เด็กจบใหม่หางานช่วงไหนดี

เด็กจบใหม่หางานช่วงไหนดี

ช่วงนี้เด็กๆมหาลัยหลายคนก็เริ่มไปเช่าชุดปริญญากันมาแล้ว น่าจะเป็นช่วงที่นักศึกษาค่อยๆทยอยเรียนจบกัน

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับน้องๆรุ่นนี้กันด้วยนะคะ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะหางานทำกันแล้ว เมื่อเรียนจบ เป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะขอเงินพ่อแม่ไม่ได้อีกต่อไป (แต่หลายคนก็ยังคงขออยู่นั่นแหละ) น้องๆหลายคนคงจะมีคำถามว่า แล้วจะเริ่มมองหางาน เมื่อไรดี

คำตอบสั้น ๆ คือ: ทันที

คำตอบนี้ หลายคนอาจไม่อยากจะได้ยิน น้องๆอาจมีความรู้สึกว่าเรียนจบแล้ว อยากพัก อยากเที่ยวเล่นซัก  4-5 เดือน ก่อนเข้าสู่โลกแห่งความจริง ความคิดเช่นนี้ก็สามารถที่จะคิดได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วในปีหนึ่งๆ บริษัทส่วนใหญ่ ก็จะรับเด็กจบใหม่ ในช่วงที่พวกน้องๆเพิ่งเรียนจบกันนั่นแหละ เพราะจะเห็นความกระตือรือร้นของน้องๆที่เพิ่งจบได้เต็มที่ หลังจากนั้นเมื่อได้คนแล้ว เค้าก็จะไม่เปิดอีก จนกว่าคนที่ได้รับเข้าไปทำงานลาออก ซึ่งทำให้คนที่ช้ากว่าเสียสิทธิ์ตรงนี้ไป

ในช่วงที่น้องๆจบการศึกษากันนั้น ทุกคนต่างหางานทำ และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง ถ้าเริ่มหางานช้าเท่าไร น้องๆก็จะยิ่งหางานยากมากขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่มีโดดเด่นกว่าคนอื่น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมน้องๆต้องเริ่มต้นให้เร็วที่สุด เพื่อให้ล่วงหน้าในเกมการเข้าสู่โลกการทำงานนี้

จะบอกน้องๆว่า ไม่ต้องกลัวว่าเริ่มต้นหางานไวแล้ว จะได้เริ่มงานโดยยังไม่ได้พักเลยนะ เพราะบางทีกว่าบริษัทจะติดต่อมาให้น้องไปสัมภาษณ์ แล้วเกิดน้องไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานอีก กว่าจะได้เริ่มงาน ก็อาจใช้เวลาไปแล้วหลายเดือนก็ได้ ระหว่างการหางานนั้นจะเที่ยวเล่นไปด้วยก็คงจะได้

รีบอัพเรซูเม แล้วเลือกบริษัทที่อยากเข้าร่วมงาน แล้วส่งไปเลยค่ะ

Linkedin : เว็บหาคู่ของคนทำงาน ?

หลายปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสใช้ Linkedin ในการหาผู้สมัครงานในตำแหน่งต่างๆ

โดย Account ส่วนตัว มีคนเป็น Connection อยู่เกิน 6,000 คน (แบบที่คัดไม่รับ Connection ทุกคนแล้ว)

จะไปขอเป็นเพื่อนใครอยู่ก็ไม่ได้แล้ว แต่คนอื่นสามารถแอดเข้ามาได้ มีรับทั้งคนไทย และคนต่างประเทศ

อย่างที่รู้กันว่า Linkedin เอาไว้สร้าง Profile ตัวเอง และยังเอาไว้หาคนทำงาน และเอาไว้หางานอีกด้วย

แต่บล็อควันนี้จะขอข้ามเรื่องงานไปก่อน จะมาพูดถึงเรื่องตามหัวข้อเลย Linkedin : เว็บหาคู่ของคนทำงาน ?

มีเว็บต่างประเทศหลายเว็บที่ลงบทความเกี่ยวกับการหาคู่ยังไงใน Linkedin อ่านดูแล้วก็ประหลาดใจนิดๆ

ก่อนหน้านี้โดยส่วนตัว มีความรู้สึกว่า Linkedin เป็นอะไรที่ซีเรียส วิชาการ จริงจัง ถ้าจะเอามาหาคู่ ก็ดูผิดวัตถุประสงค์การใช้งานรึเปล่า

แต่ในความเป็นจริงแล้ว พบว่ามีคนใช้ Linkedin เผื่อเจอคนที่ใช่อยู่เยอะพอสมควรเลย ทั้งคนไทย และคนต่างประเทศ

