Resume ควรใส่ประวัติการทำงานทุกที่เลยไหม

สืบเนื่องจากวันก่อนมีน้องหลังไมค์มาถามเรื่องการใส่ประวัติการทำงานในเรซูเม

ว่าอยากจะเขียนเรซูเมใหม่ควรที่จะใส่ประวัติการทำงานทุกที่เลยไหม

โดยส่วนตัวแล้วน้องรู้สึกว่าการใส่ทั้งหมดเลยมันจะทำให้เรซูเมดูแน่นเกินไป

บอกก่อนว่าน้องอายุไม่ถึง 30 ทำงานมาประมาณ 4 ที่ และคิดว่า HR จะถามตอนที่เรียกสัมภาษณ์เอง

เลยให้คำแนะนำน้องไปว่า ควรที่จะใส่ที่ทำงานให้ครบ เพราะ HR จะพิจารณาเรียกสัมภาษณ์หรือไม่

ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรซูเมของคุณเป็นอย่างไร ถ้าเราเว้นว่างไว้ คนอ่านเรซูเมไม่สามารถที่จะทราบได้ว่า

ช่วงเวลาที่หายไปของคุณทำอะไร และอาจจะถูกมองว่าในช่วงเวลานั้นเป็นคนว่างงานไปก็ได้

แต่หากว่าไปทำงานแค่ที่ละ 2 – 3 เดือน อันนี้เวลามันก็อาจจะสั้นเกินไปในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ

จะไม่ใส่ไว้ก็ได้ จะได้ดูไม่เป็นการเสียประวัติ

จำไว้เสมอว่า HR ไม่ได้รู้จักตัวเรา เหมือนที่ตัวเรารู้จักตัวเอง เราต้องบอกในสิ่งที่อยากให้คนอื่นรู้

ถึงแม้ว่างานบางที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร แต่ก็อาจจะเป็นส่วนเสริมให้ได้รับโอกาสในงานอื่นๆก็เป็นได้

ต๊าย ตาย จดหมายผิดซอง

HR เห็นอีเมลจาก Candidate ท่านหนึ่ง สมัครงานตำแหน่งที่มีคนสมัครน้อย หายากและมีความต้องการมาก

ด้วยความดีใจ HR จึงรีบเปิดไฟล์เรซูเมที่แนบมาด้วย พอเปิดปุ๊บบรรทัดแรกก็เจอเข้าให้

To…(ชื่อบริษัทอื่น)

และเป็นเนื้อจดหมาย และเรซูเมอื่นๆ

เงิบไปเล็กๆ อึ้งไปเล็กน้อย

เจอแบบนี้ HR เสียใจนะคะ

 

ปล. ก่อนส่งเรซูเมทุกครั้งควรเช็คก่อนว่าส่งไปที่ไหน หรือเพื่อความชัวร์ ใช้คำกลางๆ Dear Sir, To HR Manager หรืออื่นๆจะดีกว่าค่า

Font Resume ง่ายเข้าไว้

beard-fontคงไม่มีใครอยากอ่านอะไรที่ดูรก และวุ่นวาย

HR ก็เช่นเดียวกัน ที่ไม่ชอบอ่านเรซูเมที่ตัวอักษรรกรุงรัง

เพราะวันหนึ่งๆ เรซูเมที่ทะลักเข้ามาในอีเมลของ HR มีมากมายเต็มไปหมด

การต้อง Screen Resume ด้วยความรวดเร็ว

ทำให้ HR มักอยากอ่านเรซุเมที่ดูสะอาดตา และดูง่าย

อีกทั้งเรซูเมยังเป็นการบอกตัวตนของผู้สมัครด้วย

การใช้ Font จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเขียนเรซูเมออกมาดูดี

สิ่งสำคัญในการใช้ Font เขียนเรซูเม คือความเรียบง่าย

ใช้ Font พื้นฐาน และเบสิคที่สุดที่จะทำได้

ขนาดตัวอักษรที่เหมาะสม คือ 10 และ 12

Font พื้นฐานที่ใช้งานได้ดี ได้แก่

Arial, Verdana, Calibri, Times New Roman

ไม่ต้องใช้ตัวใหญ่ ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้เยอะเกินไป

