ทัวร์ตุรกี อิสตันบูล ล่องเรือ ช๊อปปิ้ง ชมสุเหร่าสีน้ำเงิน

สวัสดี วันสุดท้ายในตุรกี กับมื้อเช้าที่ไม่มีอะไรเป็นอาหารตุรกีเลย ตื่นมาแบบน็อคๆ จากเมื่อคืน

001

เช้านี้เราอยู่กันที่อิสตันบูล (Istanbul) ที่แรกในโปรแกรมคือการล่องเรือ ช่องแคบบอสฟอรัส ชมวิว 2 ฝั่ง ทั้งยุโรป และเอเชีย

DSC02212

DSC02214

DSC02217

DSC02218

DSC02219

DSC02230

DSC02252

DSC02259

DSC02282

DSC02284

DSC02344

DSC02294

DSC02296

DSC02297

DSC02298

DSC02321

DSC02334

DSC02335

DSC02344

DSC02346

DSC02347

DSC02348

DSC02349

ขึ้นจากเรือ ก็ไปต่อกันที่ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ที่มีขายหลายอย่าง ทั้งขนม Turkish Delight ที่เป็นขนมขึ้นชื่อของตุรกี ขายเครื่องเทศ งานเซรามิกต่างๆเครื่องประดับ เครื่องดูดบารากุ เครื่องประดับ เคร่องรางต่างๆ และอื่นๆ

DSC02350

เข้าไปจะเจอในส่วนของที่ร่มที่ขายพวกขนม เครื่องเทศ

DSC02352

เราซื้อกับร้านนี้ คนขายและพนักงานขี้เล่นเป็นกันเอง Turkish Delight เป็นขนมคล้ายๆแป้งๆ ผสมกับทับทิม ชาเขียว ช็อคโกแลต แล้วแต่รส และมีถั่ว ดอกไม้ หรือไส้ต่างๆอยู่ด้านใน รสชาติที่เราว่าอร่อยแล้วซื้อกลับมาเป็นรสทับทิม ชาเขียว แล้วก็กุหลาบ เราว่าแบบนี้มันอร่อยกว่าที่ขายเป็นกล่องๆสำเร็จรูป แต่นี่เค้าก็จะหยิบใส่กล่องให้เรา เราสามารถที่จะชิมเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ

008

อีกอย่างหนึ่งที่เราซื้อมากลับบ้านแล้วชอบบมาก คือถั่วพิตตาชิโอแบบแกะเปลือก อร่อยมาก เคี้ยวเพลินมาก ซื้อมาเป็นกิโลๆ หมดภายใน 1 เดือน ถ้าซื้อเยอะก็จะแถมกระเป๋าให้ แล้วก็อ้อนคนขายหน่อย ได้ชาทับทิมมาอีกกล่อง อร่อยดีรสชาติเปรี้ยวๆ ซื้อขนมอย่างเดียวก็หมดไปครึ่งหมื่นละ แต่อร่อยจริงและเก็บได้นาน ถ้าใครนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไงเหมือนของไทยจะมีขนมอันนึงที่เป็นสีขาว มีถั่วอยู่ด้านใน อันนั้นเหมือนเป็นออริจินอลที่เราไม่ต้องไปซื้อถึงตุรกีก็ได้ คนขายเค้ายังไม่แนะนำเลย 55 แต่ซื้อรสอื่นมาดีกว่า อร่อยกว่า

DSC02354

เดินลึกเข้าไปข้างใน ได้บรรยากาศประมาณสำเพ็ง ขายทุกอย่าง มีร้านขายของจุ๊กจิ๊กเหมือนของเกาหลีด้วย เราไม่ได้เดินเยอะมาก หมดเวลาซะก่อน

002

DSC02356

จากนั้นก็ไปกินข้าวกัน เป็นอาหารจีนที่กินแบบด่วนๆ ละแวกนั้นจะมีคนขายหมวกตลอดเส้นทางเป็นหมวกหนังๆ สวยดี ได้มา 2 ใบ ราคาไม่แพง ประมาณ 100 บาท

004

หลังจากกินข้าวก็เดินไปกันที่ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) มาฝนตกเฉอะแฉะเอาวันสุดท้าย