และคนที่หาคู่ใน Linkedin นี้ ก็ไม่ใช่คนที่ดูคุณสมบัติไม่ดี บางคนมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีเลยทีเดียว

การเริ่มต้นสเต็ปแรกของการตามหาเนื้อคู่ใน Linkedin ก็คงเริ่มจากการเริ่ม Add Connection

แล้วเริ่มทักไปแนะนำตัวในแมสเสจ ขอบคุณที่รับแอด และมุขที่เจอไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือโดยเฉพาะคนต่างประเทศนั่นคือ

การชื่นชมในตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นชื่อน่ารักจัง ทำงานที่ไหน ต้องทำอะไรบ้าง ดูสนใจในงานของคุณมากเป็นพิเศษ

หรือมาอยู่เมืองไทย จะมาเที่ยวเมืองไทย แล้วไม่ค่อยมีเพื่อนเลย ถ้ามาจะขอให้ช่วยแนะนำอะไรต่างๆนานาให้นะ

หรือไม่มีเพื่อนที่ไทยเลยขอคุยเป็นเพื่อนหน่อยนะ แล้วถ้าตอบกลับไป หลังจากนั้นอาจมีการขอไลน์ หรือช่องทางการติดต่อส่วนตัว

ถ้าให้ไปแล้วล่ะก็ เค้าอาจจะคุยเรื่องส่วนตัวกับคุณซักพัก คุยเรื่องงานสรรพเพเหระ แล้วก็จะมีเทคนิคการถามถึงแฟนแบบแยบยล

ถ้ามีแฟนแล้ว ก็จะถามถึงเรื่องการแต่งงาน ถ้าแต่งงานแล้ว นั่นก็คือจบ หมดโอกาส เลิกคุยกันไป

แต่ถ้ายังโสดก็อาจมีโอกาสสานต่อความสัมพันธ์ต่อไปได้

ถึงแม้ว่า Linkedin จะแสดงโปรไฟล์หรูๆ ดูดีให้เราเห็น แต่สุดท้ายแล้ว เราเองก็ต้องดูให้ดีๆเหมือนกัน

เพราะความหลอกลวงก็มีอยู่บนโลกเราทุกที่นั่นแหละ

ส่วนใครจะโชคดีเจอเนื้อคู่ใน Social Media แห่งโลกการทำงานนี้ ก็ถือเป็นพรหมลิขิตของคุณแล้วล่ะ

HR Recruitment Case Study: รับสายเถอะ HR ขอร้อง

ไม่ได้เขียนเรื่อง เกี่ยวกับ HR มานาน พอดีมี Case Study อยู่เคสนึง ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองสดๆร้อนๆ เลยอยากเอามาแชร์ให้ฟังกันซักหน่อย

เรื่องมีอยู่ว่า ข้าพเจ้าซึ่งเป็น Recruiter อยู่นั้น ได้สัมภาษณ์ และ Offer ตำแหน่ง ตำแหน่งหนึ่งให้แคนดิเดทเมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

แคนดิเดทก็ตบปากรับคำจะมาทำงานด้วยเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าเริ่มงานได้เมื่อไหร่

เวลาผ่านไป 3-4 วันก็ได้วันเริ่มงานมาเรียบร้อย อีก 1 เดือนเจอกันนะจ๊า

แต่พอผ่านไปอีกสัปดาห์ ก็โทรมาเลื่อนวันเริ่มงาน โดยบอกว่ายังติดโปรเจ็คของทางบริษัทเดิมต้องเคลียร์ให้เสร็จ ขอเวลาอีก 1 เดือน

ปรึกษากับทาง Manager ว่าสามารถรอได้ไหม ด้วยความที่แคนดิเดทคนนี้เป็นคนที่สัมภาษณ์แล้วดูเป็นคนที่มีความสามารถ เราจึงตัดสินใจที่จะรอ

แต่พอสอบถามถึงการมาเซ็นต์สัญญา แคนดิเดทอ้างว่ายังหาเวลาไม่ได้ทุกครั้ง โดยเราก็โทรไปสัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้ง จะได้ไม่ดูเป็นการรบกวนมากเกินไป

เวลา 1 เดือนผ่านไป ทาง manager เริ่มตามหนักขึ้น อยากให้สรุปผลในต้นเดือนกันยายนเลย

เลยโทรไปอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้โทรไม่ติดไปหลายครั้งแล้ว พอโทรติด 1 ครั้ง แคนดิเดทอ้างว่าจะต้องทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้ายัน 5 ทุ่มทุกวัน ซึ่งมันก็ดู Make sense ในสายงานบางสายงานที่งานหนักจริง แต่ Manager ของเราเค้าก็ไม่เชื่อ

