แล้วมีรูปถ่ายอยู่

เลยอยากจะไปย้อนความหลังกันซักหน่อย ครั้งนี้ก็ไปพระราชวังบางปะอินเหมือนเดิม

อากาศหม่นๆนิดๆ แต่ทำให้รู้สึกไม่ร้อนจนเกินไป เดินได้อย่างสบาย ไปถึงเขาจะมีกฎเรื่องเสื้อผ้า และกล้องอยู่ เราใส่กระโปรงสั้นไปเลยไปเช่าผ้าถุงเปลี่ยน ค่าเช่า 50 บาท มัดจำอีก 50 บาท

dsc02487

ราคาสำหรับคนไทย 30 บาท เด็ก 20 บาท และต่างชาติ 100 บาท

มีให้เช่ารถกอล์ฟสำหรับขับเองได้ 400 บาท

dsc02488

พระราชวังบางปะอินจะมี 2 เขต คือเขตพระราชฐานชั้นนอก กับเขตพระราชฐานชั้นใน

จุดแรกที่เจอคือ หอเหมมณเฑียรเทวราช (King Prasart Thong Shrine) เป็นศาลพระเจ้าปราสาททอง จำลองแบบมาจากขอม อยู่ริมสระน้ำใต้ต้นโพธิ์

dsc02490

กระโจมแตร เป็นกระโจมที่สร้างสมัย ร.6

dsc02491

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงกลางน้ำ จำลองแบบมาจาก พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ถือเป็นผลงานชิ้นเอกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

dsc02493

dsc02499

เก๋งบุปผา อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน สวยหวานมาก สร้างขึ้นสมัย ร.5 ไว้ใช้พักผ่อน

dsc02502

พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ สร้างสมัยร. 5 เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้นสมัย ร.5 เป็นสถาปัตยกรรมจีน

dsc02516

dsc02517

หอวิฑูรทัศนา สร้างขึ้นสมัย ร.5 เป็นหอสูง 3 ชั้น ไว้ใช้ทอดพระเนตรดูช้างป่า ปัจจุบันสามารถขึ้นไปชมด้านบนได้ เป็นบันไดวนขึ้นไป

dsc02518

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สร้างสมัยร.5

dsc02530

dsc02531

อ่านแล้วน้ำตาจะไหล

dsc02532

มีพระตำหนักฝ่ายใน ที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ชั้นเดียวบ้าง 2 ชั้นบ้าง

dsc02533

ไปต่อที่วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ซึ่งอยู่แถวๆตรงที่จอดรถ  เหมือนเป็นวัดที่อยู่กลางเกาะ ต้องนั่งกระเช้าไป

dsc02534

นั่งได้ทีละ 10 คน

dsc02535

dsc02536

สถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิค เลียนแบบโบสถ์คริสต์

dsc02537

dsc02538

dsc02540

ภายในประดิษฐาน พระพุทธนฤมลธรรมโมภาส

dsc02541

dsc02542

dsc02543

dsc02545

 

บ้านบางแคร์ – คุณยายใจดีทุกคน

ได้มีโอกาสไปบ้านบางแคครั้งแรก ในงานวันเกิดของพี่ที่รู้จัก

รีบตกลงปลงใจทันทีหลังจากพี่เค้าชวน เพราะเป็นที่ๆอยากไปอยู่แล้ว แต่ปกติก็หาจังหวะไปไม่ได้

การจะจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุหรือเด็กต่างๆพวกนี้เค้าต้องจองคิวล่วงหน้า ซึ่งบางทีต้องจองกันเป็นเดือน

วันนั้นเราเดินทางไปโดยแท็กซี่ สถานที่ติดหน้าถนนอยู่ เดินทางไม่ได้ลำบากอะไร ตั้งอยู่ในเขตบางหว้า

เราไปถึงประมาณ 10 โมง บรรยากาศสถานที่สะอาดสะอ้าน เป็นบ้านๆ บ้าง เป็นห้องนอนแบบรวมๆบ้าง