DSC02359

DSC02360

DSC02361

DSC02362

สังเกตว่าพรมจะมีแถบสีแดงเข้มอยู่ เพื่อแบ่งล็อคของการยืนเวลาทำพิธีละหมาด และก็จะเหมือนที่อื่นๆที่ผู้ชายจะได้ไปอยู่ด้านหน้าๆ และให้ผู้หญิงละหมาดอยู่ด้านหลัง เนื่องจากการลุกนั่งที่สะดวกกว่า

DSC02364

เข้าโบสถ์นี้ ค่อนข้างเคร่งจึงจะต้องสวมผ้าคลุมผม ถ้าไม่อยากใช้ร่วมกับผู้อื่นก็ให้เตรียมไปเอง แต่ถ้าไม่มีก็ยืมเอาได้ จริๆถ้าเดินด้านนอก จะเห็นผู้หญิงที่คลุมผ้าคลุมผมน้อยมาก เค้าบอกว่าเป็นประเทศที่ไม่ได้เคร่งเรื่องนี้ ยังสามารถที่จะปาร์ตี้ได้ กินเหล้า สูบบุหรี่อะไรได้หมด

DSC02368

DSC02371

DSC02373

DSC02374

DSC02375

 

DSC02376

DSC02377

ด้วยความที่ฝนตกเละเฉอะแฉะและเดินไกล ทำให้หลายคนไม่อยากเดินต่อ ส่วนเรามาแล้วก็ต้องไปให้สุดนะ ไปต่อกันที่ พระราชวัง ทอปกาปี (Topkapi Palace)DSC02380

ระหว่างทางจะเข้าไป อยู่ๆก็มีเด็กมัธยมมาขอถ่ายรูป กรี๊ดกร๊าดแล้วขอเซลฟี่ด้วยทุกคน นี่ก็งงไปอีก ตอนแรกนึกว่าจะให้ถ่ายรูปให้ สงสัยคิดว่าเป็นดาราเกาหลีมั้ง 55 เพราะตั้งแต่ไปตุรกี ไม่ค่อยเจอคนหน้าเอเชียเลย แทบไม่มียกเว้นกรุ๊ปทัวร์ที่เจอกันเอง

DSC02381

คำว่า ทอปกาปี (Topkapi) แปลว่าประตูปืนใหญ่ เหมือนสุลต่านที่สร้างที่นี่สร้างปุ๊บเค้าก็อยู่ไม่นาน ย้ายไปที่อื่นต่อ โดยพระราชวังนี้ก็จะติดกับทะเลส่วนนึง มีป้อมปราการเพื่อป้องกันข้าศึก โดยมีปินใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย 2 กระบอก

DSC02384

DSC02385

DSC02386

DSC02389

DSC02392

DSC02404

ได้เวลาอันควร ก็เดินทางไปสนามบินอตาเติร์กกลับบ้านกัน005

006

ก่อนกลับ หาของกินที่สนามบินก่อน เพราะกลัวอาหารบนเครื่องจะกินไม่ได้อีก ได้ไก่ทอดมาช่วยชีวิต

เป็นอีกทริปที่มีความประทับใจในทัศนียภาพ ผู้คน และแมว ^^

007

 

 

ทัวร์ตุรกี Nightlife ใน อิสตันบูล

มอนิ่งกับอาหารเช้าที่ตัวเองกินได้

001

เช้านี้ออกจากโรงแรมค่อนข้างเช้า เพราะจาก อังการ่า Ankara เข้า อิสตันบูล (Istanbul) ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง

003

004

005

006

น่าแปลกที่ตลอด 5 ชั่วโมง ไม่มีหลับในรถเลย ก็นั่งชมวิว 2 ข้างทางวนไป อาจเป็นเพราะเวลาช้ากว่าที่ไทยก็เลยเหมือนนอนมาพอแล้วก็เป็นได้ ถึงอิสตันบูลแล้ว เราก็ไปทานอาหารกลางวันกันก่อน เข้าเมืองมาถึงเจอสตาร์บัค