แคนดิเดทบอกว่าเดี๋ยวจะขอหาเวลาก่อน แล้วจะแจ้งกลับมาอีกที ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ เลยโทรไปตามอีกครั้ง คราวนี้โทรไม่ติด

โทรตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ก็ยังโทรไม่ติด คือมีเสียงรอสาย แต่ไม่มีการรับสาย โทรทั้งเช้ากลางวันเย็น เปลี่ยนใช้เบอร์อื่นของออฟฟิซโทรก็ยังโทรไม่ติด ใช้เบอร์มือถือของบริษัทก็ยังโทรไม่ติด

คิดในใจว่านี่เราจิกแคนดิเดทมากไปรึเปล่า สองสัปดาห์ผ่านไปก็ยังไม่รับสาย อีเมลถามก็แล้ว ไร้เสียงตอบรับจากเลขหมายและอีเมลที่ท่านเรียก

เหลือบไปเห็นใบสมัครของแคนดิเดทมีเบอร์ภรรยา หากไม่ดูเป็นการรบกวน เลยขอโทรหาภรรยา อย่างน้อยภรรยาคงตาม

หรือสอบถามอะไรมาได้บ้าง สามีจะมา หรือไม่มาเริ่มงานก็บอกกันตรงๆ

ถ้าไม่มาจะได้หาคนใหม่ ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย มัวแต่โทรตามกันอยู่ สรุปว่าภรรยารับสายจ้า แล้วก็บอกว่าดี๋ยวจะบอกสามีให้

เริ่มอุ่นใจว่าอย่างน้อยก็ตามคนอื่นได้ ผ่านเสาร์อาทิตย์ไป วันจันทร์ เลยลองโทรตามหาเจ้าตัวอีกรอบ ยังคงไม่รับสายเหมือนเดิม

เลยโทรหาภรรยา ตอนเช้า ไม่รับสายเหมือนกัน คิดในใจ โอเคไม่เป็นไร ตอนเช้าอาจยุ่งๆ ติดงาน ติดประชุม

เลยรอหลังเลิกงาน โทรไปอีกรอบ มีเสียงรอสาย แต่ไม่รับสาย โอ้วแม่เจ้า เป็นทั้งสามีภรรยาเลยเหรอ

คิดในใจว่าเค้ารังเกียจเราถึงขนาดว่าไม่รับโทรศัพท์เราเลยรึเปล่า เลยให้น้องอีกคนเอาเบอร์ส่วนตัวโทรไป นางรับสายจ้า

เลยยื่นคำขาดให้ตัดสินใจ ตอนหลังแคนดิเดทคนนั้นเลยโทรกลับมา บอกว่าติดโปรเจ็ค โดยไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ คาดว่าจะเป็นปีหน้า

อ้าว แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก หรือบอกช่วงนี้ก็ได้ อีเมลมาบอกก็ได้ถ้าไม่อยากคุย หรือปฏิเสธกับ HR

สรุปรวมระยะเวลาช่วงสัมภาษณ์ด้วยแล้ว เกือบ 2 เดือน ลาก่อน จับโยนเข้า Blacklist เลยค่ะ

HR ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกนะคะ มีอะไรให้บอกกันตรงๆ ให้คุยกันตรงๆไปเลย มีเพื่อนเราหลายคนที่เคยปรึกษาว่า

HR โทรมาฟังคำตอบว่าจะไปร่วมงานได้มั้ย แต่ไม่อยากไป และไม่อยากปฏิเสธ เลยไม่อยากรับสาย HR

อยากจะแนะนำว่า รับสายไปเถอะค่ะ HR ก็คนทำงาน เค้าต้องรอฟังคำตอบจากคุณ ถ้าคุณปฏิเสธ อย่างมากเค้าก็หาคนใหม่

อย่าไปกั๊ก และปิดโอกาสสำหรับคนอื่นด้วย นั่นมันนิสัยไม่ดีเลย และเป็นการเสียเวลาแถมเสียอารมณ์ทั้งสองฝ่าย

และคุณอาจจะกลายเป็นแคนดิเดทที่มีชื่ออยู่ใน Blacklist โดยไม่รู้ตัว

ลาออก โดนไล่ออก ตกงาน ว่างงาน ไปยื่นสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานกัน

ว่างงานมาครึ่งเดือน…. เพิ่งจะลาออกจากงานมาครึ่งเดือน แล้วยังไม่มีงานใหม่ค่ะ หลายคนอาจจะลืม หรือนึกไม่ถึง ว่าเงินที่เราจ่ายให้ประกันสังคมในแต่ละเดือน เราจะได้สิทธิ์ทดแทนก็งานนี้แหละค่ะ ถาม: ใครที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงานบ้าง? ตอบ: 1. คนถูก ไล่ออก, โดน Layoff   2. คนลาออก ยังไม่มีงานใหม่ ถาม: จะไปยื่นสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานได้เมื่อไหร่ ตอบ: รอซักประมาณ 15 วัน หลังจากวันที่มีผลลาออก หรือถามฝ่ายบุคคลของทางบริษัทว่าได้แจ้งเรื่องไปประกันสังคมรึยัง ถาม: ไปยื่นสิทธิ์ประโยชน์กรณีว่างงานที่ไหน ตอบ: หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องไปที่ประกันสังคม แต่จริงๆแล้วต้องไปที่กรมจัดหางาน ใกล้บ้านท่าน หรือที่ไหนก็ได้นะจ๊ะ

S__8642671

ถาม: ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ตอบ: สำเนาบัตรประชาชน 2 ใบ, สำเนาหน้า Book bank ธนาคารชั้นนำ ธนาคารใดก็ได้ (กรุงไทย,กรุงศรีอยุธยา,กรุงเทพ,ไทยพาณิชย์, กสิกรไทย, ทหารไทย, ธนชาต, ซีไอเอ็มบีไทย, ธนาคารอิสลาม), รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 รูป กรณีถูกให้ออกจากงาน มีหนังสือแจ้งออกจากงานจากทางบริษัทด้วย เอกสารทุกแผ่นอย่าลืมเซนต์สำเนาถูกต้องด้วยค่ะ ถาม: เวลาเปิด-ปิด กรมจัดหารงาน ตอบ: 8.30 – 16.30 น. วันนี้ไปสาขาที่สะดวก คือ กรมจัดหางาน เขตพื้นที่ 3 ไปจาก Union mall บอกว่าไปอาคาร พงษ์สุภี ซึ่งแท๊กซี่อาจไม่รู้จัก แต่พอบอกว่าไปตึกวังเด็ก แท๊กซี่ถึงกับร้องอ๋อ อาคารพงษ์สุภีอยู่ระหว่างตึกวังเด็ก เห็นชัดเจนเลย ไปถึงก็ขึ้นไปชั้น 2 ขอเอกสารจากประชาสัมพันธ์มากรอก จะมีทั้งสิ้น 3 แผ่น แผ่นแรกแผ่นเล็กๆให้กรอกแค่ชื่อ S__8642647แล้วก็กรอกเอกสารอีกสองแผ่น แบบขึ้นทะเบียนหางาน และ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน S__8642648กรอกเสร็จแล้วก็ไปยื่นให้ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าเหมือนเดิมเพื่อตรวจเอกสาร  พอตรวจเสร็จก็ได้บัตรคิวมานั่งรอ แป๊บเดียวเท่านั้น S__8642649 พอได้คิวก็ไปยื่นเอกสารตามช่อง เจ้าหน้าที่ก็จะคีย์ข้อมูล และถามเรานิดหน่อยในกรณีที่บางช่องเรากรอกข้อมุลไม่ชัด เป็นอันเรียบร้อย ต้องมารายงานตัวอีกทีในกรณีที่ยังไม่ได้งาน อีก 1 เดือนต่อไป ไปก่อนหน้า 7 หลัง 7 ได้ ในกรณีที่มีธุระ แต่ถ้าได้งานแล้วก็ไม่ต้องไปรายงานตัว เพราะทางบริษัทใหม่เค้าจะยื่นเรื่องให้เราเลย ส่วนเงินค่าชดเชยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่มีผลเราออกจากงานค่ะ โดยจะจ่ายไปที่ธนาคารของเรา ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง (อาจเพราะไปเวลาที่คนน้อยด้วย) ไปรายงานตัวครั้งถัดไป อย่าลืมปรินท์พวกหลักฐานการสมัครงานของเราไปให้เค้าดูด้วยนะ ว่าเรากระตือรือร้นในการหางานอยู่บ้าง อาจจะเป็นอีเมล หรือพวกหน้า Jobboard ก็ได้ คนที่ลาออกเองได้รับสิทธิ์กรณีว่างงาน 3 เดือน 30% ของเงินเดือน โดยฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 ส่วนคนที่ถูกบริษัทเชิญให้ออก จะได้รับสิทธิ์ 6 เดือน โดยได้ 50% ของเงินเดือน โดยฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 เช่นกัน ใครว่างานแล้วให้รีบไปยื่นภายใน 1 เดือนนะคะ แต่ต้องเป็นคนที่จ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไปยื่นเพื่อนสิทธิประโยชน์ของตัวเองกันค่ะ ง่ายนิดเดียว เจ้าหน้าที่น่ารัก ให้คำปรึกษาดีค่ะS__8642650