ไปถึงคุณยายนั่งโต๊ะกันประจำที่แล้ว มีเก้าอี้ประจำตำแหน่งของแต่ละคน

พอเปิดเพลงปุ๊บ คุณยายก็ออกมาแดนซ์กัน จากตอนแรกที่กลัวๆว่างานจะกร่อยๆ

คุณยายบางคนแดนซ์กระจายซะยิ่งกว่าคนหนุ่มสาวซะอีก หน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน ทำให้เรายิ้มตามไปด้วย

คุณยายบางท่านไม่ชอบเต้น หรือเต้นไม่ไหวก็นั่งฟังเพลงไป จอบอกว่ายายฟังเพลงรุ่นใหม่กันได้อยู่นะ

เปิดเพลงหญิงลีมานี่แดนซ์กระจาย บางทีเราก็ไม่จำเป็นว่าต้องให้คนแก่ฟังแต่เพลงเก่า

นึกถึงอีกหน่อยถ้าแก่ ก็ขอเพลงยุค 90 -2000 นะ จะได้ร้องได้

คุณยายจะกินข้าวเที่ยงกันตอน 11.30 น. เพราะฉะนั้นต้องรีบทำกิจกรรมกันให้ไว คุณยายจะได้ไม่หิว

สังเกตมีป้ายเขียนว่า ทีวีจะเปิดเป็นเวลาเพื่อให้ประหยัดไฟ คุณยายบางคนบอกว่าน่าจะมีลำโพงทิ้งไว้นะ จะได้เอาไว้เต้นได้ แต่เราว่าทางบ้านเค้าคงไม่อยากให้เสียงดังตลอดแหละมั้ง

ยกข้าวไปเสริ์ฟคุณยาย อาหารโอเคอยู่นะ ดีเลย น่าทาน ถาดหลุมมีชื่อเขียนไว้ด้วย

คุณยายยกมือไหว้ตอนเอาอาหารไปให้ จริงๆไม่ต้องไหว้ก็ได้เนอะ เกรงใจจัง

เค้าจะมีสวดมนต์ และกล่าวขอบคุณก่อนทานข้าวกว่าจะได้ทานก็ปาเข้าไปเที่ยงได้

ไปนั่งคุยกับคุณยาย 2-3 คน คุณยายก็ซักถามนู่นนี่ ชวนคุยสนุกสนาน

เราว่าจริงๆแล้วเค้าอยากให้คนไปพูดคุยกับเค้ามากๆ เค้าเล่านู่นเล่านี่กันใหญ่ จะแนะนำว่าคนที่ไปไม่ใช่แค่ทำกิจกรรมเสร็จจบถ่ายรูปกลับ ลองไปนั่งคุยกับพวกแกด้วย มันจะรู้สึกดี ทั้งเค้า และเราจริงๆ

ที่บ้านพักคนชรานี่ก็ดีนะ คือมีจัดพาคุณยายไปเที่ยวอยู่บ้าง คุณยายเล่าว่าล่าสุดก็พาไปไออุ่นรักสนุกสนานดี อยู่แล้วมีกิจกรรม มีเพื่อน ไม่เหงา

เลยถามว่าแล้วออกไปข้างนอกเองได้มั้ย ยายบอกว่า ก็ได้นะ แต่ต้องเขียนรายงาน บางคนก็อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ พูดคุยได้อย่างเดียว เลยไม่ได้ออกไปไหน

คุณยายบางคนนี่สาวๆคงสวย และแซ่บน่าดู แต่กาลเวลาก็พาให้กลายเป็นคนอายุมากกันหมด

เราไปนั่งที่คุณยายคนนึงที่อายุ 90 แล้วยังแข้งแรงดี แต่วันก่อนล้มไปกระดูกแตก ที่นั่งที่นั้นเลยว่าง

แอบไปนั่งแทน เลยโดนคุณยายแถวนั้นแซวนักหนา ก็แอบใจหายเนอะ ถ้าอยู่กับเพื่อนๆกันที่อายุมากๆ แล้วค่อยๆทยอยหายไปทีละคน

คุณยายบางคนบอกว่า ยายมีแต่แม่กับยาย ยายไม่มีพ่อ พอทุกคนเสียกันหมด ยายก็ไม่มีใคร คนมีพ่อมีแม่ก็ควรไปหาท่านบ่อยๆนะ