007

008

009

010

012

011

เมนูนี้อร่อยนะ ชอบ ข้าวไก่ย่าง กับแผ่นแป้งคล้ายเกี๊ยว แต่เหนียวๆ

013

เมื่อไปถึงอิสตันบูลที่แรกที่ไป คือ พระราชวังโดลมาบาห์เช เป็นพระราชวังที่สร้างยาวนานถึง 30 ด้วยหินอ่อน สร้างด้วยศิลปะทั้งตะวันตกและตะวันออก

DSC02046

DSC02047

DSC02049

DSC02056

DSC02058

DSC02061

DSC02063

ข้างในเค้าจะไม่ให้ถ่ายรูป แต่ละห้องสวยงาม ปูด้วยพรมราคาแพง

หลายห้องที่ปกติไม่เปิด วันนั้นก็ได้เข้าไปชม นับเป็นความโชคดีมากๆ อีกเรื่อง ส่วนที่ประทับใจสุด คือบันได สวยมากกกก เดินแล้วเหมือนเจ้าหญิงเค้าจะไม่ให้จับอะไร แม้แต่ราวบันได เพราะเป็นคริสตัล

พอออกมาด้านนอก ก็จะเจอชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัส ถ้าเป็นตอนพระอาทิตย์ตก ก็จะสวยงามมากเลย

DSC02064

DSC02082

DSC02084

DSC02085

ออกมาด้านนอก ตรงจุดนี้ จะเป็นสนามกีฬา ที่อัฒจรรย์ด้านหนึ่งจะมองเห็นแม่น้ำด้วย

DSC02087

DSC02090

นั่งรถผ่าน คนตกปลาบนสะพานเยอะมากจริงๆ จะมีร้านอาหารอยู่ใต้สะพาน

DSC02091

DSC02093

DSC02094

พอเข้าอิสตันบูลแล้วการเดินเยอะได้เริ่มต้นขึ้น

DSC02095

ตอนถ่ายภาพนี้ได้ คือชอบมากเลย นั่งกินกันบนทางลาดข้างทางที่มีคนเดินผ่านกัน 2 คน ในขณะที่แดดออกแต่อากาศเย็น ชอบมากๆ มันดูชิลดี

DSC02096

DSC02097

DSC02098

DSC02099

เดินซักระยะใหญ่ ไปวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยึคกลาง ซึ่งสร้างมากว่า 1500 ปี จากเดิมเป็นโบสถ์คริสต์ แต่มีสงครามเกิดขึ้น เลยกลายเป็นมัสยิดของชาวมุสลิม โดยเค้ามีการฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกของคริสต์จนหมด

DSC02100

DSC02101

DSC02102

DSC02103

DSC02104

DSC02105

DSC02106

DSC02107

DSC02109

DSC02110

DSC02113

DSC02115

DSC02116

DSC02121

ด้านในตกแต่งแปลกตาดี

DSC02122

DSC02123

DSC02124

DSC02125

DSC02128

DSC02131

DSC02133

มีส่วนที่ขึ้นไปด้านบน ก็จะได้ภาพอีกมุมหนึ่งที่สวยดีเหมือนกัน แต่ขึ้นไปหลายชั้น ทำเอาเหนื่อยอยู่

DSC02134

DSC02135

DSC02136

ลงมาด้านล่างมันจะมีจุดที่ให้เอานิ้วโป้งแหย่รูแล้วหมุน ถ้าหมุนครบรอบแล้วอธิษฐาน คำอธิษฐานจะเป็นจริง

นี่ก็มัวแต่ตั้งใจหมุน ลืมอธิษฐานไปเลยแต่คำของ่ายๆก็เป็นจริงอยู่นะ ดูในคลิป

DSC02142

DSC02144

014

DSC02146

DSC02147

DSC02148

DSC02149

เค้าก็จะมีรถเข็นมาขายของ แต่ไม่ได้เยอะมาก

DSC02150

มีเกาลัดขาย

DSC02152

DSC02154

เดินไปที่อ่างเก็บน้ำใต้ดิน  (Underground Cistern) ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอีสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้ถึง 80,000 ลูกบาศก์เมตร