ยกเว้นส่วนที่เราต้องการให้ความสำคัญ หรือเป็นหัวข้อ

และควรทำให้ทุกหัวข้อเป็นแบบแผนเดียวกัน

ซึ่งดูจะออกมาสวยงามกว่าการเปลี่ยน Font  แบบตัวอักษร หรือขนาดทุกหัวข้อ

 

 

เขียนเรซูเมกี่หน้าดี ?

iStock_000017601939web

 

เขียนเรซูเมกี่หน้าถึงจะเหมาะสม ?

ไม่ว่าจะเป็นเด็กจบใหม่ หรือผู้ใหญ่ ก็ต้องรู้เทคนิคในการเขียนเรซูเม เพื่อประโยชน์ในการหางานด้วยกันทั้งนั้น

เคยเจอคนที่เขียนเรซูเมมาทุกรูปแบบ แต่ขอแบ่งเป็นจำพวกตามความคิดของตัวเอง ได้ 3 จำพวก

ประเภทแรก คือเขียนเรซูเมมาแบบที่มีข้อมูลน้อยมาก รู้แค่ว่าเรียนที่ไหน ทำงานที่ไหน ประมาณ ครึ่งหน้ากระดาษ ข้อมูลแบบหลวมๆ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรของตัวเองมากกว่านั้น ประเภทที่สอง คือ เขียนแบบพอดีๆ ซึ่งเป็นแบบที่ถูกใจ HR มากที่สุด เพราะได้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และไม่เยิ่นเย้อจนเกินไป ประเภทสุดท้ายคือ ใส่มาหมดทุกอย่างจนเยอะเกินไป บางคนเขียนเรซูเมส่งมาเป็น 50 หน้าก็มี

แล้วอะไรคือความเหมาะสม ?

ถ้าตามหลักทั่วๆไป จะขอแบ่งระดับความอาวุโส เป็น 3 รุ่น

1.  เด็กจบใหม่

ส่วนใหญ่เด็กจบใหม่ ประสบการณ์ในการทำงานมักจะมีน้อยกว่ารุ่นอาวุโสอยู่แล้ว บางคนแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลยด้วยซ้ำ ดังนั้น จำนวนหน้าของเรซูเมจึงควรอยู่ที่ 1 – 2 หน้า ยกเว้นหากมี Portfolio ก็ทำแยกไปต่างหาก ถ้าไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรให้มากพอ 1 หน้า ก็ลองหาจุดเด่นของเรา ดึงในสิ่งที่เราสนใจใส่เข้าไปในเรซุเม เช่นเดียวกับคนที่มีข้อมูลเยอะมากๆ จนเกิน  2 หน้า ก็ควรจะหาเฉพาะจุดเด่นๆ ของเรา แล้วตัดสิ่งที่คิดว่าไม่มีประโยชน์ออกไป ให้จำไว้ว่า Less is More

2.  ระดับ Mid-Level

ทำงานมาซักพักแล้ว ซัก 2 – 5 ปี อยากหางานใหม่ จะอัพเดทเรซูเมกี่หน้าดี คำตอบคือประมาณ 2 หน้า กำลังพอดิบพอดี ข้อมูลไม่ได้เยอะ หรือน้อยจนเกินไป

3. ระดับอาวุโส

มักผ่านประสบการณ์ และการฝึกฝนมาเยอะ ข้อมูลมักจะเยอะกว่าเด็กที่เพิ่งจบใหม่ๆมากมายหลายเท่าแน่นอนอยู่แล้ว ความยาวของจำนวนหน้าก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย สามารถเขียนเรซูเมได้ตั้งแต่  3 หน้าเป็นต้นไป แต่ไม่ควรเยอะเกิน จนขี้เกียจดู ให้พิจารณาตามความเหมาะสม