คุณยายบางคนมีลูกถึง 8 คน แต่ลูกไม่เคยมาเยี่ยมเลยซักครั้งเดียว ฟังแล้วก็น่าใจหาย อย่างน้อยยุ่งแค่ไหน ปีนึงมาหากันซักครั้งก็ยังดี

คุณยายบางคนบอกว่า ยายเจอหนูแล้วถ้าอยากจะไปหา ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ก็คงได้แต่รอว่าวันนึงหนูจะกลับมาหายายอีก  แล้วก็กอด โอ็โห นี่น้ำตาคลอเลย

ก่อนกลับถ่ายรูปกับคุณยาย คุณยายยกมือมินิฮาร์ทให้กล้องก่อนเลย วัยรุ่นสุด

ถึงเวลาโบกมืออำลา ถ้ามีโอกาส นู๋จะกลับมาหาใหม่นะคะ….

ขอบคุณพี่โจ ที่ชวนน้องมาทำบุญแบบนี้ อิ่มใจมากๆค่ะ

จบงานนี้ขอไปฝึกเต้นลีลาศแปร๊บ คุณยายเสตปเป๊ะมาก เจ๋งสุดๆ

 

ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล ล่องเรือ ช๊อปปิ้ง ชมสุเหร่าสีน้ำเงิน

สวัสดี วันสุดท้ายในตุรกี กับมื้อเช้าที่ไม่มีอะไรเป็นอาหารตุรกีเลย ตื่นมาแบบน็อคๆ จากเมื่อคืน

001

เช้านี้เราอยู่กันที่อิสตันบูล (Istanbul) ที่แรกในโปรแกรมคือการล่องเรือ ช่องแคบบอสฟอรัส ชมวิว 2 ฝั่ง ทั้งยุโรป และเอเชีย

DSC02212

DSC02214

DSC02217

DSC02218

DSC02219

DSC02230

DSC02252

DSC02259

DSC02282

DSC02284

DSC02344

DSC02294

DSC02296

DSC02297

DSC02298

DSC02321

DSC02334

DSC02335

DSC02344

DSC02346

DSC02347

DSC02348

DSC02349

ขึ้นจากเรือ ก็ไปต่อกันที่ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ที่มีขายหลายอย่าง ทั้งขนม Turkish Delight ที่เป็นขนมขึ้นชื่อของตุรกี ขายเครื่องเทศ งานเซรามิกต่างๆเครื่องประดับ เครื่องดูดบารากุ เครื่องประดับ เคร่องรางต่างๆ และอื่นๆ

DSC02350

เข้าไปจะเจอในส่วนของที่ร่มที่ขายพวกขนม เครื่องเทศ

DSC02352

เราซื้อกับร้านนี้ คนขายและพนักงานขี้เล่นเป็นกันเอง Turkish Delight เป็นขนมคล้ายๆแป้งๆ ผสมกับทับทิม ชาเขียว ช็อคโกแลต แล้วแต่รส และมีถั่ว ดอกไม้ หรือไส้ต่างๆอยู่ด้านใน รสชาติที่เราว่าอร่อยแล้วซื้อกลับมาเป็นรสทับทิม ชาเขียว แล้วก็กุหลาบ เราว่าแบบนี้มันอร่อยกว่าที่ขายเป็นกล่องๆสำเร็จรูป แต่นี่เค้าก็จะหยิบใส่กล่องให้เรา เราสามารถที่จะชิมเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ

008

อีกอย่างหนึ่งที่เราซื้อมากลับบ้านแล้วชอบบมาก คือถั่วพิตตาชิโอแบบแกะเปลือก อร่อยมาก เคี้ยวเพลินมาก ซื้อมาเป็นกิโลๆ หมดภายใน 1 เดือน ถ้าซื้อเยอะก็จะแถมกระเป๋าให้ แล้วก็อ้อนคนขายหน่อย ได้ชาทับทิมมาอีกกล่อง อร่อยดีรสชาติเปรี้ยวๆ ซื้อขนมอย่างเดียวก็หมดไปครึ่งหมื่นละ แต่อร่อยจริงและเก็บได้นาน ถ้าใครนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไงเหมือนของไทยจะมีขนมอันนึงที่เป็นสีขาว มีถั่วอยู่ด้านใน อันนั้นเหมือนเป็นออริจินอลที่เราไม่ต้องไปซื้อถึงตุรกีก็ได้ คนขายเค้ายังไม่แนะนำเลย 55 แต่ซื้อรสอื่นมาดีกว่า อร่อยกว่า