DSC02151

ในอุโมงค์เป็นเสากรีกต้นสูงใหญ่เรียงเป็นแถว ภายในมืดมาก และมีเสียงเพลงเหมือนบทสวด

DSC02155

มองไปตรงๆมืดๆ บวกกับเสียงเพลง หลอนๆ ถ้าอยู่คนเดียวนี่น่ากลัวมาก

DSC02156

DSC02160

ด้านในมีจุดถ่ายรูปอีก

DSC02158

นี่คือเสาที่แต่ละต้นไม่เท่ากัน เค้าเลยต้องเอาก้อนหินอะไรมาดันเสาแต่ละต้นให้เท่ากัน และหนึ่งในนั้น คือ เมดูซ่า กลับหัว

DSC02164

ถ่ายออกมานี่มืดสนิท

DSC02167

DSC02174

ออกมาด้านนอก เดินกันต่อ

DSC02175

DSC02181

จุดตรงนี้เหมือนเป็นอนุสาวรีย์หน้าสุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque)

DSC02183

DSC02186

DSC02187

DSC02189

DSC02190

DSC02196

DSC02197

DSC02200

DSC02201

เดินอีกไกลไปกินข้าว มีภาพวาดระหว่างทาง

DSC02202

ไปกินข้าวกันที่ย่านนี้ ร้านอาหารสวยๆเยอะ มีร่มตกแต่งเป็นมุมสวยงาม

DSC02203

แต่มันก็แหว่งๆไปแล้วล่ะ 55

DSC02206

DSC02210

กินร้านนี้

DSC02211

015

อาหารเย็นเป็นปลา มาทั้งตัวเลยจ้า

016

017

กลับโรงแรม พักที่ Courtyard Marriott ห้องกว้างดีนะ

018

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายในอิสตันบูล ขอแอบเกเรเล็กน้อย ต่อจากนี้คือไม่อยู่ในโปรแกรมทัวร์นะจ๊ะ

เรานั่งแท๊กซี่ออกมากันจากโรงแรม เพราะระแวกโรงแรมคือไม่มีอะไรเลย เข้ามาในย่านที่มีห้างสรรพสินค้า พอดีน้องที่ไปด้วยกันนัดเพื่อนเอาไว้ ก็ไปจิบกาแฟสตาร์บัคยามค่ำคืนขำๆ

019

คนตุรกีบางทีเค้าก็ไม่สามารถที่จะอ่านชื่อของคนที่ชื่อไม่เหมือนเค้าได้ เห็นเขียน S มาตัวแรก บอกชื่อไปหลายครั้งก็ยังไม่รู้เขียนว่ายังไง เลยเอามาเขียนเอง จริงๆต้องเป็น C สิ บอแล้วก็ยังเขียน S 555

