HR Recruitment Case Study: รับสายเถอะ HR ขอร้อง

ไม่ได้เขียนเรื่อง เกี่ยวกับ HR มานาน พอดีมี Case Study อยู่เคสนึง ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองสดๆร้อนๆ เลยอยากเอามาแชร์ให้ฟังกันซักหน่อย

เรื่องมีอยู่ว่า ข้าพเจ้าซึ่งเป็น Recruiter อยู่นั้น ได้สัมภาษณ์ และ Offer ตำแหน่ง ตำแหน่งหนึ่งให้แคนดิเดทเมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

แคนดิเดทก็ตบปากรับคำจะมาทำงานด้วยเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าเริ่มงานได้เมื่อไหร่

เวลาผ่านไป 3-4 วันก็ได้วันเริ่มงานมาเรียบร้อย อีก 1 เดือนเจอกันนะจ๊า

แต่พอผ่านไปอีกสัปดาห์ ก็โทรมาเลื่อนวันเริ่มงาน โดยบอกว่ายังติดโปรเจ็คของทางบริษัทเดิมต้องเคลียร์ให้เสร็จ ขอเวลาอีก 1 เดือน

ปรึกษากับทาง Manager ว่าสามารถรอได้ไหม ด้วยความที่แคนดิเดทคนนี้เป็นคนที่สัมภาษณ์แล้วดูเป็นคนที่มีความสามารถ เราจึงตัดสินใจที่จะรอ

แต่พอสอบถามถึงการมาเซ็นต์สัญญา แคนดิเดทอ้างว่ายังหาเวลาไม่ได้ทุกครั้ง โดยเราก็โทรไปสัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้ง จะได้ไม่ดูเป็นการรบกวนมากเกินไป

เวลา 1 เดือนผ่านไป ทาง manager เริ่มตามหนักขึ้น อยากให้สรุปผลในต้นเดือนกันยายนเลย

เลยโทรไปอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้โทรไม่ติดไปหลายครั้งแล้ว พอโทรติด 1 ครั้ง แคนดิเดทอ้างว่าจะต้องทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้ายัน 5 ทุ่มทุกวัน ซึ่งมันก็ดู Make sense ในสายงานบางสายงานที่งานหนักจริง แต่ Manager ของเราเค้าก็ไม่เชื่อ

แคนดิเดทบอกว่าเดี๋ยวจะขอหาเวลาก่อน แล้วจะแจ้งกลับมาอีกที ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ เลยโทรไปตามอีกครั้ง คราวนี้โทรไม่ติด

โทรตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ก็ยังโทรไม่ติด คือมีเสียงรอสาย แต่ไม่มีการรับสาย โทรทั้งเช้ากลางวันเย็น เปลี่ยนใช้เบอร์อื่นของออฟฟิซโทรก็ยังโทรไม่ติด ใช้เบอร์มือถือของบริษัทก็ยังโทรไม่ติด

คิดในใจว่านี่เราจิกแคนดิเดทมากไปรึเปล่า สองสัปดาห์ผ่านไปก็ยังไม่รับสาย อีเมลถามก็แล้ว ไร้เสียงตอบรับจากเลขหมายและอีเมลที่ท่านเรียก

เหลือบไปเห็นใบสมัครของแคนดิเดทมีเบอร์ภรรยา หากไม่ดูเป็นการรบกวน เลยขอโทรหาภรรยา อย่างน้อยภรรยาคงตาม

หรือสอบถามอะไรมาได้บ้าง สามีจะมา หรือไม่มาเริ่มงานก็บอกกันตรงๆ

ถ้าไม่มาจะได้หาคนใหม่ ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย มัวแต่โทรตามกันอยู่ สรุปว่าภรรยารับสายจ้า แล้วก็บอกว่าดี๋ยวจะบอกสามีให้

เริ่มอุ่นใจว่าอย่างน้อยก็ตามคนอื่นได้ ผ่านเสาร์อาทิตย์ไป วันจันทร์ เลยลองโทรตามหาเจ้าตัวอีกรอบ ยังคงไม่รับสายเหมือนเดิม

เลยโทรหาภรรยา ตอนเช้า ไม่รับสายเหมือนกัน คิดในใจ โอเคไม่เป็นไร ตอนเช้าอาจยุ่งๆ ติดงาน ติดประชุม

เลยรอหลังเลิกงาน โทรไปอีกรอบ มีเสียงรอสาย แต่ไม่รับสาย โอ้วแม่เจ้า เป็นทั้งสามีภรรยาเลยเหรอ

คิดในใจว่าเค้ารังเกียจเราถึงขนาดว่าไม่รับโทรศัพท์เราเลยรึเปล่า เลยให้น้องอีกคนเอาเบอร์ส่วนตัวโทรไป นางรับสายจ้า

เลยยื่นคำขาดให้ตัดสินใจ ตอนหลังแคนดิเดทคนนั้นเลยโทรกลับมา บอกว่าติดโปรเจ็ค โดยไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ คาดว่าจะเป็นปีหน้า