DSC02354

เดินลึกเข้าไปข้างใน ได้บรรยากาศประมาณสำเพ็ง ขายทุกอย่าง มีร้านขายของจุ๊กจิ๊กเหมือนของเกาหลีด้วย เราไม่ได้เดินเยอะมาก หมดเวลาซะก่อน

002

DSC02356

จากนั้นก็ไปกินข้าวกัน เป็นอาหารจีนที่กินแบบด่วนๆ ละแวกนั้นจะมีคนขายหมวกตลอดเส้นทางเป็นหมวกหนังๆ สวยดี ได้มา 2 ใบ ราคาไม่แพง ประมาณ 100 บาท

004

หลังจากกินข้าวก็เดินไปกันที่ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) มาฝนตกเฉอะแฉะเอาวันสุดท้าย

DSC02359

DSC02360

DSC02361

DSC02362

สังเกตว่าพรมจะมีแถบสีแดงเข้มอยู่ เพื่อแบ่งล็อคของการยืนเวลาทำพิธีละหมาด และก็จะเหมือนที่อื่นๆที่ผู้ชายจะได้ไปอยู่ด้านหน้าๆ และให้ผู้หญิงละหมาดอยู่ด้านหลัง เนื่องจากการลุกนั่งที่สะดวกกว่า

DSC02364

เข้าโบสถ์นี้ ค่อนข้างเคร่งจึงจะต้องสวมผ้าคลุมผม ถ้าไม่อยากใช้ร่วมกับผู้อื่นก็ให้เตรียมไปเอง แต่ถ้าไม่มีก็ยืมเอาได้ จริๆถ้าเดินด้านนอก จะเห็นผู้หญิงที่คลุมผ้าคลุมผมน้อยมาก เค้าบอกว่าเป็นประเทศที่ไม่ได้เคร่งเรื่องนี้ ยังสามารถที่จะปาร์ตี้ได้ กินเหล้า สูบบุหรี่อะไรได้หมด

DSC02368

DSC02371

DSC02373

DSC02374

DSC02375

 

DSC02376

DSC02377

ด้วยความที่ฝนตกเละเฉอะแฉะและเดินไกล ทำให้หลายคนไม่อยากเดินต่อ ส่วนเรามาแล้วก็ต้องไปให้สุดนะ ไปต่อกันที่ พระราชวัง ทอปกาปี (Topkapi Palace)DSC02380

ระหว่างทางจะเข้าไป อยู่ๆก็มีเด็กมัธยมมาขอถ่ายรูป กรี๊ดกร๊าดแล้วขอเซลฟี่ด้วยทุกคน นี่ก็งงไปอีก ตอนแรกนึกว่าจะให้ถ่ายรูปให้ สงสัยคิดว่าเป็นดาราเกาหลีมั้ง 55 เพราะตั้งแต่ไปตุรกี ไม่ค่อยเจอคนหน้าเอเชียเลย แทบไม่มียกเว้นกรุ๊ปทัวร์ที่เจอกันเอง

DSC02381

คำว่า ทอปกาปี (Topkapi) แปลว่าประตูปืนใหญ่ เหมือนสุลต่านที่สร้างที่นี่สร้างปุ๊บเค้าก็อยู่ไม่นาน ย้ายไปที่อื่นต่อ โดยพระราชวังนี้ก็จะติดกับทะเลส่วนนึง มีป้อมปราการเพื่อป้องกันข้าศึก โดยมีปินใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย 2 กระบอก

DSC02384

DSC02385

DSC02386

DSC02389

DSC02392

DSC02404

ได้เวลาอันควร ก็เดินทางไปสนามบินอตาเติร์กกลับบ้านกัน005

006

ก่อนกลับ หาของกินที่สนามบินก่อน เพราะกลัวอาหารบนเครื่องจะกินไม่ได้อีก ได้ไก่ทอดมาช่วยชีวิต

เป็นอีกทริปที่มีความประทับใจในทัศนียภาพ ผู้คน และแมว ^^

007