แล้วนี่คือสั่งสมูตตี้สตรอเบอร์รี่บานานา ได้กาแฟร้อนมา ซึ่งปกติไม่กินกาแฟ แล้วก็ขี้เกียจเปลี่ยนละ อะ กินก็ได้ ก็เลยนั่งซดกาแฟไป เมาท์ไปด้วยกับสาวน้อยจากตุรกี ซึ่งอายุน้อยกว่าเรา 10 ปี นั่งไปซักพัก มีผู้ชายตุรกีมาขอนั่งด้วย อายุราว 45อัพ คุยไปเรื่อยตั้งแต่เรื่องงาน ส่วนตัวยันความรัก แถมมีจิตวิทยาขั้นสูงมากๆ เหมือนอ่านใจคนออกเพียงแค่มองตาหรือแตะมือ แม่นด้วยสิ คุยไปประมาณชั่วโมงกว่า ไอ้เราก็ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง ซักพักพาไป Rooftop จิบเบียร์ เบียร์ตุรกี คือแรงมาก เค้าบอกเองว่ามันจะแรงกว่าปกติประมาณ 2 เท่า คือกินไปนิดเดียวก็รู้สึกแรงละ เลยหยุด ยังไม่ถึงครึ่งแก้วเลย ก็เมาท์ยาวไปจนสนิทใจ จนแอดไอจีอะไรกันเรียบร้อย คิดว่าชวนมาแล้วนางจะเลี้ยง สุดท้ายนางบอกว่า ถ้าเลี้ยงก็เหมือนกับเค้าหวังผลอะไรซักอย่างตอนนั้นก็อิน ก็คิดว่าเออน่าจะเป็นยังงั้นแหละ มันก็จริง นั่งเมาท์ยาวไป เสร็จจากงานเบียร์นางก็พาไปร้านบารากุเลยจ้า แล้วคิดว่านางจะอยู่ด้วย สรุปคือนางชิ่ง บ๊ายบาย สวัสดีนะจ๊ะ ก็เลยเริ่มสงสัยว่านางจะเป็นพวกทำตีซี้คนให้ร้านนู้นร้านนี้ได้ลูกค้ามั้ย เพราะแอบไปส่องไอจีนางก็แปลกๆอยู่ มีลงรูปมีลบรูป เหมือนเค้าบอกว่าบารากุที่ตุรกี คือไม่ผิดกฏหมาย แล้วก็เป็นต้นกำเนิดจากที่นี่ นี่เป็นคนไม่สูบบุหรี่ แต่กลิ่นของบารากุคือผลไม้มากดูหวานมาก เค้าว่ามันจะทำให้มีความสุข ก็อาจจะแค่ตอนนั้นมั้ง นี่ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเพราะง่วง อยากนอนมากกว่า 55 แต่ตื่นมาคือเจ็บลิ้นเจ็บปากหนักมาก เป็นค่ำคืนสุดท้ายที่ดาร์คสุดจริง ถ้าใครอยากลองก็มีแนบชื่อร้านไว้ให้ข้างล่าง ส่วนนี่คงครั้งเดียวในชีวิต ทรมานช่องปาก 55 (ลองให้รู้แค่นั้น อย่าลอกเลียนแบบ) กลับมาก็ยังนั่งนึกอยู่ว่าเป็นการหลอกมั้ย ถ้าหลอกก็เป็นคนที่มีจิตวิทยาขั้นสูงมากจริงๆ เท่าที่เจอมาและตามที่เค้าบอกคือ ผู้ชายตุรกี เฟรนด์ลี่มากเวอร์ แต่บางทีก็อาจจะมากไป 555 แต่ก็เอาเถอะ เวลาเที่ยวก็ไปให้สุด อย่าไปคิดอะไรเยอะ แล้วจะได้ประสบการณ์กลับมา

022

จิบชาวนไป หลายอย่างผสมกันตั้งแต่กาแฟ เบียร์ ชา มันก็จะรวนๆหน่อยๆ

023

024

กลับไปตอนตี 2 กว่าๆ อาบน้ำสลบคาหมอน

 

 

ทัวร์ตุรกี ปราสาทปุยฝ้าย

เช้าวันนี้ ตื่นมากินบุฟเฟ่ต์มื้อเช้า ชอบความถ้วยโคนใส่พวกของเหลวทั้งหลาย ได้ทั้งแยม โยเกิร์ตและอื่นๆ

001

อยากแช่น้ำตอนเช้ามาก แต่ต้องออกเดินทางแล้ว

002

ไปยังเมืองโบราณเฮียราโพลีส (Hierapolis) เค้าว่ากันว่าสร้างกันก่อนคริสตกาล เกือบ 200 ปี

ละแวกนั้นจะเป็นธารน้ำแร่ร้อน ปามุคคาเล่ ซึ่งเมืองเฮียราโพลีสเองเค้าเป็นเคยเมืองศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์ศิทธิ์

จุดเด่นที่ไปตุรกีแล้วห้ามพลาด 1 จุด ก็คือ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เป็นหน้าผาสีขาวขุ่น หน้าตาเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได เห็นจากในภาพถ่ายจะมีน้ำสีฟ้าอยู่บนธารน้ำแข็ง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เหลือแค่บางจุดที่เค้ายังรักษาน้ำให้มีอยู่

สิ่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติ ในปี 1988 ด้วย เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน จนตกตะกอนเป็นหินปูน ปกคลุมเนินเขาเป็นพันปี ดูๆไปเหมือนเป็นหิมะ แต่มันไม่ใช่หิมะ เป็นหินทั้งนั้น