อ้าว แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก หรือบอกช่วงนี้ก็ได้ อีเมลมาบอกก็ได้ถ้าไม่อยากคุย หรือปฏิเสธกับ HR

สรุปรวมระยะเวลาช่วงสัมภาษณ์ด้วยแล้ว เกือบ 2 เดือน ลาก่อน จับโยนเข้า Blacklist เลยค่ะ

HR ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกนะคะ มีอะไรให้บอกกันตรงๆ ให้คุยกันตรงๆไปเลย มีเพื่อนเราหลายคนที่เคยปรึกษาว่า

HR โทรมาฟังคำตอบว่าจะไปร่วมงานได้มั้ย แต่ไม่อยากไป และไม่อยากปฏิเสธ เลยไม่อยากรับสาย HR

อยากจะแนะนำว่า รับสายไปเถอะค่ะ HR ก็คนทำงาน เค้าต้องรอฟังคำตอบจากคุณ ถ้าคุณปฏิเสธ อย่างมากเค้าก็หาคนใหม่

อย่าไปกั๊ก และปิดโอกาสสำหรับคนอื่นด้วย นั่นมันนิสัยไม่ดีเลย และเป็นการเสียเวลาแถมเสียอารมณ์ทั้งสองฝ่าย

และคุณอาจจะกลายเป็นแคนดิเดทที่มีชื่ออยู่ใน Blacklist โดยไม่รู้ตัว

Job Interview – Role Play

DebateTough_crop380w_crop380w

บางครั้งที่ผู้สัมภาษณ์อาจให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เจอสถานการณ์จริงๆ โดยจำลองสถานการณ์มาให้ตอบ

ผู้สัมภาษณ์มักจะดูไหวพริบว่าสามารถโต้ตอบได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่

ผู้ถูกสัมภาษณ์ควรเล่นไปตามสิ่งที่ตัวเองคิดเวลานั้นด้วยความรวดเร็ว

ถ้านิ่งเงียบไป ผู้สัมภาษณ์อาจมองว่าผู้สมัครขาดไหวพริบหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ในเวลานั้น

ยี้เด็ดขาด คนสกปรก [Hr ฮาเฮ]

12317853156O8BmH

หลายครั้งที่เรามีเพื่อนที่เปิดเผยตัวเองโจ่งแจ้งว่า ฉันไม่ได้สระผมมา 3 วัน แล้ว หรือ 7 วันแล้ว

และเรามักจะว่าเพื่อนเราว่าเป็นคนสกปรกซกมก ไม่อยากอยู่ใกล้ แต่นั่นก็อาจเป็นแค่เรื่องขำๆไว้แซวเพื่อนไม่ได้จริงจังอะไรนัก

ผู้หญิงหลายคนที่ไม่ยอมปล่อยผม เพราะไม่ได้สระผมมาหลายวัน และอาจส่งกลิ่นตลบอบอวลเผื่อแผ่เพื่อนด้วย

หรือบางคนที่สารภาพกับเพื่อนว่าเช้านี้รีบออกจากบ้านมาทำงานเลยไม่ได้อาบน้ำ

หรือแม้แต่การเหนื่อยกับที่ทำงานจนไม่ได้อาบน้ำล้างหน้าเมื่อตอนที่กลับถึงบ้าน ซ้ำยังนอนทั้งชุดทำงาน

หรือบางคน ที่ขี้เกียจจะแปรงฟันเป็นที่สุด ก็มี…….

วันหนึ่งที่เราให้ Candidate ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ข้อที่ว่า อยากมีหรือไม่อยากมีหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานแบบไหน

Candidate เขียนมาว่า “Clean” อ่านแล้วก็ยังแซวๆกับเพื่อนร่วมงานอยู่ ว่าถ้าเราไม่ได้สระผมมา 3 วัน เขาจะรังเกียจเราไหมนะ

เพื่อความมั่นใจ ตอนสัมภาษณ์ เราเลยถาม Candidate อีกที เผื่อเป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิด Clean อาจหมายถึงความโปร่งใสไม่คดโกงรึเปล่า

สรุปแล้วก็ได้คำตอบตามมาอย่างที่เราคิด คือ อยากมีเพื่อนร่วมงานที่สะอาดสะอ้าน ไม่ชอบอยู่กับคนที่สกปรกซกมก

ฟังแล้วก็ อืม ความสะอาดก็เป็นส่วนสำคัญนะ ใครมีความสะอาดสะอ้าน ก็จะมีคนอยากอยู่ใกล้ อยากร่วมงานด้วย

แต่คิดในอีกแง่นึงก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการทำงานสักเท่าไร เรื่องส่วนตัวไว้มาบอกทีหลังการสัมภาษณ์งานก็ได้

ก็เป็นเคสที่แปลกดีไปอีกแบบ…