DSC01666

DSC01667

DSC01669

DSC01671

ไปจุดแรกดูเหมือนคลื่นทะเลซะมากกว่า

DSC01672

DSC01673

จะมีจุดที่สามารถถอดรองเท้าไปแช่เช้าได้ เราถอดรองเท้าเดินเหยียบหินปูนมาเรื่อยๆจนถึงจุดที่มีน้ำสีฟ้า

ของจริงสวยดีนะ แต่คนพลุกพล่าน ต้องหาจังหวะถ่ายรูปดีๆ พื้นที่ตรงจุดหินปูนไม่ลื่นนะ แต่อากาศเย็น เหยียบแล้วขาจะแข็ง ส่วนน้ำในจุดนี้ด้วยอากาศที่เย็นด้วยมั้ง เลยมีความรู้สึกว่ามันไม่ได้อุ่น เราเดินแค่อยู่ริมๆเพราะถือกล้องอยู่แล้วกลัวตก หาจังหวะให้คนแถวนั้นถ่ายรูปให้

004

005

DSC01686

DSC01687

ด้วยความที่มันไม่ค่อยมีน้ำ เลยมองไม่ค่อยออกเท่าไหร่ว่ามันเป็นระดับลดหลั่นกัน

DSC01693

นี่ง่ะ พอไม่มีน้ำมันก็จะดำๆแบบนี้แหละ ฝันสลาย ไปโฟโตช้อปใส่น้ำกันเอาเองนะ

DSC01704

DSC01706

มีอีกด้านนึงมันจะเป็นที่พัก แล้วก็จะมี Antique Pool อยู่

DSC01709

ก็จะเห็นเมืองโบราณชัดขึ้นไปอีก

DSC01710

สระว่ายน้ำที่นี่น่าจะเป็นน้ำอุ่น น่าเล่นมาก สัมผัสกับบรรยากาศ Antique สุดๆ

DSC01711

เค้าเอาพวกเสา ซากปลักหักพังมาตกแต่ง

DSC01712

เจอน้องเหมียวตัวนี้น่ารักมาก

DSC01714

เดินมาสุดทางอีกมุม ค่อยขาวหน่อย แต่ก็ไม่มีน้ำอยู่ดี

DSC01715

003

เดินทางต่อไปเมืองคอนย่า (Konya) ใช้เวลา 4.50 ชั่วโมงระหว่างทางก็แวะกินข้าว

DSC01722

DSC01723

อาหารกลางวันวันนี้เป็นข้าวหน้าตาเหมือนกับกระเพราหมูสับ แต่กลิ่นเป็นเครื่องเทศมากๆ กินเสร็จเรอทีคือกลิ่นยังออกอยู่เลย 55

DSC01724

สิ่งที่เค้ากินกันอีกอย่าง คือแป้งคล้ายพิซซ่า เหมือนอารมณ์กินขอบพิซซ่าอะไรแบบนั้น

DSC01725

 

ก็มีแวะจุดพักรถชิมโยเกิร์ตที่เหนียวมากเข้มข้นจนคว่ำจานก็ยังไม่หก โดยด้วยเค้าบอกว่าเป็นเมล็ดฝิ่น หรืออะไรซักอย่าง ที่มันไม่ใช่ยาเสพติดนะ คลุกให้เข้ากัน เป็นอะไรที่แปลกๆกรุบๆดี

006

007

เดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งก่อตั้งมาตามชื่อของผู้ก่อตั้ง ซึ่งเชื่อกันว่าเค้าเป็นคนที่ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ เปลี่ยนมานับถืออิสลาม ในตุรกี เค้าจะทำการละหมาดกัน 5 ครั้งต่อวัน อย่างเวลาตอนเช้าๆตื่นมาจะได้ยินเสียงพิธีกรรมทางศาสนาละ

DSC01726

DSC01727

ก่อนเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทำธุระเหมือนมีคนเขย่าประตูหลายที พอตอนจะออกบิดประตูห้องน้ำไม่ออกบิดซ้ายบิดขวา ก็ยังไม่ออกจนต้องโทรตามแม่ ไปตามไกด์ ไปตามคนในพิพิธภัณฑ์มาช่วย สุดท้ายก็บิดไปบิดมาเปิดเองได้ ติดอยู่ในนั้นประมาณ 15 นาทีได้ ติดอยู่คนเดียวเลย โชคดีที่เพื่อนที่เคยไปก่อนหน้าก็ติดเหมือนกัน แต่รายนั้นติดอยู่ครึ่งชั่วโมง เพราะไม่ได้เอาโทรศัพท์เข้าไปด้วย แถมประตูเป็นแบบเหล็กที่ปิดตายทุกด้าน ไม่มีทางออกได้เลย อยู่นานๆชักเริ่มอึดอัด และแอบหวั่นกับความลึกลับ เพราะเป็นสถานที่ที่เป็นสาสนาด้วย ในที่สุดก็ออกมาได้ แค่หมุนเกลียวไปมาแบบไม่ต้องพังประตู แปลกดี เข้าไปดูในส่วนของพิพิธภัณฑ์ ที่ตุรกีหลายที่ที่เป็นที่ต้องรักษาความสะอาด เค้าจะให้ใส่ถุงคลุมรองเท้าพลาสติกเข้าไป ไม่ก็แจกถุงพลาสติกให้ใส่รองเท้า ดูเป็นการสิ้นเปลืองพลาสติกมากไปหน่อย

DSC01728

DSC01729

DSC01730

จุดนี้เค้าบอกว่าดมแล้วจะมีกลิ่นของอะไรซักอย่าง ฟังไม่ทัน

DSC01733

DSC01735

DSC01736

จริงๆหลายศาสนาก็คล้ายๆกันอยู่ ที่ต้องล้างทำความสะอาดตัวก่อนที่จะเข้าสู่ศาสนสถาน

DSC01737

DSC01738

DSC01739

นี่คือเค้าก็น่าจะจำลองท่านเมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเป็นผู้ชักชวนคนนับถืออิสลามตามที่บอกไปตอนต้น

DSC01740

บรรยากาศด้านนอก จะมีเสียงบทสวดเป็นระยะ

DSC01741

DSC01742

DSC01748

สัญลักษณ์รูปดวงตา เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องสิ่งชั่วร้าย มีขายอยู่ทั่วไปในตุรกี ก็ซื้อเป็นของฝากได้ ราคาแต่ละที่ก็แตกต่างกัน แต่เราเลือกอันที่คิดว่าทุกคนจะใส่ได้เป็นอันเล็กๆน่ารักดี อันที่แปลกหน่อยราคาก็จะสูงกว่าทั่วไป บางจุดพวกสินค้าพวกนี้ก็ต่อรองได้ จะลดราคาไปเรื่อยๆเหมือนที่อื่นนั่นแหละ แต่เราซื้อมาจากร้านก็มีของแถมให้เฉยๆ ไม่ได้ลดราคาอะไรมาก

008

ที่เมืองนี้ก็จะมีรถราง

009

010

011

ถึงโรงแรมแล้ว ห้องดีเลย Ramada Plaza

012

ห้องอาหารที่นี่จะแอบหรูอยู่ เค้าเลยไม่ให้เอาพวกน้ำพริก หรือน้ำจิ้มอะไรของชาติอื่นมากินปนกัน หรือแม้แต่หยิบขึ้นมาก็ไม่ได้ สังเกตดูที่ตุรกีนี้เค้าจะไม่กินซอสมะเขือเทศหรือน้ำจิ้มอะไรกันเลยนะ กินยังไงก็กินยังงั้นเลย อย่างมากก็พริกไทย เกลือ

013

จานนี้เป็นไก่

014

DSC01749

 

ทัวร์ตุรกี วิหารอะโครโปลิส – เมืองโบราณเอเฟซุส – เมืองปามุคคาเล่

เช้าวันที่ 2 ที่ตุรกี หลังจากกินข้าวเช้าที่โรงแรม ก็เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ไปเมืองเพอร์กามัม

ถ้าอากาศดีๆ เค้าจะให้ขึ้นกระเช้าไปด้านบน แต่เนื่องจากอากาศไม่เอื้ออำนวย เลยขึ้นแท๊กซี่กันไป

ทางคดเคี้ยวหวาดเสียวใช้ได้

DSC01556

DSC01562

ขึ้นไปถึงแล้วฟ้าเพิ่งเริ่มสว่าง ตลกหมาตัวนี้มาก มีความผู้ดีสูงมาก นั่งบนเก้าอี้

DSC01564

DSC01566

จุดที่ไปชม เป็นวิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ถูกขนานนามว่าเหมือนดินแดนในสรวงสวรรค์ ซึ่งด้านในเป็นวิหารเทพเจ้าซุส ซึ่งปัจจุบันเหลือแค่ฐาน ส่วนแท่นบูชาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน

วิหารทราจัน เหลือซุ้มประตูเอาไว้

DSC01571

DSC01581

001

006

DCIM100GOPROGOPR0120.JPG

DSC01597

DSC01599

ฟ้าเปิด มีแสงพาดผ่าน ของจริงสวยมาก

DSC01600

มีโรงละครเพอร์กามัม โรงละครยุคโบราณที่ชันที่สุดในโลก เค้าบอกว่าสร้างปีที่ 3 ก่อนคริสตกาล

สามารถจุคนได้ถึง 1 หมื่นคน อลังการมากจริงๆ

DCIM100GOPROGOPR0131.JPG

ลงมาผ่านเมืองคูซาดาซี (Kusadasi) เดินทางไป 3 ชั่วโมงแวะพักกินข้าวเที่ยงกันระหว่างทาง

DSC01601

DSC01602

ที่นี่คือดี อาหารเหลือเค้าก็ไม่ทิ้ง ให้หมาแมวกินอีก เหมือนเป็นเมืองที่หมาแมวหิวโหย เค้าก็ต้องให้อาหารเหลือๆพวกนี้แหละ

007

อาหารกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์เหมือนเดิม ก็กินได้บ้าง ไม่ได้บ้างตามประสา

0081.jpg

ตอนแรกว่าจะซื้อผลไม้ละ แต่ลุงช้า เลยต้องรีบขึ้นรถ ผลไม้ที่นี่ก็ถูกมาก น่ากิน

009

ไปต่อยังเมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus Ancient City) เป็นเมืองโบราณ 2000 กว่าปีมาแล้ว

DSC01603

DSC01604

DSC01605

DSC01607

DSC01608

DSC01611

DSC01612

DSC01614

DSC01615

DSC01616

DSC01617

DSC01620

เค้าบอกแมวที่นี่ค่อนข้างดุ ห้ามเล่น ขนาดหมายังกลัวเลย

DSC01624

DSC01625

DSC01626

DSC01628

สิ่งนี้เป็นหอสมุดที่ใหญ่โตมาก

DSC01629

DSC01631

DSC01632

DSC01630

DSC01633

สิ่งนี้เป็นโฆษณา ที่บอกว่าหญิงงามอยู่ห้องไหน

DSC01634

มีโรงละครกลางแจ้ง ที่จุคนได้ถึง 3 หมื่นคน

DSC01635

DSC01637

010

013

014

015

017

019

020

021

022

023

024

DSC01642

ออกไปซื้อไอติมตุรกีกิน สนุกดี โดยแกล้งซะนาน 555

025

ไปต่อที่โรงงานผลิตเครื่องหนัง

DSC01644

มีแฟชั่นโชว์ให้ดู

026

แวะกินติมต่อ รสนี้นมๆ อร่อยชอบ

027

ไปถึงโรงแรม Ninova  Thermal กินบุฟเฟ่ต์

โรงแรมมีสระว่ายน้ำ และสามารถแช่น้ำแร่ได้ด้วย

031

น้ำแร่สามารถใส่ชุดว่ายน้ำลงไปได้ ลงไปแช่ดู อุ่นสบายมาก

032

DSC01652

DSC01665

ในห้องน้ำก็มีน้ำแร่ให้แช่ แต่จำกัดเวลาถึงไม่ดึกมาก หลับสบายคืนนี้

033